Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

A week of reckoning

05 พฤษภาคม 63
 We expect an historic decline in US NFP of 24m jobs and the unemployment rate to surge to 14%, above the GFC peak of 10%.  Chinas exports are likely to collapse by 22% y-o-y.
สัปดาห์ที่ผ่านมา  เมื่อ 1 พ.ค. FDA ( Food and Drug Administration) ของ US อนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉินให้ใช้ยา remdesivir ของบริษัท  Gilead Sciences Inc. เพื่อรักษา COVID-19  ขณะที่หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยผ่อนคลายการปิดกั้นต่างๆ  (lockdown)   ทำให้ในเดือน พ.ค. ตลาดจะติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อที่รักษาหายด้วย remdesivir ว่าจะมีมากแค่ไหน  และตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่โรค COVID-19  ว่าจะกลับมาเร่งตัวขึ้นมากน้อยแค่ไหนหลังผ่อนคลาย lockdown   



ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ US รายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่กว่าที่ consensus คาดเป็นส่วนใหญ่  กล่าวคือ  Q1 GDP -4.8% q-o-q (annualized) (Consensus: -4.0%; 4Q19: 2.1%) รายได้ส่วนบุคคลเดือน มี.ค. -2.0% m-o-m (Consensus: -1.5%; ก.พ.: 0.6%) รายจ่ายส่วนบุคคล (personal spending) -7.5% m-o-m (Consensus: -5.0%; ก.พ.: +0.2%)   Chicago PMI เดือน เม.ย. ลดลงเหลือ 35.4 (Consensus :  38.0;  มี.ค. : 47.8 ) ด้าน  ISM (manufacturing) เดือน เม.ย. อยู่ที่ 41.5 (Consensus :  36.9;  มี.ค. : 49.1) ดีกว่าคาด แต่แย่ลงจากเดือน มี.ค.   
ในเอเชีย  China รายงาน official PMI   (manufacturing) เดือนเม.ย. อยู่ที่ 50.8 ลดลงจาก 52.0 ในเดือน มี.ค.  แย่กว่าตลาดคาด (51.0) แต่ดีกว่าที่ Nomura คาด (50.5) ด้าน PMI (non-manufacturing) เพิ่มขึ้นเป็น 53.2 จาก 52.3 (Consensus: 52.5 ; Nomura: 52.0)    ส่วนประเทศไทยมีรายงานเศรษฐกิจเดือน มี.ค. ที่แย่ลง ยกเว้นการใช้จ่ายภาครัฐ 
ด้านนโยบายการเงินยังคงหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน  กล่าวคือ FOMC คงดอกเบี้ยตามคาด  และยังยืดหยุ่นในด้านการซื้อสินทรัพย์และขยายโครงการปล่อยกู้ (credit facilities)   ประเภทต่าง ๆ      Bank of Japan (BOJ) คงดอกเบี้ย แต่ยกเลิกเพดานการซื้อพันธบัตรรัฐบาล (จากเดิมจะซื้อราวปีละ JPY80trn) เพื่อทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ที่ราว 0%  และเพิ่มเพดานการซื้อหุ้น (corporate bonds) และตราสารเพื่อการพาณิชย์ (commercial paper)  อีกราว 3 เท่าตัว เป็น ?20trn   (เดิมเพดาน ณ สิ้น ก.ย.2020  คือ  ?4.2trn  และ  ?3.2 trn ตามลำดับ)    ส่วน  ECB คงดอกเบี้ย depo rate แต่ลดดอกเบี้ยของโครงการ TLTRO-III  (Targeted longer-term refinancing operations)  และมีการดำเนินโครงการ   PELTROs (Pandemic Emergency LTROs (PELTROs )

สัปดาห์นี้ ตัวเลข/เหตุการณ์ที่สำคัญ  ได้แก่ 

• รายงาน Sentix Investor Confidence  Index เดือน พ.ค.(4 พ.ค.) ของ Euro area ออกมาแย่กว่าคาด : รายงาน Sentix Index ของ Euro area เป็นผลการสำรวจจากนักวิเคราะห์และนักลงทุนราว 2,800 รายและสะท้อนมุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้า  ปรากฏว่า Sentix index เดือน พ.ค. อยู่ที่  -41.8  แย่กว่าคาดมาก  (Consensus: -26.0; Nomura : -25.0)  และไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับ -42.9  ในเดือน เม.ย. มากนัก  

