Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Frozen economies

17 เมษายน 63

Frozen economies
Lockdowns have likely caused the worst global economic fallout since the Great Depression.
CNS (IRIS) ได้แปลและสรุปรายงานบางส่วนของ Nomura เรื่อง “ Global Economic Outlook Monthly ( 14 April 2020)” ประกอบด้วย “United States: A historic contraction” ที่นำการเขียนโดย Lewis Alexander , “Euro area: Headling into recession ” นำโดย George Buckley, “ UK: Policy is close to being maxed out นำโดย George Buckley, “China: Hopes dimming for a rapid recovery” นำโดย Ting Lu , “Japan: Risk of a Tokyo lockdown” นำโดย Takashi Miwa และ “ Thailand: Deep contraction” นำโดย Charnon Boonnuch ดังนี้



Our view in a nutshell
United States
• เศรษฐกิจจะถดถอยลึกแต่ไม่นานใน H1 ก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวใน H2 จากแรงหนุนของนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย
• Fed จะแช่ดอกเบี้ยไว้ที่ขอบล่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังรักษาประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน" (effective lower bound (ELB)) ไว้ตลอดปี 2021 เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
• Fed จะเพิ่มการให้กู้ฉุกเฉินประเภทต่างเพิ่มเติม รวมทั้งประเภทที่จะช่วยธุรกิจขนาดเล็ก
• Nomura คาดว่าจะมีมาตรการการคลังขนาดใหญ่จาก Washington แต่อาจจะได้ผลน้อยเพราะมาตรการ social distancing
• อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยน่าจะสูงถึงราว 15-20% ใน Q2 เพราะ COVID-19 กระทบตลาดแรงงานอย่างมาก
• เงินเฟ้อพื้นฐานอาจจะลดลงใน Q2 เพราะ COVID-19 ที่ดึงราคาในภาคบริการ และทำให้มีแรงงานส่วนเกินในตลาดแรงงาน
• ความเสี่ยงคือ ถ้า social distancing ล้มเหลว ถ้าตลาดสินเชื่อและภาคการเงินตึงเครียด

Europe
• การระบาดของ COVID-19 ทั่ว Europe จะทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างมากในปี 2020
• ราคาน้ำมันที่ลดลง ค่าเงิน euro ที่แข็งค่า และอุปสงค์ที่ลดลงเพราะ COVID-19 จะทำให้เงินเฟ้อของ euro area ลดลง
• ECB ประกาศทำ QE อีก €750bn คาดว่า ลำดับต่อไป ECB คือจะลดดอกเบี้ย deposit facility rate ลง 20 bp ในเดือน เม.ย.
• Nomura ปรับลดคาดการณ์ UK GDP ลงอีก คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยใน H1 โดย GDP จะลดลงเกิน 15% จาก Q4 2019
• BOE ได้ลดดอกเบี้ย15 bp สู่ระดับ 0.10% และจะทำ QE วงเงิน ?200bn Nomura ไม่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายอีกในกรณีฐาน
• มีความเสี่ยงส่วนปลาย ( tail risks) มากขึ้น เรื่อง Brexit cliff edge (คือ กรณี UK ออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง (withdrawal agreement) แต่ผลลัพธ์ยังมีความไม่แน่นอนเพราะผลของ COVID-19

Japan
• การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ GDP จะลดลงต่อเนื่อง 3 ไตรมาสจนถึง Q2 ก่อนที่ค่อยๆ ฟื้นตัว
• คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะอ่อนลงและลงไปต่ำกว่า 0%y-o-y ใน Q4 นำโดยราคาน้ำมันที่ลดลง
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า ?108trn จะช่วยให้เศรษฐกิจไม่เข้าสู่วงจรอุบาทก์ (vicious cycle) แต่คงมีผลจำกัดต่ออุปสงค์
• ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างมากและการที่ตลาดการเงินยิ่งเลี่ยงความเสี่ยง

