Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

The Fed and US data

27 ตุลาคม 57
สัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลเศรษฐกิจ US ยังย้ำภาพการเติบโตที่ดีในราว 3%  และตลาดแรงงานตึงตัวขึ้น ทำให้เงินเฟ้อจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจของ  Fed  ในระยะต่อไป  CNS (IRIS) เห็นว่าราคาน้ำมันดิบ (Brent) ที่ราว US$86/bbl ในขณะนี้ ต่ำกว่าสมมติฐานของ Nomura ที่ US$93/bbl สำหรับปี 2015  อยู่พอควร และอาจจะช่วยทำให้เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด และทำให้การคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยของ Nomura ที่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.15 มีความเสี่ยงขาลง หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นช้ากว่านั้น  อย่างไรก็ดี  สัปดาห์นี้ FOMC จะประชุม 28-29 ต.ค  Nomura ยังคงคาดว่า Fed จะประกาศยุติการซื้อสินทรัพย์เพิ่มในการประชุมนี้ แต่คงจะยังไม่มีการตัดสินใจสำคัญๆ ด้านนโยบายและคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านแนวนโยบาย (forward guidance)   นอกจากนี้จะมีรายงาน GDP Q3 ในวันที่ 30 ต.ค.ซึ่ง  consensus และ  Nomura คาดว่าจะโต 3% q-o-q ar (Q2 : 4.6%)   

ด้าน Europe ที่ตลาดกังวลเรื่องภาวะเงินฝืด (deflation)  เพราะล่าสุดเดือน ก.ย.เงินเฟ้อ euro area แผ่วลงอีกเหลือแค่ 0.3% y-o-y  นั้น  ปรากฎว่า European Central Bank (ECB) ได้เริ่มซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพแล้ว (covered bond)  แล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังพิจารณาการซื้อ  corporate bond ในตลาดรอง (secondary market) โดยคาดว่า ECB จะตัดสินเรื่องนี้ในเดือน ธ.ค. และเริ่มซื้อต้นปีหน้า   นอกจากนี้  หนังสือพิมพ์ Daily Telegrap รายงานเมื่อ 26 ต.ค.ว่า ผลการทดสอบภาวะวิกฤต  ( AQR/stress test  แต่ยังถือเป็นรายงานที่ไม่เป็นทางการ เพราะไม่ได้เผยแพร่โดย ECB)  พบว่ามีธนาคารพาณิชย์ 25 แห่ง จาก 130 แห่งไม่ผ่าน stress test  อย่างไรก็ดี มีธนาคาร 12 จาก 25 แห่ง เพิ่มทุนไปแล้ว euro 15bn ในปีนี้ จึงเหลืออีก 13 แห่งจะต้องเตรียมแผนเงินทุนภายใน 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่ที่มีการประกาศผลการทดสอบ  

ด้านประเทศไทย สัปดาห์จะมีตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ย. โดยกระทรวงพาณิชย์  กระทรวงอุตสาหกรรม และ ธนาคารแห่งประเทศไทย      Nomura คาดว่า การส่งออก (exports) และ การนำเข้า (imports )  ตามระบบศุลกากรของไทยใน เดือน ก.ย. จะยังหดตัว แต่จะเกินดุลการค้า  กล่าวคือ  exports เดือน ก.ย. จะหดตัวในอัตรา  -2.7% y-o-y ดีกว่าของเดือนส.ค. ซึ่ง -7.4% ( consensus :  -0.5% )     Imports จะลดลงที่ -6.9% y-o-y  (ส.ค. :  -14.2%)    และดุลการค้าจะเกินดุลราวๆ เท่ากับเดือน ส.ค.     คือ เกินดุล   +US$1.1bn   (consensus : +US$1.3bn)  ตามด้วยวันที่ 31 ต.ค. จะมีรายงาน Manufacturing Production Index  เดือน ก.ย.  Nomura คาดหดตัวน้อยลงเหลือ -2.4% y-o-y  ดีกว่าของเดือนส.ค. ซึ่ง -2.7% ( consensus :  -0.3% )   CNS (IRIS) เห็นว่าทิศทางของตัวเลขดีขึ้นในลักษณะที่หดตัวน้อยลง ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด



Nomura’s View in a Nutshell  (changes from last issue highlighted)

United States

     หลังจากเศรษฐกิจแกว่งใน H1 เพราะปัจจัยเรื่องดินฟ้าอากาศ   การเติบโตใน H2 จะเหนือกว่า 3% เล็กน้อย

       คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานและค่าจ้างแรงงานจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น  ขณะที่ช่องว่างการผลิตเริ่มหมดไป

       การลงทุนของภาคครั้วเรือนที่โตช้า และการที่สถาบัการเงินเพิ่มความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นลมต้าน (headwinds) การเติบโตของการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย ( residential investment)

       แนวโน้มความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ดีขึ้นชี้ว่าการลงทุนภาคธุรกิจจะโตต่อเนื่องในไตรมาสถัดๆ ไป

