Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Asia letter

13 กรกฎาคม 58
 CNS (IRIS) ได้แปลรายงานฉบับภาษาอังกฤษ ของ Nomura ชื่อ  “ Asia Economic Monthly: Our main out-of-consensus calls  (9 July 2015)”  ใน 2 ส่วน คือ  Asia letter : Our amin out of consensus calls ( เขียนโดย Rob Subbaraman)  และ Outlook 2015-2017 –Thailand: The slump looks set to continue (นำการเขียนโดย Euben Paracuelles )  ดังนี้ 

Asia letter
Our main out-of-consensus calls
ประเด็นที่ Nomura เห็นต่างจากตลาด  ประกอบด้วย แนวโน้มที่จะมี positive surprises ใน China และ India  แต่น่าจะผิดหวังใน Indonesia
ในเดือนที่ผ่านมา Nomura ได้มีการปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ ต่อไปนี้
Korea : Nomura ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ 2016 GDP เป็น 3.3% จาก 3.0% เนื่องจากรัฐบาลมีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยป้องกันเรื่องการลดรายจ่ายโดยไม่ตั้งใจ (unintended spending cut ) ใน  Q4 2015. 
Thailand : Nomura คงคาดการณ์ GDP 2015 ที่ 2.7% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด (3.3%) แต่ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2015 ลงจาก 3.5% เหลือ 3.0% จากปัจจัยด้านการเมือง ซึ่ง Nomura คิดว่าจะมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายภาครัฐและกระทบความรู้สึกของภาคเอกชน 
นอกเหนือจากการตอบสนองของตลาดในเชิงลบในระยะสั้น  Nomura เห็นว่ามีเหตุผล 5 ประการที่ทำให้ Nomura เชื่อว่า วิกฤตใน Greece ไม่น่าจะมีผลกระทบลุกลามมายังตลาดการเงินของเอเชีย อย่างมีนัยสำคัญ  กล่าวคือ
สถานการณ์ตอนนี้ต่างจากปี 2011-12  เพราะได้มีการแก้ไขสถานการณ์มาแล้วหลายปีทำให้ตลาดการเงินและผู้กำหนดนโยบาย (policymakers) เตรียมการรับมือได้ดีกว่าเมื่อก่อน
Greece มีขนาดเศรษฐกิจราว 2%ของ eura-area  GDP และเมื่อเทียบกับปี 2011-12 ขณะนี้เศรษฐกิจชองประเทศที่เหลือใน euro area  ต่างแข็งแกร่งขึ้นมาก  โดยมีอัตราการเติบโต  0.4%q-o-q ใน Q1 2014 และออกจากภาวะเงินฝืด (deflation) แล้ว
หนี้ภาครัฐของ Greece ขณะนี้เจ้าหนี้ Greece หลักๆ คือ องค์กรที่เป็นของทางการต่างๆ ประกอบด้วย  รัฐบาลของประเทศต่างๆใน Europe  , EFSF, IMF และ  ECB เมื่อสิ้นปี 2014 ประเมินกันว่า ภาคเอกชนเป็นเจ้าหนี้รัฐบาล Greece อยู่ในราว 12% ของหนี้ภาครัฐรวม   ซึ่งลดลงจากระดับ 64% เมื่อปี 2010 มาก
ความแตกต่างจากปี 2011-12 คือ ขณะนี้ผู้กำหนดนโยบายได้พัฒนาเครื่องมือในการป้องกันผลลุกลามทางการเงิน  ประกอบด้วย  OMT (Outright Monetary Transactions)    เงินทุนจำนวน EUR500bn แก่ ESM และการทำ QE ของ ECB
Asia ex-Japan ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงไปมากตั้งแต่ปีก่อน  ทำให้ดัชนีสะท้อนความอ่อนไหวด้านปัจจัยพื้นฐาน (fundamental vulnerability indicators) ปรับตัวดีขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านดุลการชำระเงิน  ส่งผลให้เมื่อเทียบกับบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่ (emerging market :EM) ด้วยกันแล้ว  Asia อยู่ในฐานะที่อ่อนไหวน้อยสุดหากมีการลุกลามทางการเงิน
นอกจากเรื่อง Greece แล้ว  Nomura ได้สรุปประเด็นด้านมุมมอง และการคาดการณ์ที่แตกต่างจากตลาด ดังนี้