Asia
• GDP ของAsia จะ -0.5% y-o-y ในปี 2020 เพราะ COVID-19 เทียบกับ +5.3% ในปี 2019 เศรษฐกิจ 8 จาก 10 แห่งจะถดถอย
• เศรษฐกิจ China จะแย่ใน Q1 แต่ของประเทศอื่นๆ จะแย่มากใน Q2 จากผลกระทบของการปิดเมือง ( lockdowns) และอุปสงค์ภายนอกที่แย่ลง
• เศรษฐกิจจะฟื้นใน H2 แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เพราะการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และกำไรของธุรกิจที่แย่ลง
• แม้ห่วงโซ่อุปทานจะสะดุด แต่ก็คาดว่าเงินเฟ้อจะไม่เฟ้อ เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงและอุปสงค์โดยรวมที่แย่ลง
• นโยบายการเงินและการคลัง ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว แต่จะมีการผ่อนคลายมากขึ้นอีก
• China: คาดว่าเศรษฐกิจจะทรุดใน Q1 และยังคงหดตัวเล็กน้อยใน Q2 ทำให้ทางการจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีก
• Korea: เศรษฐกิจจะแย่สุดใน Q2 จากอุปสงค์ภายนอกที่แย่ ทำให้คาดว่า BOK จะลดดอกเบี้ยใน Q2
• India: COVID-19 ท่ามกลางภาคการเงินที่อ่อนแอจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวในปี 2020 ขณะที่นโยบายทั้งการเงินและการคลังและสภาพคล่องผ่อนคลายมากขึ้น
• Indonesia: แม้เศรษฐกิจจะหดตัว แต่โอกาสที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยมีมากขึ้น เพราะความเปราะบางของดุลการชำระเงิน
• Australia: คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยลึกใน H1 ทำให้อัตราการว่างงานจะเพิ่มจาก 5.1% เป็น 9% ภายในสิ้นปี



United States | A historic contraction


We expect a very deep, but short, recession due to the COVID-19 outbreak. Additional emergency actions by the Fed are likely as the labor market deteriorates.

Economic activity: Nomura คาดว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอย โดย GDP จะลดลงอย่างมากใน H1 2020 โดย GDP จะลดลงถึง 47.1% q-o-q saar ใน Q2 ก่อนที่จะฟื้นตัวไดใน H2 2020 อุปสงค์และอุปทานที่พร้อมใจกันลดลงเพราะ COVID-19 จะมีผลต่อทั้งเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานที่สะดุดทำให้การการผลิตลดลง และการรักษาระยะห่างทางสังคมทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายลดลง ด้านอุปสงค์ภายนอกที่แย่ลงและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากอาจกระทบการลงทุนของภาคธุรกิจ ราคาน้ำมันที่ลดลงจะกดการลงทุนของธุรกิจที่เกี่ยวกับน้ำมัน Nomura คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวใน H2 2020 แต่ไม่คาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งได้ จนกว่าจะมีการผ่อนคลายเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ในปี 2021 ซึ่งเศรษฐกิจจะได้จากแรงหนุนของการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ FOMC ที่ทอดเวลา (lag) จะเริ่มเห็นผล และจากการตอบสนองทางการคลังของรัฐสภา แต่ประสิทธิภาพของนโยบายการคลังน่าจะน้อยลงในสภาวะที่ยังมี social distancing คาดว่าเศรษฐกิจจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2021 จากแรงหนุนของอุปสงค์โดยรวมที่อัดอั้นอยู่ในช่วงการระบาดของ COVID-19

Inflation: อุปสงค์ที่อ่อนแอจากผลของ COVID-19 จะมีผลต่อเงินเฟ้อพื้นฐานในหมวดบริการตั้งแต่ Q2 2020 นอกจากนี้ social distancing ที่ต่อเนื่องจะจำกัดการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อได้นานขึ้น ถ้า COVID-19 มีผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาว แนวโน้มเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงในอนาคตอาจจะต่ำกว่าที่ Nomura คาดไว้

Policy: การระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้น จะส่งผลให้อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นใกล้ถึง 20% ทำให้ Nomura คาดว่า Fed จะยืนดอกเบี้ยไว้ที่ขอบล่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังรักษาประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน (Effective Lower Bound) ไว้ตลอดปี 2021 Fed จะเพิ่มการซื้อสินทรัพย์และเพิ่มเติมวงเงินสินเชื่อ ( credit facilities ) เพื่อให้ตลาดการเงินทำงานต่อไปได้โดยปราศจากเรื่องของการถูกเทขาย นอกจากนี้ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน รัฐสภาอาจจะมีการขยายอำนาจให้ Fed สามารถซื้อหุ้นกู้ของบริษัท