• รายงาน ISM (non-manufacturing) (5 พ.ค.) และรายงานตลาดแรงงาน (8 พ.ค.) เดือน เม.ย. ของ US คาดแย่ลงมาก :  Nomura คาดว่า ISM (non-manufacturing) เดือน เม.ย. คงลดลง 16.5pp เหลือ 36.0  (Consensus : 37.5; มี.ค.: 52.5)  จากผลของ COVID-19 ที่กระทบภาคบริการหนักขึ้นในเดือน เม.ย.    ด้านตลาดแรงงาน   Nomura  คาดว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payrolls) เดือน เม.ย. คงลดลงถึง 24 ล้านตำแหน่งงาน (-24,000k) (Consensus: -22,000k; มี.ค.: -701k)  อัตราการว่างงานเดือน เม.ย. คงพุ่งขึ้นเป็น 14% (Consensus : 16%; มี.ค.: 4.4%)  ด้านค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง (average hourly earnings (AHE))  Nomura คาดว่า AHE คงเพิ่มขึ้น 2.3% m-o-m (Consensus : 0.3%; มี.ค.: 0.4%)  เพราะแรงงานที่ตกงานส่วนใหญ่มีค่าจ้างเฉลี่ยในระดับที่ต่ำกว่าผู้ที่ยังมีงานทำ จึงทำให้ค่าเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น

• การประชุม RBA  (5 พ.ค.)  และ BOE (7 พ.ค.) คาดคงดอกเบี้ย : ทั้ง Nomura และ Consensus  คาดว่า Reserve Bank of  Australia (RBA) จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25%  ทำให้ตลาดจะสนใจรายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการว่างงานและเงินเฟ้อ   ในทำนองเดียวกัน   Nomura และ  Consensus คาดว่า Bank of England (BOE) จะคงนโยบายการเงินในการประชุมวันที่  7 พ.ค. เช่นกัน  ทั้งนี้ในเดือน มี.ค. BOE ได้ลดดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.10% และเพิ่มการทำ QE โดยจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เพิ่มขึ้นอีก ?200bn สู่ระดับ ?645bn  Nomura คาดว่า BOE  อาจจะประกาศเพิ่มการทำ QE อีก ?100bn   ในการประชุมเดือน มิ.ย. (18 มิ.ย.)

• รายงานเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ที่อ่อนลงทั่วเอเชีย :   เมื่อ 4 พ.ค.   Indonesia รายงานเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ที่เพิ่มช้าลงเหลือ  2.67% y-o-y ในเดือน เม.ย ช้าลงจาก 2.96% ในเดือน มี.ค. และต่ำกว่าคาด  (Nomura & Consensus : 2.8%) South Korea รายงานเงินเฟ้อ เม.ย. เหลือแค่ 0.1% y-o-y จาก 1.0%  ต่ำกว่าตลาดคาด  (Nomura: 0%  & Consensus: 0.4%) เช่นกัน  Nomura คาดว่า ในวันที่ 5 พ.ค. ประเทศไทยจะรายงานเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ที่ -1.8%y-o-y (Consensus : -1.6%; มี.ค.:  -0.5%)   และ Philippines  จะรายงานเงินเฟ้อที่เพิ่มช้าลงเหลือ1.9% y-o-y (Consensus : 2.1%; มี.ค.:  2.5%)    ด้าน Taiwan  ตลาดคาดว่าจะรายงานเงินเฟ้อที่ลดลง -0.6%y-o-y (Nomura : n.a ; มี.ค.:  0%)    

• การค้าระหว่างประเทศและทุนสำรองทางการ (7 พ.ค.) ของ China แย่ลง :  Nomura คาดว่าการส่งออกเดือน เม.ย คงลดลงถึง -22.0% y-o-y ในเดือน เม.ย (Consensus : -8.5%; มี.ค.:               -6.6%) จากอุปสงค์ต่างประเทศที่แย่ลง  ด้านการนำเข้าคาดว่าคงลดลง -18.0% y-o-y ในเดือน เม.ย (Consensus : -8.8%; มี.ค.:  -1.0%) จากผลของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงและอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ  ด้านดุลการค้าคาดว่าคงเกินดุลลดลงเหลือ USD2.9bn ในเดือน เม.ย (Consensus : USD12.5bn; มี.ค.: USD19.9bn) ด้านทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือน เม.ย  คาดว่าลดลง  USD20.5bn สู่ระดับ USD3040.1bn   ถ้าหักผลของอัตราแลกเปลี่ยนและผลของอัตราผลตอบแทนหน้าตั๋ว (  FX & coupon effects)   Nomura คาดว่าทุนสำรองจะลดลงจำนวน USD15.0bn (มี.ค.: - USD45.4bn)




