Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

A first look at April data

20 เมษายน 63
A first look at April data

Flash PMIs and other business surveys in the US, Europe and Japan could test GFC lows.

สัปดาห์ที่ผ่านมา US มีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่โรค COVID-19 รายวันเพิ่มช้าลงเหลือเฉลี่ยวันละ 5% (สัปดาห์ก่อนหน้า: 10%) และผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 9% (สัปดาห์ก่อน : 17%) ทำให้หลายรัฐเตรียมแผนเปิดภาคธุรกิจอีกครั้งในเดือน พ.ค. ด้านสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health (NIH)) ของ US ได้เผยแพร่รายงานเมื่อ 17 เม.ย.ว่าการทดลองรักษาลิงวอก (rhesus macaques) ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่ก่อโรค COVID-19 ด้วยยาต้านไวรัสเรมเดซิเวียร์ (remdesivir) ซึ่งเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคซาร์สและเมอร์สเมื่อหลายปีที่แล้วนั้น พบว่าช่วยลดอาการของโรคและความเสียหายในปอดอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านการพัฒนาวัคซีนป้องกัน COVID-19 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2563 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยรายชื่อทีมวิจัยวัคซีนอย่างเป็นทางการ ว่ามี 70 บริษัทที่กำลังพัฒนาวัคซีน และมี 3 บริษัทที่อยู่ระหว่างการทดสอบในมนุษย์ ได้แก่ 1. บริษัทโมเดอร์นา สัญชาติสหรัฐ 2.บริษัทแคนสิโน ไบโอโลจิคัล สัญชาติจีน และ 3.บริษัทอิโนวิโอ สัญชาติสหรัฐ ส่วนบริษัทที่เหลือกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาทดสอบในสัตว์ หรือทดสอบในสัตว์เสร็จแล้ว ซึ่งน่าจะทยอยประกาศเข้าทดสอบทางคลินิกในมนุษย์

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ US จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ (ถึง 11 เม.ย) มีจำนวน 5.245 ล้านคน (สัปดาห์ก่อนหน้า 6.615 ล้านคน) ทำให้ยอดตัวเลขสะสมช่วง 1 เดือนสูงถึง 22 ล้านคน ยอดค้าปลีกเดือน มี.ค.ลดลง -8.7% m-o-m (ก.พ.: -0.4%) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม -5.4% (ก.พ.: 0%) การเริ่มสร้างบ้าน -22.3% m-o-m (ก.พ.: -3.4%) Nomura คาดตัวเลขส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มแย่ลงในเดือน เม.ย. สะท้อนจาก ผลสำรวจ NY Empire State manufacturing index เดือน เม.ย. ลดลงถึง 56.7pp สู่ระดับ -78.2 ( มี.ค.: -21.5 ) และ Philadelphia Fed Manufacturing Index ลดลงถึง 43.9pp สู่ระดับ -56.6 ( มี.ค.: -12.7)

ในเอเชีย China รายงาน GDP ลดลง -6.8% y-o-y ใน Q1 2020 (Q4 2019: 6.0%) หรือ -9.8% q-o-q (s.a.) (Q4 2019: +1.5% q-o-q s.a.) ด้านตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มี.ค. เริ่มดีขึ้น การผลิตภาคอุตสาหกรรม (industrial production (IP)) การลงทุนสินทรัพย์ถาวร (fixed asset investment (FAI)) และยอดค้าปลีก (retail sales ) ของเดือน มี.ค. หดตัวน้อยลงเหลือ -1.1% y-o-y, -9.4% ytd และ -15.8% จากที่หดตัวในอัตรา -13.5%; -24.5% และ -20.5% ในเดือน ม.ค.-ก.พ. ตามลำดับ สะท้อนภาพ GDP ที่จะหดตัวน้อยลงใน Q2 ด้าน Japan รัฐบาลประกาศขยายสถานการณ์ฉุกเฉินไปเป็นทั่วประเทศ ทำให้ Nomura ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2020 เป็น -5.9% (เดิม : -4.8%) และ ปี 2021 เป็น 2.3% (เดิม: 3.6%) ตามลำดับ