Risks: Nomura เห็นว่าความเสี่ยงของการคาดการณ์มีทั้งสองด้าน เศรษฐกิจในระยะใกล้อาจหดตัวรุนแรงขึ้นถ้ามาตรการ social distancing ยังดำเนินต่อไป แต่ก็เป็นไปได้ที่มาตการเหล่านี้อาจจะไม่นานอย่างที่ Nomura คาด ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นใน H2 2020 ภาะตลาดที่ยุ่งเหยิงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าเศรษฐกิจอาจหดตัวเป็นวงกว้างขึ้นจากผลของความตึงเครียดในตลาดการเงิน สุดท้าย หากเกิดการครองอำนาจโดยพรรคเดียว (full party control) ทั้งในทำเนียบขาวและรัฐสภา หลังการเลือกตั้งในเดือนพ.ย. อาจทำให้นโยบายเศรษฐกิจเปลี่ยนไปอย่างมาก



Euro area | Heading into recession


We expect the euro area to enter a deep recession in 2020 and inflation to turn negative. In response we think the ECB will deliver a 20bp rate cut at April’s meeting.

Growth: เมื่อไม่นานนี้ Nomura ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของ euro area เพราะไวรัสระบาดในยุโรป และประเทศต่างๆ มีการปิดเมือง (lockdown) ตอนนี้ Nomura คาดว่า GDP ของ euro area จะหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งปีแรก (-3.5% q-o-q ใน Q1 และ -13.3% ใน Q2 2020) ก่อนจะเริ่มดีขึ้นหลังจากนั้น แต่การฟื้นตัวจะยังน้อยใน Q3 การบริโภคจะค่อยๆ ฟื้น เพราะต้องใช้เวลากว่าที่ผู้คนจะรู้สึกสบายใจมากพอที่จะออกไปภัตตาคาร โรงภาพยนตร์ และสถานที่ต่างๆ ขณะที่การลงทุนของภาคธุรกิจะยังแย่ตราบเท่าที่ยังมีความไม่แน่นอน Nomura คาดว่าทั้งปี 2020 GDP จะหดตัวเกือบ 8% และการว่างงานจะพุ่งขึ้น (เริ่มเห็นตัวเลขแล้วใน Spain) เหนือระดับ 12% ภายในกลางปี ก่อนจะลดลงอย่างช้าๆ แต่อัตราการว่างงานจะยังสูงกว่าระดับที่เห็นตอนปลายปี 2019

Inflation: นอกจากปรับลดคาดการณ์ GDP แล้ว Nomura ได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อ ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค. เงินเฟ้อ (รายงานเบื้องต้น) อยู่ที่ 0.7% y-o-y อ่อนลงจาก 1.2% ในเดือน ก.พ. สาเหตุหลักๆ เป็นผลจากราคาพลังงานที่ลดลง ( 4 pp จากเดือน ก.พ.) และราคาบริการที่อ่อนลง (ลดลง 0.3 pp) Nomura คาดว่าเงินเฟ้อจะติดลบในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และจะมีค่าเฉลี่ยทั้งปี 2020 ที่ 0.3% นอกจากจะเป็นผลจากราคาพลังงานแล้ว อุปสงค์ที่แย่ลงเพราะ COVID-19 จะเป็นอีกแรงที่กดเงินเฟ้อ GDP ที่คาดว่าจะลดลงอย่างมากจะมีผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ตลาดแรงงานอ่อนลง ค่าจ้างลดลง และมีส่วนดึงเงินเฟ้อลง

Monetary policy: แม้ ECB คงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน มี.ค. ECB แต่ก็ได้ประกาศโครงการซื้อสินทรัพย์ในวงเงินที่มากกว่าคาด โดยประกาศจะซื้อสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มอีก €120bn จากเดิมที่ซื้ออยู่เดือนละ €20bn และประกาศทำ LTRO รอบใหม่ (LTRO-III) ต่อจากรอบปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย. ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์แย่ลง ECB ก็มีการประชุมฉุกเฉิน และประกาศว่าจะซื้อสินทรัพย์อีก €750bn ในปี 2020 เพื่อรับมือกับ COVID-19 การประกาศซื้อสินทรัพย์จะช่วยลดส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของประเทศเล็กๆ เมื่อเทียบกับของ Germany ขณะที่การทำ LTRO จะช่วยให้ธำรงสภาพคล่องในระบบการเงิน Nomura คาดว่า ECB จะลดดอกเบี้ยนโยบาย 20 bp ในการประชุมเดือน เม.ย. ทำให้ depo rate อยู่ที่ -0.70% เพราะเศรษฐกิจที่หดตัวและเงินเฟ้อที่แย่ลงอย่างมาก



UK | Policy is close to being maxed out


GDP is set to fall my more than 15% we believe in H1. Inflation is likely to fall below 1% in Q3 before rising in 2021. Monetary and fiscal policy are close to being maxed out.