Our view in a nutshell  

United States  
• เศรษฐกิจจะถดถอยลึกแต่ไม่นานใน H1   ก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวใน H2 จากแรงหนุนของนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย
• Fed จะแช่ดอกเบี้ยไว้ที่ขอบล่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังรักษาประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน " (effective lower bound (ELB))” ไว้ตลอดปี 2021 เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
• Fed จะดำเนินการให้กู้ฉุกเฉินต่างๆ ตามที่ประกาศไว้ และจะทำให้มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะไม่เป็นอุปสรรคของการเติบโต
• Nomura คาดว่าจะมีมาตรการการคลังเพิ่มเติมจาก Washington แต่อาจจะได้ผลน้อยเพราะมาตรการ social distancing 
• อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยน่าจะสูงถึงราว 15-20% ใน Q2 เพราะ COVID-19 กระทบตลาดแรงงานอย่างมาก
• เงินเฟ้อพื้นฐานอาจจะลดลงใน Q2 เพราะ COVID-19  ที่ดึงราคาในภาคบริการ และทำให้มีแรงงานส่วนเกินในตลาดแรงงาน
• ความเสี่ยงคือ ถ้า social distancing ล้มเหลว  ถ้าตลาดสินเชื่อและภาคการเงินตึงเครียด  

Europe
• การระบาดของ COVID-19  ทั่ว Europe จะทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างมากในปี 2020 
• ราคาน้ำมันที่ลดลง  ค่าเงิน euro ที่แข็งค่า และอุปสงค์ที่ลดลงเพราะ COVID-19  จะทำให้เงินเฟ้อของ  euro area ลดลง
• ECB  จะคงดอกเบี้ย และจะเพิ่มวงเงิน PEPP  ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินที่  €750bn  ในการประชุมเดือน มิ.ย. 
• Nomura ปรับลดคาดการณ์ UK GDP ลงอีก  คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยใน H1  โดย GDP จะลดลงเกิน 15% จาก Q4 2019 
• BOE  ได้ลดดอกเบี้ย15 bp สู่ระดับ 0.10%  และจะเพิ่ม QE วงเงิน ?200bn  Nomura ไม่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายอีกในกรณีฐาน
• มีความเสี่ยงส่วนปลาย ( tail risks) มากขึ้น เรื่อง Brexit cliff edge  (คือ กรณี UK ออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง (withdrawal agreement) แต่ผลลัพธ์ยังมีความไม่แน่นอนเพราะผลของ  COVID-19

Japan
• การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ GDP จะลดลงต่อเนื่อง 3 ไตรมาสจนถึง Q2 ก่อนที่ค่อยๆ ฟื้นตัว 
• คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะอ่อนลงและลงไปต่ำกว่า 0%y-o-y ใน Q4 นำโดยราคาน้ำมันที่ลดลง
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า ?117trn จะช่วยให้เศรษฐกิจไม่เข้าสู่วงจรอุบาทก์ (vicious cycle) แต่คงมีผลจำกัดต่ออุปสงค์ 
• ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างมากและการที่ตลาดการเงินยิ่งเลี่ยงความเสี่ยง

Asia 
• GDP ของAsia จะ -0.5% y-o-y ในปี 2020 เพราะ COVID-19  เทียบกับ +5.3% ในปี 2019  เศรษฐกิจ 8 จาก 10 แห่งจะถดถอย
• เศรษฐกิจ China จะแย่ใน Q1   แต่ของประเทศอื่นๆ จะแย่มากใน Q2 จากผลกระทบของการปิดเมือง ( lockdowns) และอุปสงค์ภายนอกที่แย่ลง
• เศรษฐกิจจะฟื้นใน H2  แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เพราะการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และกำไรของธุรกิจที่แย่ลง
• แม้ห่วงโซ่อุปทานจะสะดุด  แต่ก็คาดว่าเงินเฟ้อจะไม่เฟ้อ เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงและอุปสงค์โดยรวมที่แย่ลง
• นโยบายการเงินและการคลัง ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว แต่จะมีการผ่อนคลายมากขึ้นอีก 
• China:  คาดว่าเศรษฐกิจจะยังคงหดตัว –0.5%ใน Q2 ทำให้ทางการจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่เร็วๆ นี้ 
• Korea: เศรษฐกิจจะแย่สุดใน Q2  จากอุปสงค์ภายนอกที่แย่   ทำให้คาดว่า BOK จะลดดอกเบี้ยใน  Q2
• India: COVID-19 ท่ามกลางภาคการเงินที่อ่อนแอจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวในปี 2020  ขณะที่นโยบายทั้งการเงินและการคลังและสภาพคล่องผ่อนคลายมากขึ้น 
• Indonesia: การควบคุม COVID-19 ได้ช้า มีผลต่อการเติบโต  มีความเสี่ยงทางการคลังมากขึ้น และเจอแรงกดดันด้านดุลการชำระเงิน
• Australia: คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยลึกใน  H1 ทำให้อัตราการว่างงานจะเพิ่มจาก 5.1% เป็น  9% ภายในสิ้นปี เงินเฟ้อลดลงอย่างแรง