China :  มีการพูดถึงกันอย่างมากเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพหรือทรงตัวได้  (stabilizing growth)  แต่ Nomura เชื่อว่าในไม่ช้าตลาดจะพูดถึงการฟื้นตัว    Nomura คาดว่า GDP คงโตแผ่วลงเหลือ  6.6%y-o-y ใน Q2 จากอัตรา 7% ในQ1 ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเป็น  6.8% ใน H2  อย่างไรก็ตาม ผลของฐานตัวเลขที่สูง การดูการฟื้นตัวจะเห็นได้ก็โดยการดูในรูปของอัตราการเติบโตที่เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าแล้วหักด้วยปัจจัยด้านฤดูกาล    Nomura คาดว่า GDP  Q2 จะเร่งขึ้น 1.3% q-o-q (s.a.) เทียบกับของ Q1 ที่เพิ่มขึ้น  1.3% q-o-q   ตามด้วย Q3 จะเพิ่มขึ้น 2.0% และ Q4 เพิ่มขึ้น  1.6%   หรืออีกนัยหนึ่ง  Nomura คาดว่า  GDP Q3 จะขยายตัวถึง 8% q-o-q annualized โดยได้ปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายด้านโยบายที่สะสมกันมาตั้งแต่เดือน พ.ย.2014  และนำโดยอุปสงค์ในประเทศ  เมื่อดูจากผลสำรวจภาคธุรกิจ   กำไรของภาคอุตสาหกรรม และดัชนีด้านอสังหาริมทรัพย์ ล้วนส่งสัญญาณของการเริ่มฟื้นตัว   Nomura เห็นว่าผลของความมั่งคั่งที่ลดลงจากการที่ตลาดหุ้น China ปรับตัวลดลงน่าจะมีผลกระทบน้อย ขณะที่ Nomuraเห็นว่าความเสี่ยงที่สูงกว่า จะมาจากการที่ผู้กำหนดนโยบายอาจผ่อนคลายมากเกินไป เพราะต้องการหนุนความเชื่อมั่นในภาคการเงิน และเพื่อเลี่ยงปฏิกิริยาจากสังคม ทำให้ Nomura เห็นมีความเสี่ยงขาขึ้น (upside risks) ต่อการคาดการณ์ GDP ใน H2
India :  Nomura มองต่างจาก consensus ใน 2 เรื่อง คือ หนึ่ง Nomra เห็นว่าจะมีความน่าประหลาดใจในเชิงบวก ( positive surprise) ในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจใน H2  และเห็นว่า  RBI (the Reserve Bank of India) จะไม่ลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้หรือปีหน้า เพราะจะต้องพยายามบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 4%  Nomura ประเมินว่า ความเห็นของนักลงทุนแกว่งไปมา จากที่มองบวกเกินไปในเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจของปี 2014 แต่ขณะนี้กลับเป็นมองลบเกินไป  ขณะที่ในความเป็นจริง Nomura เห็นว่าน่าจะอยู่ตรงกลางๆ  ประเด็นที่มองกันลบมากไปประกอบด้วย  รายได้ชนบทที่แย่  ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง (correction) ภาคการก่อสร้างมีหนี้สูง  สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (nonperforming loans) ที่กำลังฉุดรั้งการปล่อยสินเชื่อของภาคธนาคาร    การส่งออกกำลังตกลง และไม่มีการปฏิรูปครั้งใหญ่  (big bang reform) แต่เราไม่ควรละเลยปัจจัยบวก จากเรื่องของเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง  ราคาพลังงานที่ถูกลง ราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (profit margin)   ฐานะดุลการชำระเงิน (balance of payment) ที่แข็งแกร่งขึ้น จากเงินทุนไหลเข้าที่เพิ่มขึ้นทั้งในรูป  FDI และ portfolio  และการปฎิรูปที่คืบหน้าแม้ว่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ   ในเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบราชการ   การเปิดรับ FDI   การลดการอุดหนุนด้านพลังงาน  และการเร่งการใช้จ่ายด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน   Nomura เห็น ตุ่มเขียวๆ (green shoots)  หรือการฟื้นตัว มีให้เห็นแล้วในข้อมูลต่างๆอาทิ ยอดขายรถยนต์  การจราจรทางอากาศ  รายได้ภาษีทางอ้อมของรัฐ  การผลิตถ่านหิน   การนำเข้าสินค้าทุน และจาก  composite leading index ที่ Nomura จัดทำขึ้น  แม้เรื่องของฤดูมรสุม(monsoon) คือปัจจัยที่ไม่แน่นอน (wild card) แต่หากสมมติว่ามีปริมาณน้ำฝนเดือน ก.