ด้านประเทศไทย เมื่อ 19 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ (1) พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 วงเงินรวมไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท (2) พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท (3) พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท แล้ว

สัปดาห์นี้ ตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่
• การเตรียมการผ่อนคลายการ lockdowns ของประเทศไทย: การที่จำนวนผู้ติดเชื้อโรค COVID-19 รายใหม่ของไทยเพิ่มช้าลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เริ่มมีการเตรียมการผ่อนคลายเพื่อเปิดธุรกิจ กล่าวคือ เมื่อ 18 เม.ย นาย กลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ซึ่งรับผิดชอบ “มาตรการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่หลังล็อกดาวน์” กล่าวว่า คณะทำงานอยู่ระหว่างจัดทำแผนการเปิดธุรกิจใหม่หลังสิ้นสุดการล็อกดาวน์ในวันที่ 30 เม.ย. โดยในการจัดทำแผนหอการค้าฯ ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และนักวิชาการด้านระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ในการกำหนดประเภทธุรกิจที่จะกลับมาเปิดบริการ พร้อมทั้งกำหนดกลุ่มพื้นที่จะกลับมาเปิดดำเนินการ (area base)
สอดคล้องกันนี้ Facebook สภาพัฒน์ฯ ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 20 เม.ย 2563 เวลา 11.00 น. จะแถลงข่าว ผ่าน Facebook Live เรื่อง “ผลการหารือของ สภาพัฒน์ ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด -19 ครั้งที่ 2” โดยเลขาธิการสภาพัฒน์ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอให้นายกฯพิจารณาต่อไปในวันที่ 21 เม.ย.
อย่างไรก็ดี การที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงเมื่อ 17 เม.ย. เรื่องจะออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 คนในสัปดาห์นี้ โดยขอให้ท่านเหล่านั้นได้บอกนายกรัฐมนตรีว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับรัฐบาลอย่างไร และท่านจะลงมือช่วยเหลือประเทศไทยของเราให้มากขึ้น นั้น ทำให้ CNS (IRIS) คิดว่า ศบค. อาจจะยังไม่ได้บทสรุปเรื่องมาตรการกลับมาเปิดธุรกิจหลังล็อคดาวน์ในวันที่ 21 เม.ย. แต่การที่จะเริ่มมีการผ่อนคลายให้เปิดธุรกิจ จะทำให้ตลาดการเงินจะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะถึงจุดต่ำสุดได้ใน Q2
• รายงานการค้าระหว่างประเทศเดือนมี.ค. (21 เม.ย.) และดัชนีการผลิตภาคหัตถอุตสาหกรรมของไทย: Nomura คาดว่าดัชนีการผลิตภาคหัตถอุตสาหกรรม (manufacturing production index (MPI)) เดือน มี.ค. ลดลง -5.5% y-o-y (Consensus: n.a ; ก.พ. : -5.2%) นำการลดลงโดยการผลิตหมวดยานยนต์ ด้านการค้าระหว่างประเทศเดือน มี.ค. คาดว่า การส่งออกคงลดลง -0.7% y-o-y (Consensus: -5.8% ; ก.พ. : -4.5%) หดตัวน้อยกว่าของเดือน ก.พ.20 ( ซึ่งลดลง -4.5%y-o-y ฐานตัวเลขที่สูงในเดือน ก.พ.19 ที่มีการส่งออกสินค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกทางการทหารกลับไป US มูลค่า US$1.89bn ถ้าไม่รวมรายการนี้ การส่งออกเดือน ก.พ. 20 จะเพิ่มขึ้น 5.3%) ด้านการนำเข้าคาดว่าคงลดลง -5.3% y-o-y (Consensus: -5.8% ; ก.พ. : -4.3%) จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล USD3bn ในเดือน มี.ค. (Consensus: USD2.8bn ; ก.พ. : USD3.5bn )
• German ZEW survey เดือนเม.ย. (21 เม.ย.) , Euro area PMI เบื้องต้น เดือน เม.ย. (23 เม.ย.) และ German IFO survey ( 24 เม.ย. ) : ในทำนองเดียวกับผลสำรวจภาคธุรกิจเดือน เม.ย. ที่แย่ลงใน US Nomura คาดว่า German ZEW survey (current situation) เดือน เม.ย. คงลดลงสู่ระดับ -75.0 (Consensus: -65; มี.ค. : -43.1) แต่ ZEW survey (expectation) เดือน เม.ย. คงลดลงน้อยลงเหลือ -30 (Consensus: -51.5; มี.ค. : -49.5) เนื่องจาก Germany ควบคุมการระบาด COVID-19 ได้ดีขึ้น และจะเริ่มผ่อนคลายการปิดเมือง/ธุรกิจ (lockdown) ในทำนองเดียวกัน ด้านผลสำรวจ IFO survey คาดว่า IFO (business climate) เดือน เม.ย. คงลดลงเหลือ 82.0 (Consensus: 80 ; มี.ค. : 86.1) เพราะ IFO (current assessment) คงลดลงมาที่ 85.0 (Consensus: 82; มี.ค. : 93) ขณะที่ IFO (expectation) คงลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 79.0 (Consensus:75; มี.ค. :79.7)
ด้านรายงาน Euro area PMI เบื้องต้น เดือน เม.ย. (23 เม.ย.) Nomura คาดว่า Euro-area PMI (Manufacturing) คงลดลงสู่ระดับ 41 จุด (Consensus: 40.0 ; มี.ค. : 44.5) คาดว่า PMI (Services) คงลดลงสู่ระดับ 20จุด (Consensus: 25 ; มี.ค. : 26.4) ทำให้ PMI (Composite ) คงลดลงสู่ระดับ 24 จุด (Consensus: 26 ; มี.ค. : 29.7) อย่างไรก็ดี Nomura คาดว่า PMI น่าจะฟื้นตัวขึ้นในเดือน พ.ค. เพราะการปิดกั้น (lockdown) ต่างๆ เริ่มค่อยๆ ถูกผ่อนคลายในประเทศต่างๆ ในยุโรป รวมทั้งใน Spain และ Italy