United States



Europe



Japan 



Asia





รายงานของ  Nomura ที่ CNS (IRIS) มีการเผยแพร่บทสรุปเป็นภาษาไทยในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

1. First Insights/Thailand: Sharp declines in the current account surplus and private sector spending in March (30 April 2020)

• ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลน้อยลงเหลือ USD0.7bn ในเดือน มี.ค.  จาก USD5.4bn ในเดือน ก.พ.  ต่ำกว่าที่ตลาดคาด (USD2.4bn) แต่ใกล้เคียงกับที่ Nomura คาด (USD0.3bn)  เพราะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะจาก China ที่มีการผ่อนคลายการ lockdown  ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวน้อยลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ลดลง -76.4 % y-o-y (จาก -42.8% ในเดือน ก.พ.) 

• ในด้านอุปสงค์ในประเทศ  การใช้จ่ายผู้บริโภคกลับมาลดลงเพราะมาตรการ lockdown  และความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น   ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนลดลง -0.6%y-o-y ในเดือน มี.ค. จาก 5.4% ในเดือน ก.พ.  เพราะผู้บริโภคลดการบริโภคสินค้าที่ไม่จำเป็น ( เช่น สินค้าคงทน และสินค้าในหมวดบริการ )   ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนลดลงอีก -7.8% y-o-y จาก -6.9%   นำโดยหมวดวัสดุก่อสร้างและยอดขายเครื่องจักรในประเทศ  อย่างไรก็ดี รายจ่ายภาครัฐช่วยบรรเทาได้บ้าง  เพราะกลับมาเพิ่มขึ้น โดยรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้น 152.9% y-o-y ในเดือน มี.ค. จาก +6.0% ในเดือน ก.พ.   และรายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น 18.7% จาก -76.5%

• Nomura คงคาดการณ์ GDP 2020 ที่ -6.3% (2019 : 2.4%)  และคาดการณ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่  +0.3% ของ GDP (2019 : +7.0% ของ GDP)  ซึ่งต่ำกว่าที่ธปท. คาดที่  -5.3%y-o-y   และ  +3.8% ของ GDP  ตามลำดับ  ในด้านนโยบายการเงิน  Nomura คาดว่า ธปท. จะลดดอกเบี้ยอีก 50 bp ใน Q2 ( แบ่งเป็น  ลด 25 bp ในการประชุม 20 พ.ค. และอีก 25 bp ในการประชุม 24 มิ.ย. )  ทั้งนี้ความเห็นของ ธปท. ในการรายงานเศรษฐกิจวันนี้ ระบุว่าเศรษฐกิจจะแย่ลงอีกใน Q2  จาก Q1 ที่น่าจะหดตัวอยู่แล้ว   ขณะที่ผลกระทบของการกระตุ้นทางการคลังคาดว่าจะเริ่มเห็นได้ใน Q3   ซึ่งถือว่าสนับสนุนมุมมองของ Nomura เรื่องการลดดอกเบี้ย

2. Asia Insights/Foreign Exchange/ Strategy: Thoughts on Asia and global markets  ( 30 April  2020)

• ประเด็นหลักที่น่าจะมีผลต่อทิศทางของ FX ทั้งของโลก และของ Asia ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ได้แก่ 

1) สถานการณ์ COVID-19 และการผ่อนคลายการ lockdown ในประเทศหลักๆ:  ที่ผ่านมาการระบาดของ COVID-19 กำลังช้าลงใน Europe และ US  ทำให้ตลาดให้น้ำหนักเรื่องการผ่อนคลายการ lockdown และคาดการณ์มากขึ้นว่าเศรษฐกิจโลกจะผ่านจุดต่ำสุดในไม่ช้า  การที่ตลาดคาดเช่นนี้ถือว่าสำคัญ เพราะจะช่วยลดน้ำหนักของตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่ลงใน US และ eurozone ซึ่งน่าจะแย่ลงในเดือน เม.ย. ทั้งนี้  มีการผ่อนคลายการ lockdown   ในบางรัฐของ US  (California, Texas, Florida, Pennsylvania, Ohio, Georgia เป็นต้น) และในบางส่วนของ Europe  (Germany,  Italy, Spain เป็นต้น) ทำให้บรรยากาศและการคาดการณ์ว่าตัวเลขจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค.  ในขณะที่ใน China ก็ผ่อนคลายการ lockdown ตั้งแต่กลาง ก.พ.และอัตราการกลับมาเปิดธุรกิจเพิ่มขึ้นจาก 33.2% สู่ 90% แล้ว
 