Growth: Nomura คาดว่า GDP จะลดลงจาก 4Q19 เกิน15% ภายในกลางปี โดย GDP จะลดลงใน Q1 และลงหนักขึ้นใน Q2 จากผลของการประกาศมาตรการ lockdown เมื่อ 23 มี.ค. การสนับสนุนให้ใช้ social distancing และจากเศรษฐกิจ China ที่หดตัวอย่างมากใน Q1 (ซึ่ง China เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับสามของ UK) เรื่องที่อาจจะสำคัญกว่าการพยายามทำนายให้ถูกต้องว่าเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหนใน H1 2020 ก็คือเรื่องของภาพของผลผลิต (output) ว่าจะเป็นอย่างไรหลังจากนั้น Nomura มีมุมมองว่าจะเป็นภาพการฟื้นตัวแบบเครื่องหมาย “ถูก” ( “tick-shaped” recovery) กล่าวคือ ลดลงอย่างมากใน H1 ตามด้วยการฟื้นตัวรวดเร็ว ทำให้ output กลับสู่ระดับก่อนไวรัสระบาดได้ในช่วงปลายปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงปลายของการคาดการณ์ของ Nomura

Inflation: Nomura คงคาดว่าเงินเฟ้อจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2% ในปีนี้ และ 1.7% ในปีหน้า จากผลของราคาน้ำมันที่จะลดลงอย่างมากในระยะใกล้ สะท้อนเงินเฟ้อจะต่ำกว่าเป้าหมายในปีนี้ และอาจจะเห็นเงินเฟ้อใกล้ 1% ใน Q3 ซึ่งจะทำให้ผู้ว่า Bank of England ต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังจากนั้น จะมี 2 ปัจจัยที่มีผลต่อเงินเฟ้อแตกต่างกัน กล่าวคือ ค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง อาจทำให้เงินเฟ้อในช่วง1ปีหลังจากนั้นเพิ่มขึ้น 0.4 pp และนโยบายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจหนุนเงินเฟ้อในระยะกลาง แต่อัตราการว่างงานที่พุ่งขึ้น ค่าจ้างที่ลดลง และช่องว่างการผลิตที่เพิ่มขึ้น น่าจะมีผลต่อเนื่องจะมีส่วนดึงการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อในปีหน้า

Monetary policy: BoE ได้เปิดประตูระบายน้ำด้านการเงิน กล่าวคือ BoE ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายสู่ขอบล่าง (lower bound) มีการตั้งโครงการให้สินเชื่อโดยเน้นการปล่อยกู้ให้ SME ลดต้นทุนการระดมทุนของธนาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเศรษฐกิจจริงลดลง BoE ร่วมกับกระทรวงการคลังในการบริหารโครงการซื้อตราสารพาณิชย์ (commercial paper) ของธุรกิจขนาดใหญ่ในโครงการ Covid Corporate Financing Facilities ด้านคณะกรรมการ Financial Policy Committee ได้ประกาศลดการดำรงเงินกองทุนเพื่อต้านวัฎจักร (Countercyclical capital buffer) เหลือ 0% จากเดิมที่จะต้องอยู่ที่ 2% ภายในสิ้นปีนี้ มีการเร่งการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative easing) โดย BoE ประกาศซื้อสินทรัพย์อีก ?200bn (ส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (Gilts) และบางส่วนเป็นหุ้นกู้เอกชน (corporate bond)) ซึ่งคิดเป็นเกินกว่า 9% ของ GDP มีอะไรที่ BoE จะทำได้อีก ถ้าจำเป็นต้องทำ Nomura คิดว่าจะออกมาในรูปเดิม (เช่น QE) และถ้ายังไม่พอ BoE จะดูเรื่องการซื้อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น หรือจะพิจารณาเรื่องการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve control)