Our view in a nutshell

United States
• เศรษฐกิจจะถดถอยลึกแต่ไม่นานใน H1 ก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวใน H2 จากแรงหนุนของนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย
• Fed จะแช่ดอกเบี้ยไว้ที่ขอบล่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังรักษาประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน" (effective lower bound (ELB)) ไว้ตลอดปี 2021 เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
• Fed จะเพิ่มการให้กู้ฉุกเฉินประเภทต่างเพิ่มเติม รวมทั้งประเภทที่จะช่วยธุรกิจขนาดเล็ก
• Nomura คาดว่าจะมีมาตรการการคลังขนาดใหญ่จาก Washington แต่อาจจะได้ผลน้อยเพราะมาตรการ social distancing
• อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยน่าจะสูงถึงราว 15-20% ใน Q2 เพราะ COVID-19 กระทบตลาดแรงงานอย่างมาก
• เงินเฟ้อพื้นฐานอาจจะลดลงใน Q2 เพราะ COVID-19 ที่ดึงราคาในภาคบริการ และทำให้มีแรงงานส่วนเกินในตลาดแรงงาน
• ความเสี่ยงคือ ถ้า social distancing ล้มเหลว ถ้าตลาดสินเชื่อและภาคการเงินตึงเครียด

Europe
• การระบาดของ COVID-19 ทั่ว Europe จะทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างมากในปี 2020
• ราคาน้ำมันที่ลดลง ค่าเงิน euro ที่แข็งค่า และอุปสงค์ที่ลดลงเพราะ COVID-19 จะทำให้เงินเฟ้อของ euro area ลดลง
• ECB ประกาศทำ QE อีก €750bn คาดว่า ลำดับต่อไป ECB คือจะลดดอกเบี้ย deposit facility rate ลง 20 bp ในเดือน เม.ย.
• Nomura ปรับลดคาดการณ์ UK GDP ลงอีก คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยใน H1 โดย GDP จะลดลงเกิน 15% จาก Q4 2019
• BOE ได้ลดดอกเบี้ย15 bp สู่ระดับ 0.10% และจะทำ QE วงเงิน ?200bn Nomura ไม่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายอีกในกรณีฐาน
• มีความเสี่ยงส่วนปลาย ( tail risks) มากขึ้น เรื่อง Brexit cliff edge (คือ กรณี UK ออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง (withdrawal agreement) แต่ผลลัพธ์ยังมีความไม่แน่นอนเพราะผลของ COVID-19