2) แรงส่งของนโยบายการเงินและการคลังทั่วโลก (นำโดย US):  Nomura คาดว่า US จะยังมีการใช้นโยบายเพื่อกระตุ้นเพิ่มเติมได้อีก 

3) ความเสี่ยงในตลาดน้ำมันและตลาดสินเชื่อ:  รายงาน EIA ล่าสุดยังสะท้อนว่าอุปทานจะยังล้นตลาดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า  เพราะอุปสงค์ต่อน้ำมันในเดือน พ.ค. จะลดลง 26 mb/d เทียบกับที่ลดลง 29mb/d ในเดือน เม.ย.     นอกจากนี้  การที่ราคาน้ำมันลดลงอย่างมากทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น ที่ธุรกิจในหมวดน้ำมันและพลังงานอาจจะผิดนัดชำระหนี้ (credit defaults)  ทำให้ตลาดจะจับตาดูหุ้นกู้ที่ครบกำหนดของบริษัทของ US ในหมวดน้ำมันและพลังงานราว ~USD2.7bn ในเดือน มิ.ย. ( ~USD34bn ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า) จากยอดคงค้างราว ~USD665bn)  และหุ้นกู้ที่มีกำหนดจ่ายผลตอบแทนหน้าตั๋ว (coupon payments) ~USD1.7bn ในเดือน พ.ค.   และ  ~USD2.5bn ในเดือน มิ.ย.  อย่างไรก็ดี  EIA คาดว่าความไม่สมดุล (imbalance) ระหว่างอุปสงค์และอุปทานจะลดระดับลงใน H2 2020   และกระทรวงการคลังของ US จะช่วยเหลือธุรกิจหมวดพลังงานของ US 

4) การเลือกตั้ง US และการเมืองระหว่าง US-China:  ตลาดจะกลับมาสนใจเรื่องการเลือกตั้งของ US  (3 พ.ย.)  ถ้าการระบาดของ  COVID-19 เริ่มทรงตัวได้    โพลล์สำรวจ 16 แห่ง พบว่า  มีถึง 15 แห่งที่พบว่า นาย Biden มีคะแนนนำประธานาธิบดี Trump   ขณะที่เว็ปไซด์ที่รับพนันพบว่าคะแนนสูสี (โดยประธานาธิบดี มีโอกาสชนะเล็กน้อย)  Nomura เห็นว่า ถ้าตลาดเริ่มเห็นว่านาย Biden จะชนะ จะเป็นผลดีต่อตลาด  EM และ Asia   อย่างไรก็ดี หาก COVID-19 เริ่มนิ่ง ความเสี่ยงที่ทีมบริหารของ US  จะกดดันจีนจะเพิ่มมากขึ้น 

5) ความเสี่ยงเฉพาะตัวของ Asia:   North Asia (China, HK, Korea และ Taiwan) คุมการระบาดได้แล้วและจะเริ่มเปิดเศรษฐกิจ    ด้าน South Asia  และ Southeast Asia  การระบาดมีภาพแตกต่างกันไป  ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวัน ของ Malaysia Thailand และ Singapore ลดลง     ของ  Indonesia และ Philippines ทรงตัว  ขณะที่ของ India ยังเพิ่มขึ้น  Nomura เห็นว่า India ยังเจอปัจจัยกดดันเพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดอันดับเครดิต   การเติบโตทางเศรษฐกิจจะลดลง และสถานการณ์คลังแย่ลง และภาคการเงินที่น่ากังวล

• เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ   ทีมกลยุทธ์ด้าน FX ของ Nomura  เห็นว่า โดยรวมๆ แล้ว สถานการณ์ด้านความเสี่ยงน่าจะยังคงมีเสถียรภาพ โดยเอนเอียงมาทางที่ทำให้ USD อ่อนค่า     Nomura จึงแนะให้ short  USD/THB,  short USD/IDR และ long  AUD/JPY

3. Asia Insights/China: Preview of the coming NPC (30 April 2020)

• สำนักข่าว Xinhua ของทางการจีน รายงานว่า การประชุม  National People’s Congress (NPC)  จะมีขึ้นในวันที่ 22 พ.ค. หลังจากที่เลื่อนมากว่า 2 เดือน จากผลของ COVID-19

• Nomura เห็นว่ามี 3 ประเด็นที่ต้องจับตาดู    ได้แก่ 

1) ทางการ Beijing น่าจะมีการปรับลดเป้าหมายการขยายตัวของ GDP   ซึ่ง Nomura คาดว่าจะไม่เกิน 3% หรืออาจเป็นช่วง  2-3% เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายมากขึ้น   โดยอาจจะตั้งเป้าหมายการเติบโตในช่วง H2  ไว้ที่ 5-6%             