ค.ที่เท่ากับค่าเฉลี่ยแล้ว   Nomura คาดว่า GDP Q4 น่าจะเติบโตได้  8.4% y-o-y เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 7.7% อย่างไรก็ดี ในด้านเงินเฟ้อ Nomura เชื่อว่าเงินเฟ้อที่ลดลงนั้น 85% เกิดจากปัจจัยด้านวัฏจักร (cyclical factors)  เช่น การเติบโตที่แผ่วลง  ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (profit margin) และการลดการอุดหนุนด้านราคา) ดังนั้น ถ้าการคาดการณ์ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจของ Nomura ถูกต้องแล้ว  ก็น่าจะไม่เห็นภาพของเงินเฟ้อลด (disinflation)อีกแล้ว  ดังนั้นการจะทำให้เงินเฟ้อหลัก (underlying inflation) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4% จำเป็นต้องมีการลงทุนมากขึ้นในด้านการเกษตร   การปฏิรูปเพื่อเร่งประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ และต้องเห็นการคาดการณ์เงินเฟ้อ (inflation expectations) ซึ่งยังอยู่ในระดับเลขตัวเดียวแต่สูงๆ   ลดลงมากกว่านี้    การปฎิรูปโครงสร้าง (structural reforms) เป็นเรื่องที่ใช้เวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศประชาธิปไทยที่ใหญ่ที่สุดของโลก   ดังนั้น Nomura จึงไม่เห็นช่อง (space) ที่จะทำให้ RBI ลดดอกเบี้ยได้อีกในอนาคตอันใกล้นี้
Korea :  Nomura เชื่อว่า การคาดการณ์ GDP 2015 ที่  3.0% ของตลาดนั้น สูงเกินไป   Nomura คาดตัวเลขนี้ที่  2.5%   อย่างไรก็ดี ในด้านดอกเบี้ย  กรณีฐานของ Nomura คือ Bank of Korea  (BOK) จะไม่ลดดอกเบี้ยลงอีก (  Nomura ให้ความเป็นไปได้ 30% ที่จะมีการลดดอกเบี้ยลง 25 bp ในเดือนกันยายน หรือเดือน ตุลาคม ซึ่งเหมือนกับที่ตลาดคาด  )    ธงแดง  (red flag) เตือนที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือ Nomura คาดว่า การส่งออก (ที่ปรับด้วยวันทำงานแล้ว ) คงลดลง 12.3% y-o-y ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นการหดตัวแรงสุดนับแต่ปี 2009  สืบเนื่องจากอุปสงค์ใน EM ที่อ่อนลง และอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง (real effective exchange rate) ที่แข็งค่า   ด้านอุปสงค์ในประเทศก็อ่อนลง เพราะรายได้ขยายตัวน้อย ครัวเรือนมีหนี้สูง และประชากรวัยชรามีมากขึ้น   ส่งผลให้ รัฐบาลจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของปี FY15 เมื่อไม่นานนี้ ซึ่ง Nomura คาดว่าจะเพิ่ม  GDP ได้ราว 0.3 pp  ซึ่งเพียงพอที่จะลบล้างผลกระทบจากการระบาดของ MERS  (Middle East respiratory syndrome)   แม้จะมีมุมมองที่ย่ำแย่ (bearish) ในเรื่องของการเติบโต    BOK ก็มีอุปสรรคในเรื่องของการลดดอกเบี้ยลงอีก จากระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ที่  1.5% ในขณะนี้  เพราะหนี้ภาคครัวเรือนที่สูง  เงินเฟ้อที่ดูจะเริ่มเพิ่มขึ้น และการที่ยังช่องให้มีการกระตุ้นการคลังได้มากขึ้นอีก ตลอดจนการที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย
Taiwan :  เศรษฐกิจอยู่ในข่ายฝืดแล้ว (deflation) และข้อมูลล่าสุดยังเห็นภาพที่แย่ลงอีก และลงแรงมากสุดในภูมิภาค  ส่วนหนึ่งเกิดจากยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่หดตัว  และการแข่งขันที่มากขึ้นจาก China และ Korea  ในเดือน พ.ค. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวที่  -3.2% y-o-y แย่ลงมากเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. ที่โต 1.3%     PMI เดือน มิ.ย. ลดลงเหลือ 46.3 จุด จากระดับ 49.3 ในเดือน พ.ค.  ด้านการส่งออกก็ลดลงถึง -13.9% y-o-y จาก -3.8%   Nomura เห็นว่ามีความเสี่ยง (risk) เพิ่มขึ้นที่ Taiwan จะสร้างความประหลาดใจให้แก่ consensus ด้วยการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
Indonesia :  Nomura มองคล้าย consensus ว่า  GDP Q2 จะโตแผ่วลงเหลือ   4.6% y-o-y จาก Q1 ที่ขยายตัว 4.7%  ก่อนที่จะเร่งตัวขึ้นมาที่ 4.9% y-o-y ใน H2  ส่งผลให้ทั้งปี 2015 เติบโตได้ 4.8%  แต่จะถือเป็นระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ Indonesia เคยเติบโต และจะเป็นระดับต่ำสุดนับแต่ปี 2009    Nomura เชื่อว่า มีความเสี่ยงที่การเติบโตจะแย่กว่าที่ Nomura และ consensus คาดไว้  ซึ่งจะกดดันให้ Bank Indonesia (BI) ต้องลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น   การที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตลาดโลกลดลงมีผลต่อเศรษฐกิจ    Indonesia  ที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ ไม่สามารถส่งออกสินค้าหัตถอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชย  เพราะความสามารถในการแข่งขันถูกฉุดด้วยการปรับเพิ่มค่าแรงที่เกินกว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น  แรงส่ง (momentum) ของการปฏิรูปเริ่มช้าลง เห็นได้จากการดำเนินโครงการด้านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่ช้า   เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงได้บั่นทอนกำลังซื้อ ส่งผลให้ยอดขายรถหตัวถึง -21% y-o-y ในเดือน เม.ย. –พ.ค.   ยอดขายรถจักรยานยนต์ก็ลดลง –32%   ด้านการคลังก็มีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ  เพราะรายได้ภาษีใน H1 2015 ต่ำกว่าที่ทางการคาดไว้   โดยจัดเก็บได้เพียง 37% ของเป้าหมายทั้งปี  ขณะที่ BI ก็อยู่ในฐานะที่เจอทางเลือกที่ยาก ระหว่างการยืนดอกเบี้ยที่ 7.5% เพื่อดูแลการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด (Nomura คาดว่าคงขาดดุลคิดเป็น -2.7% ของ GDP ใน Q2) และเงินเฟ้อที่สูง (7.3% y-o-y ในเดือน มิ.ย.) หรือ จะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ    Nomura มีมุมมองว่าจะเลือกประการแรก  โดยคาดว่า BI จะลดดอกเบี้ยได้ก็ตกในช่วง Q4 2015 อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ Q2 GDP จะออกมาน่าผิดหวัง และการคาดการณ์ว่า President Widodo จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในไม่ช้านี้  จะมีแรงกดดันให้ BI ลดดอกเบี้ยมากขึ้น
Thailand :  แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีการนำเข้าสุทธิน้ำมันมากที่สุด  เศรษฐกิจไทยก็ยังโตน้อย และตกอยู่ในภาวะเงินฝืด (deflation) เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อ   หนี้ครัวเรือนสูง  กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ยังเหลือเฟือ  การปฎิรูปด้านอุปทานไม่ไปไหน  และรายได้ภาคการเกษตรที่อ่อนแอ   สอดคล้องกับการคาดการณ์ 2015 GDP ของ Nomura ที่ 2.7% (consensus : 3.3%)  มีสัญญาณเพิ่มขึ้นว่าการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนกำลังแย่ลงๆ  ซึ่งหนุนมุมมองของ Nomura ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยใน Q4 โดยมีความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าคาด 