Japan
• การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ GDP จะลดลงต่อเนื่อง 3 ไตรมาสจนถึง Q2 ก่อนที่ค่อยๆ ฟื้นตัว
• คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะอ่อนลงและลงไปต่ำกว่า 0%y-o-y ใน Q4 นำโดยราคาน้ำมันที่ลดลง
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า ?108trn จะช่วยให้เศรษฐกิจไม่เข้าสู่วงจรอุบาทก์ (vicious cycle) แต่คงมีผลจำกัดต่ออุปสงค์
• ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างมากและการที่ตลาดการเงินยิ่งเลี่ยงความเสี่ยง

Asia
• GDP ของAsia จะ -0.5% y-o-y ในปี 2020 เพราะ COVID-19 เทียบกับ +5.3% ในปี 2019 เศรษฐกิจ 8 จาก 10 แห่งจะถดถอย
• เศรษฐกิจ China จะแย่ใน Q1 แต่ของประเทศอื่นๆ จะแย่มากใน Q2 จากผลกระทบของการปิดเมือง ( lockdowns) และอุปสงค์ภายนอกที่แย่ลง
• เศรษฐกิจจะฟื้นใน H2 แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เพราะการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และกำไรของธุรกิจที่แย่ลง
• แม้ห่วงโซ่อุปทานจะสะดุด แต่ก็คาดว่าเงินเฟ้อจะไม่เฟ้อ เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงและอุปสงค์โดยรวมที่แย่ลง
• นโยบายการเงินและการคลัง ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว แต่จะมีการผ่อนคลายมากขึ้นอีก
• China: คาดว่าเศรษฐกิจจะทรุดใน Q1 และยังคงหดตัวเล็กน้อยใน Q2 ทำให้ทางการจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีก
• Korea: เศรษฐกิจจะแย่สุดใน Q2 จากอุปสงค์ภายนอกที่แย่ ทำให้คาดว่า BOK จะลดดอกเบี้ยใน Q2
• India: COVID-19 ท่ามกลางภาคการเงินที่อ่อนแอจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวในปี 2020 ขณะที่นโยบายทั้งการเงินและการคลังและสภาพคล่องผ่อนคลายมากขึ้น
• Indonesia: แม้เศรษฐกิจจะหดตัว แต่โอกาสที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยมีมากขึ้น เพราะความเปราะบางของดุลการชำระเงิน
• Australia: คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยลึกใน H1 ทำให้อัตราการว่างงานจะเพิ่มจาก 5.1% เป็น 9% ภายในสิ้นปี








รายงานของ Nomura ที่ CNS (IRIS) มีการเผยแพร่บทสรุปเป็นภาษาไทยในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