2) ทางการ Beijing อาจปรับเพิ่มเป้าหมายการขาดดุลการคลัง (fiscal deficit target) เป็น  3.5% ของ GDP (2019 ขาดดุล 2.8% ของ GDP) อย่างไรก็ดี  Nomura เห็นว่ามีโอกาสที่จะเห็นตัวเลขการขาดดุลที่ 4% ของ GDP    อย่างไรก็ดี  ถ้าดูการขาดดุลการคลังโดยรวม (broad fiscal deficit)  ตัวเลขอาจจะสูงถึง 13.1% ของ GDP  (2019  ขาดดุล  7.1% ของ GDP)   Nomura คาดว่า  Beijing จะชดเชยการขาดดุลโดยรวมดังกล่าว  ด้วยการก่อหนี้นอกงบประมาณ (off-budget debt) เป็นหลัก   ผ่านช่องทางต่างๆ  เช่น การออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลท้องถิ่น ( CGSBs  (central government special bonds) , LGSBs         ( local government special bonds), LGFVs (local government finaning vehicles    เป็นต้น  

3) Beijing อาจประกาศรายละเอียดด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่คาดกันว่าจะมี   ตอนที่ให้รายละเอียดด้านการใช้จ่ายทั้งผ่านงบประมาณและนอกงบประมาณ  ซึ่ง Nomura คาดว่าจะเป็นมาตรการเพื่อบรรเทาภาระการเงินของธุรกิจ  ธนาคารพาณิชย์ และภาคครัวเรือน เป็นส่วนใหญ่ 

4. Asia Insights/ China: Official manufacturing PMI fell in April (30 April 2020)

• จีนรายงาน official PMI (manufacturing) เดือน เม.ย.  50.8 ลดลงจาก 52.0 ในเดือน มี.ค. แย่กว่าตลาดคาด (51.0) แต่ดีกว่า Nomura คิด (50.5) เล็กน้อย   ด้าน PMI (non-manufacturing) เพิ่มขึ้นเป็น 53.2 จาก 52.3 (Consensus: 52.5 ; Nomura: 52.0)    ตัวเลข  PMI (manufacturing)  ที่แย่ลงเป็นผลหลักจากคำสั่งซื้อใหม่ด้านสินค้าออก (new export orders) ที่แย่ลงเหลือ 33.5 จาก 46.4  

• Nomura คาดว่า PMI (manufacturing) เดือน พ.ค. จะยังอยู่ในระดับใกล้ 50 จุด  เพราะอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นจะช่วยบรรเทาผลลบจากอุปสงค์ต่างประเทศที่แย่ลง   ขณะที่  PMI (non-manufacturing) จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคบริการและการก่อสร้างที่ค่อยๆกลับมาปรกติ

• Nomura เห็นว่า New export orders ที่แย่ลง น่าจะทำให้เห็นการส่งออกหดตัว -30.0% y-o-y ใน Q2 (Q1 : -13.3%)  และทำให้ GDP จะยังหดตัว  -0.5% y-o-y ใน Q2 (Q1 : -6.8%)  ทำให้ทางการ Beijing จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เน้นการบรรเทาภาระการเงินเพื่อช่วยภาคธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์  และภาคครัวเรือน ออกมาอีก

5. First Insights/US-Contraction in Q1 GDP   Marks beginning of COVID-19 Recession (30 April 2020)

But the first estimate is likely to be revised lower and the worst is yet to come.

• Q1 GDP หดตัว -4.8% q-o-q saar (seasonal adjusted annual rate) ดีกว่าที่ Nomura คาด (-8.1%) แต่แย่กว่าตลาดคาด (-4.0%)  นำการลดลงโดยการบริโภคภาคเอกชนที่ลดลง -7.6% q-o-q  saar  หรือเป็นที่มา (contribution) ของการหดตัวของ GDP จำนวน  2.3 pp จากที่ลดลง 4.8%     การลงทุนในส่วนที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ลดลง -8.6%  อย่างไรก็ดี  การลงทุนด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 21.0% เพราะการลงทุนด้านการสร้างบ้านเดียวยังไปได้ดีในช่วง 2 เดือนแรกของปี      และการใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น 0.7%    ด้านการส่งออกสุทธิมี contribution ให้ GDP คิดเป็น 1.3 pp  เพราะการนำเข้าหดตัวมากกว่าการส่งออก   ด้านการเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลังมีส่วนฉุด GDP คิดเป็น 0.5 pp

• Nomura คาดว่า  BEA  (Bureau of Economic Analysis) จะปรับลดตัวเลข Q1 GDP ในรายงานครั้งต่อไป เมื่อมีข้อมูลต่างๆ มากขึ้น  โดยเฉพาะในข่วงครึ่งหลังของเดือน มี.ค.ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจแย่ลงมาก

