Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

US and euro area parting ways

27 สิงหาคม 57
สัปดาห์ที่ผ่านมา ในต่างประเทศมีประเด็นน่าสนใจคือ รายงานการประชุม FOMC เดือน ก.ค.ซึ่งชี้ว่าตลาดแรงงานจะเป็นประเด็นที่ FOMC ให้ความสนใจเป็นหลักในระยะต่อไป เพราะมีทั้งภาพของการจ้างงานที่ยังต่ำกว่าวัฏจักรเศรษฐกิจในอดีต ในขณะที่ภาคธุรกิจกลับรายงานว่ามีปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง การประเมินภาพตลาดแรงงานจะเป็นปัจจัยที่ขี้ว่า FOMC จะเริ่มกระบวนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไร เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ทั้งนี้ Nomura ยังคงมุมมองว่า FOMC จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นในเดือน มิ.ย.15

รายงาน The Economy Next Week (22 Aug 14) ของ Nomura ชี้ว่า เศรษฐกิจ US และ Europe กำลังไปคนละทาง กล่าวคือ ของ US แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ของ Europe แผ่วลง โดยสัปดาห์นี้คาดว่ารายงานด้านยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายสินค้าคงทน และ Chicago PMI จะเพิ่มขึ้นในเดือน ก.ค. ขณะที่ทาง Europe คาดว่าจะเห็นรายงาน Ifo index ของ Germany อ่อนตัวลงในเดือน ส.ค. และเงินเฟ้อของ Europe (HICP inflation) เดือน ส.ค. (เบื้องต้น) คงแผ่วลงเล็กน้อย เหลือ 0.33% y-o-y ( ก.ค. = +0.38% y-o-y)

ในส่วนของประเทศไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงาน GDP Q2 ของไทย ออกมา +0.4% y-o-y และ +0.9% q-o-q s.a ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ความเสี่ยงที่ตลาดจะปรับลดคาดการณ์ GDP 14 ลงอีกน่าจะมีน้อย ด้าน Nomura ได้ปรับมุมมองเรื่องดอกเบี้ยนโยบายของไทย หลังจากมีรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ( 6 ส.ค.14) เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ใหม่ว่า ธปท.จะไม่มีการลดดอกเบี้ยนโยบายอีกแล้ว และคาดว่าดอกเบี้ยจะยืนอยู่ที่ 2% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ และปีหน้า ทั้งนี้ Nomura ยังคงคาดการณ์ GDP 14-15 ที่ 1.1% และ 3.3% ตามลำดับ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ต่ำกว่าของธนาคารแห่งประเทศไทยที่คาดการณ์ 1.5% และ 5.5% ตามลำดับ

สัปดาห์นี้ ไทยจะมีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดการเงิน เพราะตัวเลขจะดีขึ้น กล่าวคือ คาดว่ากระทรวงพาณิชย์จะรายงาน การค้าระหว่างประเทศตามระบบศุลกากร ของเดือน ก.ค. ในวันที่ 26 ส.ค. Nomura คาดว่าการส่งออกจะยังขยายตัว 2.6% y-o-y ( มิ.ย. = +3.9%) และดุลการค้าจะเกินดุล US$1.3bn (มิ.ย. = +US$1.8bn) ตามด้วยการรายงานดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index : MPI) ในวันที่ 28 ส.ค. Nomura คาดหดตัวน้อยลงเหลือ -4.2% y-o-y ( มิ.ย. = -6.6%) ด้านธปท. จะแถลงรายงานเศรษฐกิจเดือน ก.ค. Nomura คาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลต่อเนื่องจำนวนUS$1.5bn (มิ.ย. = +US$1.8bn)

Nomura’s global forecast summary
Nomura’s View in a Nutshell (changes from last issue highlighted)
United States
  • GDP Q2 ขยายตัว 4.0% จากการที่มีการสะสมสินค้าคงคลังมาก และการบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น
  • การปรับปรุงตัวเลขปี 2013 สะท้อนถึงแรงส่งของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อการขยายตัวในปี 2014
  • การลงทุนของภาคครั้วเรือนที่โตช้า และการที่สถาบัการเงินเพิ่มความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นลมต้าน (headwinds) การเติบโตของการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย ( residential investment)
  • แนวโน้มความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ดีขึ้นจะหนุนการลงทุนภาคธุรกิจในไตรมาสถัดๆ ไป
  • คาดว่า FOMC จะหยุดซื้อสินทรัพย์เพิ่มในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปี 2014และคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะเกิดขึ้นใน Q2 2015
  • ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น เศรษฐกิจโลกที่โตช้า และแรงฉุดทางการคลัง คือความเสี่ยงหลัก