1. Damocles: Our early warning indicators of exchange rate crises -Update # 3 (17 April 2020)
• Nomura ได้เคยจัดทำดัชนี Damocles โดยใช้หลักการหาสัญญาณรบกวน ( noise-to-signal approach ) เพื่อให้เป็นดัชนีสำหรับเตือนภัยล่วงหน้าเรื่องความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตอัตราแลกเปลี่ยนในช่วง 12 เดือนข้างหน้าของประเทศกำลังพัฒนา 30 ประเทศ เมื่อดูในอดีตที่มีวิกฤตอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศกำลังพัฒนา (emerging markets (EM)) จำนวน 54 ครั้ง พบว่าดัชนีนี้ส่งสัญญาณถูก 67%
• Nomura ได้รวมข้อมูลล่าสุดเข้ามา (update) ใน ดัชนี Damocles และพบว่า ดัชนีส่งสัญญาณว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศกำลังพัฒนาต่อไปนี้ คือ Egypt, Ukraine, Sri Lanka, Pakistan, Turkey และ Czech Republic เพราะมีค่าดัชนีที่สูงกว่าเกณฑ์เกิดวิกฤต (ระดับ 100) ขณะที่คะแนนของ Romania, Kazakhstan และ Indonesia มีค่าเพิ่มขึ้นเข้าใกล้เกณฑ์เกิดวิกฤต ขณะที่ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ (มีค่าดัชนี = 0) ได้แก่ India, Bulgaria, Peru, Philippines, Russia และ Thailand
• อย่างไรก็ดี ดัชนี Damocles ไม่สามารถจับภาพของความเสี่ยงของประเทศ EM ที่อาจกลายเป็นจุดศูนย์กลางการระบาดของ COVID-19 ได้ Nomura จึงจัดทำ EM COVID-19 hotspot vulnerability index ขึ้นมาดูพร้อมกับดัชนี Damocles และพบว่ามี 7 ประเทศที่อาจกลายเป็นจุดระบาดของ COVID-19 ได้แก่ Indonesia, Hungary, Philippines, Egypt , Turkey, Romania และ Mexico และในกลุ่ม 7 ประเทศนี้ พบว่า Egypt และ Turkey มีค่าดัชนี Damocles ที่เกิน 100 อยู่แล้ว ขณะที่ Romania และ Indonesia มีค่าดัชนี Damocles เพิ่มขึ้นเข้าใกล้ 100


2. Asia Insights/China: COVID-19 sent Q1 GDP growth to -6.8% y-o-y ( 17 April 2020)
We expect negative growth to extend into Q2
• จีนรายงาน GDP ลดลง -6.8% y-o-y ใน Q1 2020 (Consensus: -6.0%; Nomura: -9.0%) จาก 6.0% ใน Q4 2019 หากหักปัจจัยด้านฤดูกาลออก GDP ลดลง -9.8% q-o-q (s.a.) ใน Q1 จาก +1.5% q-o-q ใน Q4 2019
• ด้านรายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรม (industrial production (IP)) การลงทุนสินทรัพย์ถาวร (fixed asset investment (FAI)) และยอดค้าปลีก (retail sales ) ของเดือน มี.ค. หดตัวน้อยลงเหลือ -1.1% y-o-y, -9.4% ytd และ -15.8% จาก ที่ -13.5%; -24.5% และ -20.5% ในเดือน ม.ค.-ก.พ. ตามลำดับ เป็นผลจากการที่ China ค่อยๆ ปลดการปิดกั้น (lockdown) Nomura คาดว่า FAI และ retail sale จะดีขึ้นอีกในเดือน เม.ย. แต่ IP อาจเจอแรงกดจากอุปสงค์ต่างประเทศที่ทรุดลง เพราะแม้จะควบคุมการระบาดของ COVID-19 ได้สำเร็จในตอนนี้ แต่การฟื้นตัวจะไม่เร็ว เนื่องจากจีนเจอความท้าทาย 2 เรื่องพร้อมกัน คืออุปสงค์ต่างประเทศที่แย่ลง และความเสี่ยงของการระบาดของ COVID-19 รอบสองในจีน Nomura คาดว่า GDP จะยังลดลง -0.5% y-o-y ใน Q2
• แม้อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 5.9% ในเดือนมี.ค. เทียบกับ 6.2% ในเดือน ก.พ. Nomura เชื่อว่ายังมีแรงกดดันมาขึ้นต่ออัตราการว่างงาน ดังนั้น แม้ว่า Beijing ได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อหนุนธุรกิจ SME และครัวเรือนที่มีรายได้น้อย เพื่อช่วยให้อยู่รอดให้ได้ในช่วงที่มีโรคระบาด แต่ Nomura คิดว่าทางการ Beijing จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ เพื่อสู้กับเศรษฐกิจที่ถดถอยรุนแรงสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยจะมี People’s Bank of China (PBoC) เป็นแหล่งเงินทุนหลัก Nomura คาดว่าการขาดดุลการคลังโดยรวมในปีนี้จะเพิ่มสู่ระดับ 13% ของ GDP โดยราว 10% ของ GDP หรือราว ~RMB10trn มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ Nomura เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นส่วนใหญ่จะเป็นการบรรเทาปัญหาการเงินแก่ธุรกิจ ธนาคารและครัวเรือนและ อีกส่วนของมาตกรการ จะเป็นไปเพื่อลบล้างผลกระทบจากการที่รายได้การจัดเก็บภาษีและรายได้จากการขายที่ดินที่ลดลงของท้องถิ่น