Fiscal policy: Office for Budget Responsibility คาดว่าการขาดดุลการคลังจะอยู่ที่ 2.4% ของ GDP ในปี 2020-21 แต่เมื่อรวมกับการขาดดุลเพื่อเรื่องต่างๆ ที่จะเข้ามา เช่น ราว 0.5% ของ GDP เพื่อดูแลเรื่อง COVID-19 ซึ่งยังไม่ได้รวมเข้ามาตอนที่ทำงบประมาณ, 1% ของ GDP เมื่อรวมมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลเรื่องค่าจ้าง และการจ้างงานตนเอง (ซึ่งอาจจะเกิน 2% ของ GDP) และผลกระทบของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แย่ลงที่จะมีต่อการคลังของรัฐ ( ราว 5% ของ GDP) แล้ว คาดว่า การขาดดุลการคลังในปีนี้จะเกิน 10% ของ GDP


China | Hopes dimming for a rapid recovery


We expect GDP growth to plummet in Q1 and remain negative in Q2. Beijing is likely to deliver a large stimulus package soon, with the focus more on financial relief.

Forecast revisions: Nomura ปรับลดคาดการณ์ GDP ของ Q1 และ Q2 และของปี 2020 เพื่อสะท้อนการที่ธุรกิจกลับมาเปิดทำการน้อยกว่าคาด และอุปสงค์ต่างประเทศแย่ลงจากผลของโรคระบาด และได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขด้านเศรษฐกิจ และการขาดดุลการคลัง

Activity: COVID-19 มีผลต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ตัวเลขต่างๆ รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ยอดค้าปลีก และการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่างลดลงจากปีก่อนมากกว่า 10% ในช่วง ม.ค.-ก.พ. แม้จีนจะประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาด แต่มีความหวังน้อยว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะ China กำลังเจอเรื่องความท้าทาย 2 เรื่อง คือ อุปสงค์ภายนอกที่ทรุดลงจากโรคระบาด และความเสี่ยงเรื่องการระบาดรอบสองในประเทศ Nomura คาดว่า GDP จะยังหดตัว -0.5% y-o-y ใน Q2 ( Q1 (F) : -9%)

Inflation: COVID-19 ทำให้อุปทานสินค้าจำเป็น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหาร) ขาดแคลน Nomura คาดว่าเงินเฟ้อ ( CPI) จะเร่งขึ้น 4.0% ใน Q2 ก่อนที่จะลดลงใน H2 จากฐานที่สูงในปีก่อน ด้านเงินเฟ้อ (PPI ) น่าจะยังลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้าเพราะอุปสงค์ในประเทศแย่ลงและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง

Policy: Beijing ได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อหนุนธุรกิจ SME และครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ให้อยู่ให้ได้ในช่วงที่มีโรคระบาด Nomura คิดว่าทางการ Beijing จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ เพื่อสู้กับเศรษฐกิจที่ถดถอยรุนแรงสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยมี People’s Bank of China (PBoC) เป็นแหล่งเงินทุนหลัก การขาดดุลการคลังโดยรวมในปีนี้จะเพิ่มสู่ระดับ 13% ของ GDP โดยราว 10% ของ GDP หรือราว ~RMB10trn มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ Nomura เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นส่วนใหญ่จะเป็นการบรรเทาปัญหาการเงินแก่ธุรกิจ ธนาคารและครัวเรือนและอีกส่วนซึ่งไม่น้อย จะเพื่อลบล้างผลกระทบจากการที่รายได้การจัดเก็บภาษีและรายได้จากการขายที่ดินที่ลดลง

Risks: มีความเสี่ยงด้านสูง หากมีการกระตุ้นมากกว่าคาดและการควบคุมโรคระบาดทำได้เร็วกว่าคาด มีความเสี่ยงด้านต่ำหากมีการระบาดรอบสองที่รุนแรง หากอุปสงค์ต่างประเทศทรุดลงแรงขึ้น หากมีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากตลาดอสังหาริมทรัพย์ทรุดลงอย่างแรง และหากมีความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง US-China กลับมาเพิ่มขึ้น


Japan | Risk of a Tokyo lockdown


As the speed of the COVID-19 inflection is accelerating, markets now worry about the risk of a Tokyo lockdown