• Nomura คาดว่า Q2 GDP จะหดตัวหนักกว่าเดิม คือ  -41.7%q-o-q saar ซึ่งจะเป็นการหดตัวแรงสุดนับแต่ทศวรรษ 1880  ก่อนที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวใน H2 2020 เพราะการผ่อนคลายการลดระยะห่างจากสังคม  (social distancing)

6. Policy Watch: April FOMC Recap (30 April 2020)

• FOMC คงดอกเบี้ยในการประชุม 28-29 เม.ย. และคงสื่อสารด้านนโยบาย (forward guidance) ว่าจะคงดอกเบี้ยจนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจกลับมาอยู่ในร่องในรอยที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของ Fed   ด้านนาย Powell ประธาน Fed ระบุว่าเรื่องความเสี่ยงในระยะกลางยังมีอยู่อย่างมีนัยสำคัญ    โดยระยะกลางที่ว่าหมายถึงระยะเวลาราวหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น

• นอกจากนี้ Fed ยังคงมีความยืดหยุ่นในเรื่องการซื้อสินทรัพย์ โดยระบุว่าจะซื้อในระดับที่จะเอื้อให้ตลาดการเงินทำงานได้ราบรื่น แต่จะปรับแผนตามที่เหมาะสม  อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ของ Fed ยังไม่มีการระบุเรื่องการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตร  (yield curve control (YCC)) อย่างที่ Nomura คาด ในด้านสินเชื่อ นาย Powell ย้ำว่า Fed จะทำทุกอย่างที่มีอำนาจทำได้เพื่อให้มั่นใจสินเชื่อจะถึงมือธุรกิจและครัวเรือน อย่างไรก็ดี ประธาน Fed ระบุว่าในที่สุดแล้วอำนาจของ Fed ในการสนับสนุนเศรษฐกิจนั้นมีขอบเขตจำกัด  และเน้นเรื่องความสำคัญของนโยบายการคลังในการรับมือกับ COVID-19 

• Nomura คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี  2021 เป็นอย่างน้อย

7. First Insights/Thailand: Manufacturing output plunged in March  (29 April 2020)

• สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (the Office of Industrial Economics (OIE)) รายงานดัชนีผลผลิตภาคหัตถอุตสาหกรรม (manufacturing production index (MPI)) ลดลง -11.3% y-o-y ในเดือน มี.ค. จาก -4.2% ในเดือน ก.พ. (ซึ่งถูกปรับปรุงดีขึ้นจาก        -5.2%  ในรายงานครั้งก่อน)    และแย่กว่าคาด (Consensus: -6.8% ; Nomura: -7.0%)    ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือ 61.4% (หลังหักปัจจัยด้านฤดูกาล)  ต่ำสุดนับแต่ปี 2011 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่     และลดลงจากระดับ 65.4% ในเดือน ก.พ.

• OIE รายงานว่า MPI ที่ลดลงเป็นผลจากการผลิตหมวดยานยนต์ที่ลดลง -26.2% y-o-y (ก.พ.: -18.8%) ซึ่งเป็นไปตามที่ Nomura คิดไว้     อย่างไรก็ดี หมวดที่ทำให้ตัวเลขรวมแย่กว่าคาด คือการผลิตหมวดอาหารที่ลดลงถึง   -21.9% y-o-y  (ก.พ. : -10.6%) เพราะการผลิตน้ำตาลลดลงจากผลของภาวะภัยแล้ง   ขณะที่การผลิตหมวดอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 3.7% y-o-y  (ก.พ.: 2.6%)  ตามการผลิต hard disk drives ที่ยังมีอุปสงค์แข็งแกร่ง   นอกจากนี้ OIE รายงานว่า  MPI ที่ลดลงเป็นผลจากอุปสงค์ต่างประเทศที่แย่ลงเพราะ COVID-19

• OIE คาดว่า MPI ทั้งปี 2020 จะหดตัว   -7% ถึง -6%  (ค่ากลาง : -6.5%)  ต่างจากที่เคยคาดว่าจะขยายตัว  2-3%  (2019 : -3.6%)  ใน Q1  MPI ลดลง -6.6%  สะท้อนว่า OIE คาดว่า  MPI จะหดตัวราว -6.5% โดยเฉลี่ยเช่นกันในช่วงที่เหลือของปี    

• Nomura คาดว่า MPI จะหดตัวแรงขึ้นใน Q2   (Q1 2020 : -6.6% ; Q4 2019 : -6.8%)    และคงคาดการณ์ GDP ปี 2020 ที่                        -6.3%   (2019 : 2.4%)  แย่กว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดที่  -5.3%     Nomura คงคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยนโยบาย 50 bp สู่ระดับ 0.25% ภายใน Q2



