Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Impacts from Ebola outbreak

14 สิงหาคม 57
จากกระแสตื่นตัวต่อการระบาดของเชื้อ Ebola ตามข่าว IRIS ประเมินผลกระทบคร่าวๆ เบื้องต้นว่า ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวน US$42.1 bn ในปี 2013 (คิดเป็น 10.9% ของ GDP (US$387bn)) จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 26.5 ล้านคน หรือคิดเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวจำนวน US$1585 ต่อคนในปี 2013 ดังนั้น หากเรื่องนี้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวหายไป 1 ล้านคน คาดว่าจะมีผลกระทบทางตรง คือทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวจะหายไป US$1.6bn หรือมีขนาดประมาณ 0.4 % ของ GDP


หนังสือพิมพ์คมชัดลึก รายงานความคืบหน้าการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา ว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) ระบุการระบาดของเชื้ออีโบลาในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน มีแนวโน้มเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง และเตือนด้วยว่าในเวลานี้ยังไม่มีการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสร้ายแรงในระดับโลก


ความตื่นตัวในการระวังป้องกันการระบาดของเชื้ออีโบลา เป็นแรงกระตุ้นให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ต้องเปิดการประชุมหารือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับโลก เพื่อหามาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสชนิดนี้


องค์การอนามัยโลก (ฮู) ระบุว่า ตั้งแต่เดือน มีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในกีนี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน 1,201 คน และเสียชีวิต 672 ราย


ขณะที่ ประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ แห่งไลบีเรีย หนึ่งในประเทศที่มีการระบาด อย่างหนัก ประกาศมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาด เมื่อคืนวานให้โรงเรียนทุกแห่งปิดการเรียน การสอน และกำหนดให้วันศุกร์ (1 ส.ค.)เป็นวันหยุด สำหรับข้าราชการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการฆ่าเชื้อในอาคารหน่วยราชการและให้ข้าราชการที่ไม่มีงานจำเป็นพักงานนาน 30 วัน นอกจากนี้ได้จัดสรรงบ 5 ล้านดอลลาร์เพื่อดำเนินมาตรการฉุกเฉินในการยับยั้งการแพร่ระบาดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศเกือบ 130 คน นอกจากนี้รัฐบาลได้สั่งงดการจัดงานทุกชนิดรวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา นอกจากนี้ ยังสั่งปิดตลาดทั้งหมดบริเวณพรมแดนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังพิจารณาว่าจะใช้วิธีเผาศพผู้ติดเชื้ออีโบลาแทนการฝังเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อปะปนในแหล่งน้ำ


ด้านนายปีเตอร์ ไพออท นักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียม ผู้ค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลา ให้ความเห็นว่า ความตระหนกและการขาดความเชื่อมั่นของทางการในประเทศภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวต่อการระบาดของเชื้อชนิดนี้ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังแนะนำให้ทางการของแต่ละประเทศทดสอบวัคซีนป้องกันไวรัส เพื่อบรรเทาความรุนแรงของการระบาด หากเกิดการระบาดไปทั่วโลกจริงๆอย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลาเมื่อปี 2529 แสดงความเชื่อมั่นว่า การอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ หรือมีผู้ที่ติดเชื้อเดินทางไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ในกาฬทวีป ก็จะไม่เป็นชนวนเหตุให้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ในประเทศเหล่านั้น และยังไม่กังวลหากต้องนั่งโดยสารรถไฟข้างๆ ผู้ที่ติดเชื้ออีโบลา ตราบเท่าที่ผู้ติดเชื้อไม่อาเจียนใส่หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เนื่องจากการติดต่อระหว่างมนุษย์ต้องอาศัยการสัมผัสอย่างใกล้ชิดมากๆ