Europe
  • การรัดเข็มขัดทางการคลัง การลดหนี้สินทางการเงิน และต้นทุนการระดมทุนที่แตกต่าง (fragmented funding cost) จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาด
  • แนวโน้ม GDP ระดับ NPL ที่สูง และหนี้ที่เพิ่มขึ้น จะยังคงเป็นประเด็นท้าทายสำคัญต่อกลุ่มที่ใช้เงินยูโรต่อไป
  • ECB ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่าง รวามทั้ง targedted LTRO และ การใช้ดอกเบี้ยติดลบ เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลง
  • การที่ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงต่ำแล้ว (lower bound) คาดว่ามีโอกาส 25% ที่ ECB จะทำประกาศโครงการซื้อสินทรัพย์ (asset purchase program) ภายในสิ้นปี
  • คาดว่าเงินเฟ้อ UK จะอยู่ในช่วงเป้าหมาย 2% ทำให้ การขึ้นดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่จำเป็น
  • การที่กำลังการผลิตส่วนเกิน (spare capacity) คาดว่าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ BoE คงรอดูเรื่องนี้ และน่าจะเลื่อนการชึ้นดอกบี้ยออกไปเป็นเดือน ธ.พ. ปีหน้า (เดิมคาดว่าจะขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2014 )

Japan
  • Nomura คาดว่าแนวโน้ม GDP Q3 จะฟื้นตัวแกร่ง จาก Q2 ที่หดตัว -6.8% ก่อนจะโตแผ่วลงหลังจากนั้น
  • คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะเพิ่มขึ้น 1.2% (ไม่รวมผลของการขึ้น VAT) ใน FY 2015 แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2.0%
  • คาด Bank of Japan (BOJ) จะเพิ่มการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ( Japan government bond : JGB) และสินทรัพย์เสี่ยงประเภท ETFs เป็นส่วนใหญ่ในเดือน เม.ย. 2015
  • ความเสี่ยงหลักคือหากค่าเงินเยนแข็ง ปัญหาหนี้ในยุโรปแย่ลง ตลอดจนหากเศรษฐกิจ US และ China โตช้าลง

Asia (Ex Japan)
  • Nomura เห็นว่าเศรษฐกิจประเทศต่างๆในเอเชียมีความแตกต่างกันมากขึ้น Leaders : Koraa, Malaysia, the Philippines ; Laggards: Thailand, Indonesia and China
  • China : การใช้นโยบายผ่อนคลายจะหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจใน H2 แต่ทำให้ความเสี่ยงถูกผลักออกไปอยู่ในปี 2015
  • Korea : หลังจากลดดอกเบี้ย 25 bp เมื่อ ส.ค. คาดว่า Bank of Korea จะคงดอกเบี้ยที่ 2.25% ในปีนี้ ก่อนจะขึ้นเป็น 2.5% Q4 2015
  • India : การได้รัฐบาลใหม่ที่หนุนการปฎิรูป ทำให้คาดว่าการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลด้านเศรษฐกิจมหภาค จะเริ่มต้นขึ้นในปี 2015
  • Australia : มีสัญญาณการเติบโตที่ดีขึ้นในภาคที่ไม่ใช่เหมืองแร่ (non-mining sector) แต่ค่า AUD ที่แข็งเป็นเรื่องที่ RBA กังวล
  • Indonesia : การขยายตัวทางเศรษฐกิจน่ากังวลมากขึ้น และภาพการเมืองที่หนุนการปฎิรูปน้อยลง อาจทำให้การขาดดุลแฝดมากขึ้น

EEMEA & LatAm (ตลาดยุโรปเกิดใหม่ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา & ละตินอเมริกา)
  • South Africa : ดอกเบี้ยจะขึ้นอีก 25bp ซึ่งจะถึงครึ่งทางของวงจรดอกเบี้ย ก่อนที่จะมีการขยับขึ้นอีก มากกว่า 50 bp
  • Hungary : เรารอการเริ่มของ quasi-QE และตลาดสนใจยังอยู่ที่เรื่องการที่ธนาคารต่างประเทศจะออกจากธุรกิจ ( bank exit) และการแก้ไขเรื่องอสังหาริมทรัพย์ที่ถือในเงินสกุลต่างประเทศ ( FX mortgage policy resolution)
  • Poland : ความท้าทายเรื่องการคลังและการเมืองผสมกัน ประกอบกับความเสี่ยวขาลงในการคาดการณ์ด้าน CPI ทำให้คาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยคงเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2015
  • Turkey : นโยบายการเงินเริ่มผ่อนลงหลังจากที่เข้มงวดขึ้นในปีนี้ แต่ความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังอยู่
  • Russia: การลงทุนจะโดนฉุดมากขึ้นจากปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการที่ถูก sanction
  • Brazil : นโยบายการเงินที่เข้มงวด และการลงทุนที่ต่ำ จะทำให้ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจโตต่ำกว่า 2%
  • Mexico : การเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มบวก เพราะเศรษฐกิจของ US ปรับตัวดีขึ้น
  • Argentina : เหตุการณ์ในประเทศมีผลกระทบต่อภูมิภาค โดยเฉพาะ Brazil