Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

US Q1 GDP

27 เมษายน 58
 สัปดาห์ที่ผ่านมา Nomura ได้ปรับคาดการณ์ GDP Q1  ของ euro area  เป็น +0.5% q-o-q s.a   (เดิม : 0.4%) และได้ปรับคาดการณ์ GDP 2015 ขึ้นเป็น 1.4% (เดิม :1.2%) แม้ว่า Greece ยังตกลงกับ Troika ไม่ได้ ( และเส้นตายใหม่น่าจะเป็น 11 พ.ค.)  ในเอเชีย จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา Nomura  เห็นว่า GDP Q1 ของ Japan  อาจโตไม่ถึง 1% q-o-q annualized (Q4 2014 : 1.5%)  ซึ่งจะแย่กว่าที่ตลาด (ESP Forecast survey) คาด +2.6% a.r และ ต่ำกว่าที่ Nomura คาดที่ +3.0% a.r.  เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศแย่กว่าคาดและการนำเข้าโตเกินคาด อย่างไรก็ดี Nomura คาดว่าเศรษฐกิจ Japan  จะปรับตัวดีขึ้นใน Q2 แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่  Bank of Japan จะผ่อนปรนนโยบายการเงินเพิ่มเติม เร็วกว่าที่ Nomura คาดว่าจะเกิดในเดือน ต.ค.2015   
สำหรับประเด็นทางเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้  จะมีอย่างน้อย 3 เรื่อง ได้แก่ (1) US Q1 GDP คงโตแค่ 0.9% q-q annualized ( consensus : 1%; Q4 : 2.2%)  ทำให้  FOMC ต้องรอดูความชัดเจนด้านการเติบโตก่อนที่จะมีการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย   (2) Greece ยังต้องเจรจากับเจ้าหนี้ต่อไป   Nomura ให้โอกาส 55% ว่า Greece จะมีการทำประชามติ  (3) Nomura  ให้โอกาส 70% ว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยที่ 1.75% (Consensus :1.75%) ในการประชุม 29 เม.ย.  
US Q1 GDP คงโตแค่ 0.9% q-q annualized ( consensus : 1%; Q4 : 2.2%)  ทำให้  FOMC ต้องรอดูความชัดเจนด้านการเติบโตก่อนที่จะมีการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย  :  ในวันที่  29 เม.ย  US จะรายงาน Q1 GDP   ซึ่ง Nomura คาดว่าคงขยายตัวแค่ 0.9%q-o-q annualized  (consensus: 1%)  จาก 2.2% a.r. ใน  Q4 2014  เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวเช่นพายุหิมะ  ปัญหาข้อพิพาทระหว่างแรงงานกับโกดังท่าเรือ    ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และการลงทุนการขุดเจาะน้ำมันที่ลดลง การที่ GDP คงเติบโตต่ำใน Q1 น่าจะทำให้ FOMC ต้องการเห็นข้อมูลที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ก่อนที่จะขยับขึ้นดอกเบี้ย  ฝ่าย IRIS (CNS) คิดว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่ใน Q1 จะทำให้ตลาดคาดการณ์เห็นพ้องกับ Nomura มากขึ้นว่าดอกเบี้ยจะไม่ขึ้นใน H1 ปีนี้ 
 Nomura คาดว่าจะเห็นตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นในรายงานเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ของ US :   กล่าวคือ  Nomura  คาดว่า consumer confidence  (28 เม.ย.)  เดือน เม.ย จะดีขึ้นมาอยู่ที่ 104.0 จุด (consensus : 102.5;   มี.ค.: 101.3)  รายงาน personal spending  (30 เม.ย.) เดือน มี.ค. คงเร่งขึ้น 0.3%m-o-m  (consensus : 0.5%;  ก.พ.  : 0.1%)  employment cost  index Q1 คงเพิ่มขึ้น 0.7% q-o-q (consensus : 0.6%;  Q4 :0.6% ) และยอดขายรถเดือนมี.ค ( 1 พ.ค.) ยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ16.9mn saar (consensus : 16.9 mn;  ก.พ.  : 17.5 mn)   Nomura คาดว่าQ2 GDP    จะปรับตัวดีขึ้นเป็นขึ้น   2.8% a.r. ใน Q2  และยังคงคาดเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย Federal funds rate ว่าจะเริ่มขึ้นในเดือน ก.ย.  2015