       คาดว่า FOMC จะหยุดซื้อสินทรัพย์เพิ่มสิ้นเดือน ต.ค. 2014

       คาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะเกิดขึ้นเดือนมิ.2015

       แนวโน้มภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น   นโยบายที่ผิดจังหวะ (misstep)  เศรษฐกิจโลกที่โตช้า คือความเสี่ยงหลัก

 

Europe

       การรัดเข็มขัดทางการคลัง  การลดหนี้สินทางการเงิน  และต้นทุนการระดมทุนที่แตกต่าง (fragmented funding cost)  จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาด

       แนวโน้ม GDP     ระดับ NPL ที่สูง และหนี้ที่เพิ่มขึ้น จะยังคงเป็นประเด็นท้าทายสำคัญต่อกลุ่มที่ใช้เงินยูโรต่อไป

       ดอกเบี้ยที่ลดลงมาอยู่ด้านต่ำ (lower bound) ทำให้ ECB กำลังขยับมากขึ้นในการปรับงบดุล (balance sheet)

       Nomura  คาดว่า  มีโอกาส 40% ที่จะทำซื้อสินทรัพย์ในวงกว้าง ( QE)  ในปีนี้  และ 45% ในปี 2015

       คาดว่าเงินเฟ้อ UK จะอยู่ในช่วงเป้าหมาย  2% ทำให้ การขึ้นดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่จำเป็น

       การที่กำลังการผลิตส่วนเกิน (spare capacity) คาดว่าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ BoE คงรอดูเรื่องนี้ และน่าจะเลื่อนการขี้นดอกบี้ยออกไปเป็นเดือน ก.พ. ปีหน้า

 

Japan

       Nomura คาดว่าแนวโน้ม GDP Q3 จะฟื้นตัวแกร่ง จาก Q2 ที่หดตัว  -7.1%

       คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะเพิ่มขึ้น 1.3% y-o-y  (ไม่รวมผลของการขึ้น  VAT) ใน FY 2015  ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2.0%

       คาด BOJ  จะเพิ่มการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ( Japan government bond : JGB) และสินทรัพย์เสี่ยงประเภท ETFs ใน เม.ย. 2015

       ความเสี่ยงหลักคือหากค่าเงินเยนแข็ง   ปัญหาหนี้ในยุโรปแย่ลง ตลอดจนหากเศรษฐกิจ  US และ China  โตช้าลง

 

Asia (Ex Japan)

         Nomura เห็นว่าเศรษฐกิจประเทศต่างๆในเอเชียมีความแตกต่างกันมากขึ้น   Leaders :  India, Malaysia, the Philippines ;  Laggards: Thailand, Indonesia และ China

         China :   คาด GDP Q4 จะขยายตัวสูงกว่า Q3  แต่จะแผ่ลงในปีหน้า โดยคาด GDP 2015 ที่  6.8%

         Korea หลังจากลดดอกเบี้ย ไปแล้ว 2 ครั้ง คาดว่า Bank of Korea  จะคงดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี แต่ด้วยความเสี่ยงขาลง

         India : Nomura เห็นโอกาสทอง (Goldilocks period)  ที่จะมีเศรษฐกิจโตสูง ขณะที่เงินเฟ้อแผ่วลงในระยะข้างหน้า

         Australia มีสัญญาณการเติบโตที่ดีขึ้นในภาคที่ไม่ใช่เหมืองแร่  (non-mining sector) แต่ค่า AUD ที่แข็งเป็นเรื่องที่ RBA กังวล

         Indonesiaการขยายตัวทางเศรษฐกิจน่ากังวลมากขึ้น และภาพการเมืองที่หนุนการปฎิรูปน้อยลง อาจทำให้การขาดดุลแฝดมากขึ้น

 

 

 

EEMEA & LatAm (ตลาดยุโรปเกิดใหม่ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา   &  ละตินอเมริกา)

     South Africa : มาถึงครึ่งทางของวงจรดอกเบี้ยแล้ว   Nomura คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 7.5% ภายใน ก..2015

      Hungary :   เรารอการเริ่มของ quasi-QE และตลาดสนใจยังอยู่ที่เรื่องการที่ธนาคารต่างประเทศจะออกจากธุรกิจ ( bank exit) และการแก้ไขเรื่องอสังหาริมทรัพย์ที่ถือในเงินสกุลต่างประเทศ ( FX mortgage policy resolution)

      Polandความท้าทายเรื่องการคลังและการเมืองผสมกัน ทำให้คาดว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยอีกจาก NBP และจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.2015

       Turkeyต้องหยุดพักเรื่องการผ่อนคลายนโยบายการเงิน เนื่องจากความเสี่ยงจากเงินเฟ้อมีมากขึ้น

       Russia: การลงทุนจะโดนฉุดมากขึ้นจากปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการที่ถูก sanction

       Brazilนโยบายการเงินที่เข้มงวด และการลงทุนที่ต่ำ จะทำให้ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจโตต่ำกว่า 2%

       Mexicoการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มบวก เพราะเศรษฐกิจของ US ปรับตัวดีขึ้น

       Argentinaเหตุการณ์ในประเทศมีผลกระทบต่อภูมิภาค โดยเฉพาะ Brazil