Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

รู้จัก GDP แล้วรู้จัก change in inventories ด้วยนะคะ

14 สิงหาคม 57

วันจันทร์ที่ 18 ส.ค. นี้ สภาพัฒน์ฯ จะมีการรายงาน GDP ไตรมาสสองของประเทศไทย CNS (IRIS) เลยขออนุญาตเขียนถึง GDP ไว้พอเป็นกระสัย ดังนี้


GDP ย่อมาจากคำภาษาอังกฤษ คือ Gross domestic product แปลว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หมายถึงมูลค่าของสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศไทยในแต่ละปี หรือแต่ละไตรมาส พอได้ยินคำว่า มูลค่าเพิ่ม คุณอาจจะพอเทียบเคียงไปถึง กำไรขั้นต้น หรือ gross profit ของบริษัทก็ได้ค่ะ


การรายงาน GDP ที่สภาพัฒน์ฯ รายงานทุกไตรมาสนั้น มีการรายงาน 2 ด้าน คือ ด้านการผลิต และด้านรายจ่าย ที่เราคุ้นหูคุ้นตากัน สมัยเรียน โดยมีสมการคลาสสิคที่อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์สอน ก็คือ GDP หรือ y = c + i + g + (x –m) โดย y หมายถึง มูลค่าเพิ่มด้านผลผลิต ซึ่งในรายละเอียด ก็จะมีภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ส่วนขวามือ ตัว c ย่อมาจาก consumption (การบริโภค) i คือ investment (การลงทุน) g คือ government spending (การใช้จ่ายภาครัฐ) x คือ export (การส่งออก) และ m คือ import (การนำเข้า) สมการนี้บอกเราว่า การผลิต เท่ากับการใช้จ่าย ถ้าคุณคิดอีกนิด ว่าทำไมเราต้อง -m ทำไมไม่ใช่ +m ก็ลองคิดดูว่า m หมายถึงนำเข้า แปลว่า เป็นการผลิตจากที่อื่น ไม่ใช่ของไทย ใช่มั้ยล่ะคะ เราถึงต้องหักออกไป หรือถ้าเราย้าย m ไปอยู่ซ้ายมือ ด้านซ้ายจะกลายเป็น y+m ไงคะ


CNS (IRIS) ขอบอกว่า ใน GDP ด้านรายจ่าย ยังมีอีกรายการที่อาจารย์อาจจะไม่ค่อยสอนตอนเราเรียน แต่อยากให้คุณควรรู้จักไว้ ก็คือ “ส่วนเปลี่ยนสินค้าคงเหลือ” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “change in inventories “ รายการนี้ถือเป็นตัวจี๊ด ทางด้านขวามือของสมการเลยแหละ ไม่เชื่อ ลองคิดถึงปี 1997 ที่ประเทศไทยปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัวดูสิคะ ลองคิดถึงรถยนต์ที่จอดแช่ตามโชว์รูมหรือสินค้าที่ล้นสต๊อกอยู่ในโรงงานต่างๆ ดูก็ได้ค่ะ หรือไม่ก็ลองคิดถึงวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ผ่านมาก็ได้ เชื่อมั้ยว่าปี 2009 ซึ่งเป็นปีให้หลังวิกฤตการเงินโลก หรือ Lehman Crisis (2008) นั้น GDP บ้านเราลดลง -2.3% จากปี 2008 เมื่อดูรายละเอียด ปรากฎว่ามีที่มา (contribution ซึ่งหมายถึง อัตราการเติบโต คูณด้วยสัดส่วนของรายการนี้ในสมการ GDP) จากการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงเหลือ ถึง -3.9 จุด (percentage points : ppt) หรือพูดอีกแบบก็คือ ถ้าไม่มีตัวอื่นในสมการมาช่วย GDP ปี 2009 ของบ้านเราจะลดลง ถึง -3.9% แย่กว่าตัวเลข -2.3% ที่สภาพัฒน์ฯ รายงานอีกค่ะ


สำหรับปีนี้ GDP ไตรมาสแรกของเราลดลงในอัตรา -0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2556 ก็มีที่มาจากส่วนเปลี่ยนในสินค้าคงเหลือ ถึง -2.1 ppt เลยค่ะ ดังนั้น รายงาน GDP ไตรมาสสองวันจันทร์นี้ ก็อย่าลืมตัวดูตัวนี้นะคะ เพราะถ้ายังเป็นตัวฉุด GDP อยู่ ก็แปลว่า ธุรกิจได้ลดระดับสินค้าคงคลังไปมากแล้ว ซึ่งจะเป็นสัญญาณที่ดีว่า GDP ในไตรมาสต่อไป อาจจะถูกฉุดด้วยรายการในระดับที่เบาบางลงค่ะ