8. FX Insights: Glboal FX Valuation Update  (29 April 2020)

• Nomura มีการประเมินมูลค่าอัตราแลกเปลี่ยน  (FX valuations)  ของ G10 , Asia และ ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ  โดยใช้   4 วิธีประกอบกัน  ได้แก่  FEER  (fundamental equilibrium exchange rate  (macro balance approach)),  PPP  (purchasing power parity). REER  (real effective exchange rate) และ  productivity-adjusted REER 

• ณ สิ้นเดือน มี.ค.   FX valuations  ของเอเชียลดลงจากผลของการระบาดของ COVID-19  และการขยายเวลาการปิดเมือง  (lockdown) ในประเทศสำคัญๆ ทั่วโลก   การที่ตลาดหุ้นทั่วโลกแย่ลงมีส่วนกด FX  valuation  ให้อ่อนค่าลง นำโดย  IDR  (-7.8% ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนค่าเกินไป) ตามด้วย  INR  (-4.4%) และ  THB (-2.8%)  สอคล้องกับ USD ที่แข็งค่าในเดือน มี.ค.และการที่ตลาดลดความสนใจเรื่องการระบาดของ COVID-19 ใน China และเอเชีย   เห็นได้จากการที่  HKD  และ  TWD  มี  valuation เพิ่มขึ้น  1.0% และ 0.6% ตามลำดับ   ในกลุ่ม  G10 FX  พบว่าค่าเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง  (risk-sensitive) และที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity-linked currencies) มี valuation ลดลง  นำโดย NOK      (-5.7%) . GBP ( -4.7%) และ  AUD (-4.0%)   ตรงกันข้ามกับ JPY และ EUR ( +2.7% เท่ากัน)

• ในระยะใกล้ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่  Thailand และ  Malaysia  อาจถูกระบุในรายงาน  FX Report ของกระทรวงการคลัง US ที่น่าจะออกมาเร็วๆ นี้  ว่าเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน  (FX manipulator)   

• ในกรณี  THB  ซึ่งเมื่อดูจาก valuationจาก 4 วิธีเฉลี่ย  ลดลง -2.8%  ( = more undervalued) ในเดือน มี.ค. นั้น  ยังว่ามีมูลค่าน้อยกว่าที่ควร หรืออ่อนกว่ามูลค่าพื้นฐาน  (undervalued) อยู่ -3.7%   Nomura จึงยังคงแนะให้ short  USD/THB





9. First Insights/Thailand:  A gradual relaxation of lockdown measures (28 April 2020)

• วันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า จะค่อยๆผ่อนคลายมาตรการปิดกั้น (lockdowns) โดยการผ่อนคลายจะแบ่งเป็น 4 ระดับ  ซึ่งจะมีรายละเอียดตามมาในไม่ช้านี้  และประกาศการขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ  ไปถึง 31 พ.ค. คงเวลาห้ามออกนอกบ้าน (curfew)ในช่วง 4 ทุ่ม-ตี 4    ทั้งนี้เมื่อวานนี้รัฐบาลได้ประกาศเวลาห้ามสายการบินนานาชาติเข้าประเทศถึง 31 พ.ค.

• เรื่องนี้สอดคล้องกับมุมมองของ Nomura ที่เห็นว่าการกลับมาเปิดเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างช้า ๆ  ขณะที่ยังควบคุมการข้ามแดนต่อไปเพื่อป้องกันการระบาดของ COVID-19 รอบสอง

• การประกาศในวันนี้สะท้อนว่ากระบวนการผ่อนคลายจะกินเวลาอย่างน้อย 2 เดือน  (ถึงสิ้น Q2)  เห็นได้จากที่นายกฯ ระบุว่าแต่ละระดับจะใช้เวลา 14 วัน  

• Nomura คงคาดการณ์ GDP 2020 ว่าจะหดตัว -6.3% (2019: 2.4%)  แย่สุดนับแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 1997-98  และจะเป็นการหดตัวที่รุนแรงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาด ( -5.3%)  และคาดว่า ธปท. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีก2 ครั้งๆละ 25 bp  รวมเป็น   50 bp ใน Q2   (ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงินจะประชุมวันที่ 20 พ.ค. และ วันที่ 24 มิ.ย.)  อย่างไรก็ดี    Nomura ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่การลดดอกเบี้ยอาจเร็วกว่ากำหนดการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 20 พ.ค.

Investment Research and Investor Services

 

5 May 2020


 

IRIS Economist

 

Nuchjarin Panarode

Analyst Registration