Greece ยังต้องเจรจากับเจ้าหนี้ต่อไป   Nomura ให้โอกาส 55% ว่า Greece จะมีการทำประชามติ :  เส้นตายที่ Greece ต้องบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ เรื่องการปฏิรูป ถูกเลื่อนออกไปจากเดิมที่กำหนดภายในสิ้นเม.ย.   คาดว่าเส้นตายใหม่อาจจะเป็นวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งจะมีการประชุม Eurogroup meeting   และเป็น 1 วันก่อนที่จะถึงกำหนดจ่ายคืนเงินต้นจำนวนราว EUR800mn แก่ IMF    นอกจากนี้  พัฒนาการภายในประเทศ  Greece  ก็คือ  สมาชิกพรรค Syriza หลายคนได้กล่าวถึงทางเลือกในการทำประชามติ (referendum)  (หรือทางเลือกด้านมี การเลือกตั้งใหม่ก่อนกำหนด)  ถ้าการเจรจากับเจ้าหนี้ถึงทางตันในเดือน พ.ค.  หรือ เพื่อที่จะได้มีความชอบธรรม (legitimate) ในการเจรจากับเจ้าหนี้ ในเดือน พ.ค 
Nomura เห็นว่ามีโอกาส 55% ที่จะเกิดการทำประชามติใน Greece ว่าต้องการเป็นสมาชิก Eurozone พร้อมกับรับเงื่อนไขที่ผูกมัดหรือไม่  :  พัฒนาการของเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ Nomura  เห็นว่า มีโอกาส 55% ที่จะมีการทำประชามติในกรีซว่าต้องการอยู่กับ Eurozone พร้อมกับเงื่อนไขที่จะผูกตามมาหรือไม่  มากกว่าทางเลือกอีก 2  ทาง  ซึ่งประกอบด้วย การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ หรือทำประชามติใดๆ  จนกระทั่งได้เงินกู้งวดใหม่ (โอกาส 20%)  หรือ ปล่อยให้การขัดแย้งดำเนินต่อไป  ทำให้จะมีการผิดนัดชำระหนี้ มีการหยุดทำการของธนาคาร และมีแนวโน้ม (potential) ในเรื่องการออกจาก Eurozone  (โอกาส 25%)       ข้อดีของการเลือกทำประชามติ ก็คือ ได้โอนอำนาจ (mandate) ในการเจรจาที่ยุ่งยากในปัจจุบัน ไปสู่การมีอำนาจในการเจรจาที่มีความประนีประนอมมากขึ้น   ทั้งนี้เมื่ออิงกับผลสำรวจต่างๆล่าสุด  พบว่าน่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า ( likely than not) ที่ชาวกรีกจะหนุนให้อยู่ใน Eurozone ต่อไป  
การทำประชามติอาจมีภาพแบบ “ต้นร้ายปลายดี”  : Nomura เห็นว่าหากมีประกาศการทำประชามติ ในช่วงแรกอาจจะมีผลเชิงลบต่อสินทรัพย์ของ Greece เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนเรื่องผลของประชามติ ว่าจะอยู่ใน euro zone หรือไม่ แต่เมื่อทราบผลแล้วว่าจะยังอยู่ใน Eurozone จะมีผลในทางบวก  Nomura คาดว่า คาดว่าหลังจากมีประชามติ  พรรค SYRIZA อาจจะแตกเป็นกลุ่มที่หนุน และกลุ่มที่ต้าน Eurozone  ทำให้ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อนำพรรคที่หนุน Eurozone เข้ามา ซึ่งจะทำให้การเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้ราบรื่นขึ้น  ทั้งนี้ Greece จำเป็นต้องตกลงกับเจ้าหนี้ให้ได้ก่อน 30 มิ.ย ที่ EFSF  (The European Financial Stability Facility)  จะหมดอายุ  และเพื่อปูทางเข้าสู่โครงการเงินกู้ครั้งต่อไป ที่จะอยู่ภายใต้ ESM (Europen Stability Mechanism) ให้ได้ เพราะ Greece มีความต้องการเงินราว EUR7.6bn เพื่อชำระหนี้แก่ Eurosystem  ขณะที่การประชุม Eurogroup ครั้งถัดไปในวันที่ 18 มิ.ย. ก็จะไม่ทันการณ์