Activity: แม้ความเสี่ยงของการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังดูไปได้ กล่าวคือ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (industrial production) เพิ่มขึ้น 0.4% m-o-m ในเดือน ก.พ. ถ้าผลผลิต (output) ออกมาตามที่ผู้ประกอบการคาดแล้ว industrial production ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. คงลดลงในวงจำกัดแค่ 0.8% q-o-q ขณะที่คาดว่าของเดือน เม.ย. จะเพิ่มขึ้น 0.9% จากค่าเฉลี่ยในเดือน ม.ค.-มี.ค. อย่างไรก็ดี ภาคบริการถูกกระทบมากจากมาตรการการเว้นระยะห่างในสังคม (social distancing) รายงาน Jibun Bank PMI เดือน มี.ค. ลดลงอย่างมาก (สู่ระดับ -14 จุด เมื่อเทียบกับของภาคหัตถอุตสาหกรรม (manufacturing) ที่ลดลง -3.0 จุด) การที่ COVID-19 มีการระบาดเร็วขึ้น ทำให้ตลาดเริ่มกังวลเรื่องความเสี่ยงที่จะมีการปิดเมืองโตเกียว (Tokyo lockdown) ตามกฎหมายแล้ว แม้ว่ารัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อ 7 เม.ย. แต่ทางการไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือท้องถิ่น จะไม่สามารถห้ามประชาชนและภาคธุรกิจอย่างเข้มงวด (strict ban) ผลกระทบของการ lockdown จึงควรน้อยกว่าที่เกิดขึ้นใน Europe และ US แต่ก็ทำให้มีความเสี่ยงที่ Japan อาจจะล้มเหลวในการควบคุมโรคระบาดจาก COVID-19 เช่นกัน

Inflation: เงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียว (core CPI คือ CPI ที่ไม่รวมอาหารสด) เดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 0.4% y-o-y ต่ำกว่าของเดือน ก.พ. คิดเป็น 0.1 ppt Nomura คาดว่า core CPI จะอยู่ที่ -0.5% และ -1.0% เมื่อถึงสิ้นปี 2020 เพราะราคาพลังงานที่ลดลง ด้านราคาสินค้าในหมวดที่ไม่ใช่อาหารสดและพลังงาน จะขึ้นกับผลกระทบของมาตรการ social distancing เพื่อรับมือการระบาดของ COVID-19 โดย Nomura คาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อมีความเสี่ยงด้านต่ำ

Policy: เมื่อ 7 เม.ย. รัฐบาลเห็นชอบมาตรการฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ ( emergency economic package) วงเงิน JPY108trn ซึ่งดูแล้วเป็นขนาดที่มากกว่าตอนที่มีวิกฤตเศรษฐกิจโลก (global financial crisis (GFC)) ในปี 2008 และมากกว่าของ US ที่มีขนาด USD2trn เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของ GDP อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวดูสูงมาด เพราะได้รวมส่วนของการหยุดชำระการจ่ายภาษีและการจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมไว้ด้วย ถ้าดูเฉพาะรายจ่ายทางการคลัง (fiscal outlays) ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจแล้ว รายจ่ายการคลังที่เพิ่มขึ้นจะตกราว JPY20trn (ราว 4% ของ GDP)

Risks: ความเสี่ยงหลักคือหากเยนกลับมาแข็งค่า จากความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวช้าลงอีก และการคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยในต่างประเทศ


Thailand | Deep contraction


Fiscal packages worth 9% of GDP were unveiled in a bid to contain the severe economic fallout of the COVID-19 outbreak, alongside monetary policy easing and liquidity support.

Forecast change: Nomura มีการปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2020 เป็น -6.3% (รายงานฉบับเดือน มี.ค: 1.4%) แต่ปรับเพิ่มของ ปี 2021 เป็น 3.8% (เดิม 3.3%) ปรับคาดการณ์การขาดดุลการคลังเป็นขาดดุล 6.9% ของ GDP ในFY20 (เดิม 2.5%) และการขาดดุลของ FY21 เป็น 6.3% ของ GDP (เดิม: 2.6%) ปรับลดคาดการณ์ CPI ปี 2020 เป็น -1.3% (เดิม: -0.1%) และปี 2021 เหลือ 0.3% ( จาก 0.8%) และปรับลดคาดการณ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2020 เหลือ 0.3% ของ GDP (เดิม 4.2%) และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.25% ใน Q2 (เดิม 0.50%) ( ด้านค่าเงินบาท (USD/THB) นักกลยุทธ์ด้าน FX ของ Nomura ปรับคาดการณ์บาทอ่อนค่าลงจากคาดการณ์เดิม โดยคาด USD/THB ณ สิ้นปี 2020 ที่ 32.7 (เดิม 30.5) และสิ้นปี 2021 ที่ 31.3 ( เดิม 29.8)-CNS)

