Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Refined oil price cut : Impact on Headline CPI

01 กันยายน 57
การปรับลดราคาน้ำมันลดลงถือเป็นปัจจัยบวกต่อ SET โดย CNS (IRIS) คาดว่าจะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปลดลงทันที 0.22 pp จากเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี CNS (IRIS) คาดว่า ในระยะต่อไป รัฐบาลอาจจะมีการทยอยปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันดีเซลและ LPG ทำให้ผลต่อ CPI โดยรวมอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ทั้งนี้ปัจจุบัน Nomura คาดการณ์ CPI ปี 14-15 ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.3% และ 2.5% ตามลำดับ และคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะทรงตัวที่ 2.00% ไปจนถึงสิ้นปีหน้า

วานนี้ (28 ส.ค.) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน มีมติปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ โดยปรับลดน้ำมันในกลุ่มเบนซินลิตรละ 1-3.89 บาท ขณะปรับขึ้นดีเซลลิตรละ 0.14 บาท แต่ยังอยู่ในระดับเพดานเดิมไม่เกินลิตรละ 30 บาท ทั้งนี้ ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงเนื่องจากมีการลดอัตราการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งลดอัตราภาษีสรรพสามิต ส่วนน้ำมันดีเซล มีการขยับภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น แต่ยังคงรักษาระดับราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร

นายชวลิต พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่าที่ประชุม กบง. ได้พิจารณาอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯใหม่ ,อัตราจัดเก็บภาษีสรรพสามิต และภาษีเทศบาลใหม่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ทั้งนี้ ในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ดังกล่าว ทำให้กองทุนน้ำมันมีรายรับลดลง 1,109 ล้านบาทต่อเดือน จาก 3,557 ล้านบาทต่อเดือน เหลือ 2,448 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน จึงจะทำให้กองทุนน้ำมันที่ฐานะกลับมาเป็นบวกได้นายชวลิต กล่าวว่า ที่ประชุมกบง.ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องของโครงสร้างราคาแอลพีจี และเอ็นจีวี ซึ่งจะต้องดูจังหวะเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งในการพิจารณาเรื่องนี้

สำหรับรายละเอียดการปรับลด คือ น้ำมันเบนซินจะมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตลงจากเดิม 7.00 บาทต่อลิตร เหลือ 5.60 บาทต่อลิตร ปรับลดภาษีเทศบาล จาก 0.70 บาทต่อลิตรเหลือ 0.56 บาทต่อลิตร ปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจาก 11.85 บาทต่อลิตร เหลือ 9.75 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกเบนซินลดลง 3.89 บาทต่อลิตร คือจาก 48.75 บาทต่อลิตร เหลือ 44.86 บาทต่อลิตร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีการปรับลดภาษีสรรพสามิต ลงจากเดิม 6.30 บาทต่อลิตร เหลือ 5.04 บาทต่อลิตร ลดภาษีเทศบาลจาก 0.63 บาทต่อลิตร เหลือ 0.504 บาทต่อลิตร และลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันลงจาก 4.85 บาทต่อลิตร เหลือ 4.25 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 2.13 บาทต่อลิตร คือจาก 39.93 บาทต่อลิตรเหลือ 37.80 บาทต่อลิตร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 มีการปรับลดภาษีสรรพสามิตลงจาก 6.30 บาทต่อลิตร เหลือ 5.04 บาทต่อลิตร ลดภาษีเทศบาลลง 0.63 บาทต่อลิตร เหลือ 0.504 บาทต่อลิตร ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน จาก 2.75 บาทต่อลิตร เหลือ 2.55 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1.70 บาทต่อลิตร คือจาก 37.48 บาทต่อลิตรเหลือ 35.78 บาทต่อลิตร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี20 มีการปรับลดภาษีสรรพสามิตลงจาก 5.60 บาทต่อลิตรเหลือ 4.48 บาทต่อลิตร ลดภาษีเทศบาลลงจาก 0.56 บาทต่อลิตรเหลือ 0.448 บาทต่อลิตร เพิ่มการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจาก 0.50 บาทต่อลิตร เป็น 0.80 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับลดลง 1 บาทต่อลิตร คือจาก 34.98 บาทต่อลิตร เหลือ 33.98 บาทต่อลิตร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 มีการลดภาษีสรรพสามิตลงจาก 1.05 บาทต่อลิตร เหลือ 0.84 บาทต่อลิตร ลดภาษีเทศบาลลง 0.105 บาทต่อลิตร เหลือ 0.084 บาทต่อลิตร และลดการนำเงินกองทุนน้ำมันเข้าไปชดเชยจาก 9.75 บาทต่อลิตร เหลือชดเชย 8.23 บาทต่อลิตร ซึ่งทำให้ราคาขายปลีกไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือยังอยู่ที่ลิตรละ 24.28 บาทต่อลิตร

สำหรับน้ำมันดีเซล นั้น มีการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต จาก 0.005 บาทต่อลิตร เป็น 0.75 บาทต่อลิตร และเพิ่มภาษีเทศบาลจาก 0.0005 บาทต่อลิตรเป็น 0.075 บาทต่อลิตร และลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน จาก 1.55 บาทต่อลิตร เหลือ 1.00 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคือจาก 29.85 บาทต่อลิตร เป็น 29.99 บาทต่อลิตร ซึ่งยังอยู่ในระดับไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรตามนโยบายที่รัฐพยายามที่จะรักษาระดับเพดานราคาเอาไว้ ไม่ให้ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชน

Figure 1: Impact of Refined Oil Price Cuts on Headline CPI