Nomura  ให้โอกาส 70% ว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ 1.75% (Consensus : 1.75%) ในการประชุม 29 เม.ย.  : สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานดัชนีผลผลิตภาคการเกษตรเดือน มี.ค. หดตัว  -12.4% y-o-y ในเดือน มี.ค.(ก.พ. : -3.8%)  สะท้อนภาคการเกษตรซึ่งมีน้ำหนัก 8.3% ใน  GDP จะเป็นตัวฉุด Q1 GDP    ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเดือน มี.ค. ยังเติบโตสูงในอัตรา  +25.5% y-o-y (ก.พ. : 29.6%)   แปลว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีขนาดราว 10% ของ GDP  จะเป็นตัวหนุนการเติบโตของ GDP    สัปดาห์นี้ คาดว่าวันที่ 28 เม.ย. จะมีรายงานการค้าระหว่างประเทศตามระบบศุลกากร และ รายงานดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน มี.ค.  Nomura คาดว่าการส่งออกคงหดตัวที่ -2.5 % y-o-y ( consensus :    -4.0   ;   ก.พ. : -6.1%) เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรยังแย่ และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมถูกกระทบจากเศรษฐกิจของประเทศลูกค้าหลักที่โตแผ่วลง   ด้านการนำเข้าคงลดลงในอัตรา  -1.0% y-o-y (consensus :  +0.3  ; ก.พ. : 1.5%) ตามอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ  ส่งผลให้คาดดุลการค้าคงเกินดุลจำนวน   +US$1bn  (consensus :  US$0.5bn      ; ก.พ. : +US$390mn)    ด้านดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน มี.ค.  คาดโตแผ่วลงเหลือ +1.4 % y-o-y   (consensus :    4.0%  ;   ก.พ. : 3.6%)  เพราะถูกฉุดจากการผลิตที่แผ่วลงในบางอุตสาหกรรมเช่น  HD ที่เร่งผลิตไปแล้วในเดือน ก.พ.ก่อนที่จะมีการปิดซ่อมบำรุงในเดือน  มี.ค.  ด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของ ธนาคารแห่งประเทศไทย วันที่ 29 เม.ย. Nomura คาดว่ามีความเป็นไปได้ 70% ว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยที่  1.75%  หลังจากเพิ่งปรับลดลง 25 bp ไปเมื่อ 11 มี.ค.  (คาด กนง. จะลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่  10 มิ.ย. )

Nomura’s global forecast summary


Our View in a Nutshell  (changes from last issue highlighted)

United States 

ปัจจัยด้านดินฟ้าอากาศและปัญหาที่ท่าเรือแถบตะวันตก (West Coast ports ) จะมีผลต่อการเติบโตในระยะสั้น

Nomura คาดว่า การขุดเจาะน้ำมัน (oil-drilling ) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า จะเป็นตัวกดการเติบโตในปี 2015

หลังจากปี 2015 ข้อจำกัดด้านอุปทาน และดอกเบี้ยนโยบายที่เพิ่มขึ้น จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจปรับเข้าสู่ระดับตามศักยภาพที่ ~2.25%

ค่าจ้างแรงงานจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยชั่วคราวจะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานอ่อนลงในช่วงแรกปี 2015

ตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นและการผ่อนคลายมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อลงเล็กน้อยจะหนุนตลาดบ้าน 

ราคาน้ำมันที่ลดลงมากจะทำให้ capex ของธุรกิจขุดเจาะน้ำมันลดลงในปี 2015

คาดว่า แนวโน้มเงินเฟ้อแผ่วลง y-o-y  ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น คงเกิดขึ้นใน Q3  2015

แนวโน้มภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น   นโยบายที่ผิดจังหวะ (misstep)  เศรษฐกิจโลกที่โตช้า คือความเสี่ยงหลัก

 

Europe

แนวโน้ม GDP ที่เติบโตน้อยกว่าศักยภาพ    ระดับ NPL ที่สูง และหนี้ที่เพิ่มขึ้น จะยังคงเป็นประเด็นท้าทายสำคัญต่อกลุ่มที่ใช้เงินยูโร

Nomura  คาด HICP inflation  ที่ต่ำกว่าที่  ECB และ consensus คาด ในปี 2015 และ 2016

ECB จะซื้อสินทรัพย์ทั้งของรัฐบาลและเอกชน €60bn ต่อเดือน ในช่วงมีนาคม 2015-กันยายน 2016

จะมีการซื้อสินทรัพย์จนกระทั่งเห็นเงินเฟ้อมีการปรับตัวอย่างยั่งยืนสู่ระดับเป้าหมายของ ECB