Activity: Nomura ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2020 เป็น -6.3% เพื่อสะท้อนมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการพยายามควบคุมการระบาดของ COVID-19 และการที่อุปสงค์ต่างประเทศที่ทรุดลง เป็นการคาดการณ์ที่ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาด (-5.3%) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลงถึง -42.8%y-o-y ในเดือน ก.พ. (ม.ค. : -2.5%) และจะแย่ลงอีกเพราะการควบคุมการผ่านแดนที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ Nomura ปรับลดคาดการณ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลง แม้ว่าราคาน้ำมันที่ต่ำลงจะช่วยลบล้างผลกระทบจากรายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลงได้บางส่วนก็ตาม สำหรับปี 2021 Nomura ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP เป็น 3.8% (เดิม 3.3%) จากผลของฐานตัวเลขที่ต่ำจากผลของ COVID-19

Inflation and Monetary policy: ธปท. ได้ลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.75% ในการประชุมนัดพิเศษในเดือน มี.ค. และมีการประกาศมาตรการบรรเทาภาระหนี้สินแก่ภาคธุรกิจและครัวเรือน ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพของตลาดการเงิน ด้านเงินเฟ้อ ธปท. ได้ลดคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปสู่ระดับ -1% จากเดิมคาด 0.8% และมีการคาดการณ์ปี 2021 เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 0.3% ในปี 2021 Nomura ได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2020-21 เช่นกัน โดยคาดว่าจะยิ่งต่ำกว่าเป้าหมายของ ธปท. ที่ 1-3% ซึ่งสะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังในด้านการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ Nomura ยังคงคาดว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 25bp ในเดือน พ.ค. ( หรือเร็วกว่านั้น) และคาดว่าจะมีการลดอีก 25 bp ใน Q2 จากเศรษฐกิจที่หดตัวแรง ความเสี่ยงเรื่องเงินฝืด และการลดค่าธรรมเนียมการส่งเงินเข้ากองทุนประกันเงินฝาก ( FIDF) ให้แก่ธนาคารพาณิชย์

Fiscal policy: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รอบที่ 3 ซึ่งคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อ 7 เม.ย. ทำให้มาตรการการคลังออกมาแล้วคิดเป็น 9% ของ GDP เพื่อดูแล SME ครัวเรือน และกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ยังขาดรายละเอียดและการประมาณการขาดดุล เพียงระบุว่าจะมีการกู้เงินจำนวน 1 ล้านล้านบาท (5.9% ของ GDP) เมื่อประกอบกับรายได้ของรัฐบาลที่คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายมาก Nomura จึงปรับคาดการณ์ดุลการคลังว่าจะขาดดุลเพิ่มขึ้นมาก รมว.คลังระบุว่าหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 57%ของ GDP ใน FY 21 จาก 41% ใน FY19 โดยการดำเนินมาตรการจะอยู่ในช่วง พ.ค. 63- ก.ย. 64 Nomura เห็นว่ามีความเสี่ยงที่การขาดดุลการคลังอาจจะหนักกว่าที่ Nomura คาด

Risks: ความเสี่ยงด้านต่ำ (downside risks) หลักๆ อาจมาจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจมีผลกระทบกระจายต่อเศรษฐกิจ ขณะที่มีความเสี่ยงด้านสูงหากการควบคุมการระบาดได้เร็วกว่าคาด





เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้จัดทำโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือ และ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็นหรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัท จึงไม่รับผิดชอบต่อการนำเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัท รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทต่างๆ อาจจะทำการลงทุนใน หรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูลและความเห็นที่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ลงทุนใน หรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการลงทุนในหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง ทำให้ปรากฏ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัทเป็นการล่วงหน้า การกล่าว คัด หรืออ้างอิง ข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทำโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้ง การลงทุนในหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหลักทรัพย์แต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนในหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ 


Investment Research and Investor Services

 

17 April 2020

 

 

 

 

Fundamental Investment Analyst  on Securities

Nuchjarin Panarode

Analyst Registration No. 17871

Nuchjarin.panarode@th.nomura.com

02 638 5776, 02 081 2776