3. Asia Insights/US Treasury FX report: Thailand and Malaysia at risk of currency manipulator label (14 April 2020)
• ถ้ากระทรวงการคลัง US ไม่เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ในการระบุเรื่องประเทศที่มีแทรกแซงค่าเงิน (FX manipulator) แล้ว (ซึ่งกระทรวงการคลังจะตรวจสอบประเทศคู่ค้าสินค้า 20 อันดับแรก ที่มีมูลค่าการค้ากับ US อย่างน้อย USD40bn ต่อปี โดยดูจาก 3 เกณฑ์ คือ (1)เกินดุลการค้ากับ US อย่างน้อย USD20bn ในช่วง 12 เดือน , (2) เกินดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างน้อย 2% ของ GDP ในช่วง 12 เดือน และ (3) มีการแทรกแซงขาเดียวโดยซื้อสุทธิเงินตราต่างประเทศ ในช่วง 6 เดือน จาก 12 เดือน อย่างน้อย 2% ของ GDP -CNS) Nomura เห็นว่า Thailand และ Malaysia อาจจะถูกระบุว่าเป็น FX manipulator ในรายงานครึ่งปีของกระทรวงการคลังของ US (UST semi-annual FX report) ที่คาดว่าน่าจะเผยแพร่ในปลายเดือน เม.ย. (ดู Fig.1)
• ถ้าถูกระบุจริง ทั้งสองประเทศต้องมีการทำข้อตกลงกับ US (“enhanced bilateral agreement”) เพื่อแก้ไขปัญหาภายใน 1 ปี แต่ก็มีความเสี่ยงว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ประธานาธิบดี Trump อาจจะดำเนินการเก็บภาษีนำเข้า โดยใช้เหตุผลเพื่อความมั่นคงของชาติได้ และถ้าถูกระบุจริง Nomura คาดว่าจะส่งผลให้ค่าเงินของสองประเทศจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับก USD ( ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นกับ KRW และ TWD ) ในกรณีของ Thailand ค่าเงินแข็งค่าต่อเนื่องในขณะที่ยังมีปัญหาการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกยังไม่จบ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
• ในกรณี THB นั้น Nomura เห็นว่า ถ้าบรรยากาศทางตลาดเงินของโลกดีขึ้น (เนื่องจากมีการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก และการควบคุมการระบาด COVID-19 ได้) ค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่า เพราะค่าเงินตอนนี้อ่อนค่าเกินไปราว 2% เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน (ทั้งนี้ Nomura คาดการณ์ USD/THB ณ สิ้นปี 2020 ที่ 32.7 และสิ้นปี 2021 ที่ 31.3 - CNS)



เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้จัดทำโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือ และ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็นหรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัท จึงไม่รับผิดชอบต่อการนำเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัท รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทต่างๆ อาจจะทำการลงทุนใน หรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูลและความเห็นที่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ลงทุนใน หรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการลงทุนในหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง ทำให้ปรากฏ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัทเป็นการล่วงหน้า การกล่าว คัด หรืออ้างอิง ข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทำโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้ง การลงทุนในหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหลักทรัพย์แต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนในหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์

Investment Research and Investor Services

 

17 April 2020

 

 

 

 

Fundamental Investment Analyst  on Securities

Nuchjarin Panarode

Analyst Registration No. 17871

Nuchjarin.panarode@th.nomura.com

02 638 5776, 02 081 2776