Nomura คาดว่ามีโอกาสมากกว่าที่จะไม่  ที่ ECB จะจำต้องซื้อสินทรัพย์ต่อไปอีกหลังจากเดือน กันยายน 2016

ราคาน้ำมันที่ร่วงลงจะทำเงินเฟ้อของ UK ต่ำลงอีก ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกจะเลื่อนไปอย่างไม่เหมาะสม เป็น ก..2016

การกระตุ้นเศรษฐกิจของ UK ทำให้กำลังการผลิตถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว  ความล้มเหลวด้านนโยบายในการรับมือเรื่องนี้ เสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์สำหรับวิกฤตในครั้งต่อไป

 

Japan

Nomura คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะแข็งแกร่งต่อเนื่อง เพราะมีหลายปัจจัยหนุนรวมทั้งการส่งออก

คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะเพิ่มขึ้น 0.3% y-o-y  ใน FY 2015  ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2.0%

คาดว่า BOJ จะประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินอีก ในการประชุมเดือน ต.ค.2015

ความเสี่ยงหลักคือหากค่าเงินเยนแข็ง   ปัญหาหนี้ในยุโรปแย่ลง ตลอดจนหากเศรษฐกิจ  US และ China  โตช้าลง

 

Asia (Ex Japan)

น้ำมันเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เอเชียต่างจากเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่เหลือ โดยจะ outperform เพราะเอเชียส่วนใหญ่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ

การเติบโตที่ช้าลงของ China  และการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะทำให้หลายประเทศในเอเชียเผชิญความเสี่ยงด้านสินเชื่อ

China : ปัจจัยกดการเติบโตมีมาก (strong growth headwinds)  ทำให้จะมีการลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 3 ครั้ง และลด RRR อีก 3 ครั้งเช่นกันในช่วงที่เหลือของปี

Koreaคาดว่า Bank of Korea  จะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งสู่ระดับ 1.5% ในเดือน มิ.ย. หรือ  ก.ค.  เพื่อจำกัดความเสี่ยงขาลงของเศรษฐกิจ

India:  ความคืบหน้าด้านการปฏิรูป และนโยบายการเงินที่รอบคอบ (prudent monetary policy) กำลังหนุนพื้นฐานเศรษฐกิจให้แกร่งขึ้น ให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างยั่งยืน

Australiaคาดจะเติบโตต่ำกว่าแนวโน้ม (trend) และ RBA จะลดดอกเบี้ยนโยบาย ลงอีก  25 bp  ในเดือน พฤษภาคม 2015

Indonesiaการปฎิรูปเริ่มต้นแล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่าจะตามด้วยการปฏิรูปในด้านอื่นๆ หรือไม่   เศรษฐกิจจะโตต่ำกว่าศักยภาพ

 

EEMEA (ตลาดยุโรปเกิดใหม่ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา)   & LatAm

South Africa : มาถึงครึ่งทางของวงจรดอกเบี้ยแล้ว   มีความเสี่ยงว่า  SARB จะคงดอกเบี้ยนานกว่าคาด

Hungary :  นโยบายทั้งมวลมีแนวโน้มจะเน้นไม่ให้การเติบโตเศรษฐกิจกลับมาร่วงลงไปในปีนี้

Poland คำมั่น (pre-commitment) ของ NBP เรื่องจะไม่ลดดอกเบี้ยลงอีก จากการที่ ECB ทำ  QE นั้น จะไม่สร้างความน่าเชื่อถือ ถ้าค่าเงินแข็งค่า

Turkeyคาดว่าจะหยุดลดดอกเบี้ยในขณะนี้  ก่อนจะมีการลดดอกเบี้ยลงในที่สุด

Russia: นโยบายการเงินหันไปให้น้ำหนักเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะความเสี่ยงเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีมากขึ้น

Brazil  คาดเศรษฐกิจขยายตัว 1.5% ในปี 2015  เนื่องจากการลงทุนที่ยังอ่อนแอ  

Mexicoการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มบวก เพราะเศรษฐกิจของ US ปรับตัวดีขึ้น

Colombia : การเติบโตจะแผ่วลงจากราคาน้ำมันที่อ่อนลงและอัตราการค้า (term of trade) ที่แย่ลง

Chile: คาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยโดยขึ้นกับความสามารถของรัฐบาลในฟื้นความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ





United States
      


Japan


Europe 


Asia
      


Emerging Markets