Thailand : The slump looks set to continue
อุปสงค์ในประเทศกลับมาแย่ลง   ขณะที่การกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยอาจทอดเวลาออกไป    ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายต่อระบบเศรษฐกิจ
Forecast change :  Nomura ปรับลดคาดการณ์  2015 CPI เป็น  -0.8% จากเดิมที่คาด  0.3%   ปรับเพิ่มคาดการณ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเป็น  4.5% ของ GDP จากเดิมคาดไว้  2.2%  และได้ปรับลดการคาดการณ์ 2016 GDP เหลือ 3.0% จากเดิมคาด 3.5%
Activity :  ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย.และ พ.ค.ที่ออกมา ชี้ว่าเศรษฐกิจโตช้าลง  เพราะอุปสงค์ภาคเอกชนอ่อนแอลง แม้ว่าการใช้จ่ายภาครัฐ มีการปรับตัวดีขึ้น   นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าหัตถอุตสาหกรรม ถือว่าแย่กว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาคที่ส่งออกแย่ลงเหมือนกัน   Nomura คาดว่า GDP Q2 จะโตแผ่วลงเหลือ 2.6%y-o-y จากที่โต 3.0% ใน Q1  และระดับดังกล่าวจะเป็นการหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหลังหักปัจจัยด้านฤดูกาลออก    ตัวเลขเช่นนี้หนุนการคาดการณ์ของ Nomura ที่คาดว่า 2015 GDP จะขยายตัว 2.7% ซึ่งจะต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ใหม่ที่ 3% ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เป็นตัวเลขที่ถูกหั่นลงแล้ว  ทำให้ยังมีช่องที่จะเห็นตัวเลขที่จะผิดหวัง  สำหรับปี 2016  Nomura ได้ปรับลดคาดการณ์  2016  GDP เหลือ 3.0% จากเดิม 3.5% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงทางการเมือง
Inflation and monetary policy :  ธปท. คงดอกเบี้ยนโยบาย ในการประชุม 10 มิ.ย. แต่ก็ชี้ว่าจะรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ (wait-and-see mode)  Nomura คาดว่า ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาน่าผิดหวังเป็นชุด และการคาดการณ์เงินเฟ้อจะลดลงๆ   ซึ่งจะหนุนให้ ธปท. ผ่อนคลายนโยบายได้   เงินฝืดยังดำเนินอยู่ต่อไปในเดือน มิ.ย. เห็นได้จาก CPI ที่ออกมา  -1.1% y-o-y ในเดือน มิ.ย. เทียบกับ -1.3% ในเดือน พ.ค.   ในช่วงครึ่งปีแรก  CPI ได้หดตัวในอัตรา  -0.8%    Nomura เห็นว่ายิ่ง CPI หดตัวยืดเยื้อ จะยิ่งเห็นการคาดการณ์เงินเฟ้อลดลงต่อไป  Nomura ได้ปรับลดคาดการณ์  2015  headline CPI  มาอยู่ที่  -0.8%   และยังคงคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยใน Q4 โดยเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเร็วกว่าคาด  หลังจากนั้น ธปท. น่าจะมีช่องว่างจำกัดที่จะผ่อนคลายลงอีก และไม่ได้มีหน้าที่ในเรื่องของการปฏิรูปด้านโครงสร้าง (structural reforms)
Fiscal policy and political outlook :  พัฒนาการทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ ยังคงเห็นเสถียรภาพทางการเมือง   ซึ่งจะเอื้อให้รัฐบาลทหารดำเนินการตามแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน   แต่ถ้ามองไกลกว่านั้น  รัฐบาลน่าจะเผชิญกับแรงกดทางการเมืองที่หนักขึ้น    Nomura เชื่อว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในช่วงต้นปีหน้าจะมีผลคือไม่ผ่าน   ซึ่งจะทำให้รัฐบาลอยู่ยาวขึ้นแต่ก็จะเผชิญความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่อาจจะเพิ่มขึ้น  ซึ่งจะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ให้มีแนวโน้มแย่ลง
Risks :  ความเสี่ยงยังเอียงไปทางขาลง หากการลงทุนภาครัฐล่าช้า  แนวโน้มด้านการปฏิรูปอ่อนแอ   การส่งออกยังอ่อนแอต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทางการเมืองมีมากขึ้น

























 


Investment Research and Investor Services

 

13  JULY 2015

 

 

 

IRIS Economist

 

Nuchjarin Panarode

Analyst Registration