Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Asia Economic Monthly : Not yet out of the woods

14 พฤษภาคม 63
Not yet out of the woods

Northeast Asia has an edge over ASEAN-5 and India, but the former still has to deal with an impending export shock, while the latter is battlingCOVID-19 and its aftershocks.

CNS (IRIS) ได้แปลและสรุปรายงานบางส่วนของ Nomura เรื่อง “ Asia Economic Monthly  (8 May 2020)”  ประกอบด้วย “ Asia Letter” ที่นำการเขียน โดย  Sonal Varma และ “Thailand: A very gradual re-opening ” ที่นำการเขียนโดย Charnon Boonnuch ดังนี้



Asia letter

Not yet out of the woods 

Northeast Asia has an edge over ASEAN-5 and India, but the former still has to deal with an impending export shock, while the latter is battling COVID-19 and its aftershocks.

ภายในภูมิภาคเริ่มมีภาพที่แตกต่างกัน (diverge) มากขึ้น    กล่าวคือ ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ( Northeast Asia) ดูได้เปรียบกว่าประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia)  และ  India   อย่างไรก็ดี  Nomura เห็นว่าทั้งสองแถบต่างยังเผชิญความท้าทาย    Northeast Asia  จะเผชิญภาวะการส่งออกที่แย่ลงอย่างหนัก (export shock) ในไม่ช้า   ขณะที่  Southeast Asia และ India ยังต่อสู้กับ COVID-19 แม้ว่าจะเริ่มผ่อนคลายการปิด (lockdowns) ลงแล้ว

Northeast Asia has an edge over ASEAN5 and India thus far
มีความแตกต่างกัน 3 เรื่อง ที่สะท้อนว่า Northeast Asia  อยู่ในฐานะที่ดีกว่า ASEAN-5 และ India   ได้แก่ เรื่องการควบคุมการระบาด   กิจกรรมด้านศรษฐกิจในประเทศ   และเครื่องมือในการดำเนินนโยบาย 

Divergent infection curves
ประเทศในแถบ Northeast Asia (Taiwan, Korea, China  และ Hong Kong) ประสบความสำเร็จในต่อสู้กับโรคระบาดด้วยวิธีต่าง ๆ  เช่น การควบคุมการผ่านแดน  การใช้เทคโนโลยีติดตามตัว  การตรวจหาเชื้อจำนวนมาก (mass testing) ( ในกรณี Korea)  และการมีโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบสนองภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันลดลงเหลือเพียงตัวเลขหลักเดียวหรือเป็นศูนย์     Hong Kong และ South Korea ได้ผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ในสัปดาห์นี้ และกลับมาใช้ชีวิตปรกติภายใต้บริบทใหม่ (new normal)  

ตรงกันข้าม   ASEAN-5 และ India ยังต่อสู้กับ COVID-19   การ lockdowns ช่วยให้การระบาดช้าลง แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมยังเพิ่มขึ้น  ยกเว้น Thailand และ Malaysia    จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันของ Singapore,  Indonesia และ  Philippines  เพิ่มช้าลงแต่ยังอยู่ระดับสูง   ขณะที่ของ India ยังเร่งขึ้นแม้ว่าจะมีการ lockdowns   ผลกระทบของการ lockdowns ต่อเศรษฐกิจมีความรุนแรง ทำให้บางประเทศที่ควบคุมการระบาดได้ดีขึ้นเริ่มมีการผ่อนคลายบางส่วน  อย่างไรก็ดี  เมื่อดูจากอัตราส่วนการตรวจหาเชื้อต่อประชากร 1 ล้านคน   ยังต่ำสุดใน Indonesia (444)   India (925) และ Philippines (1279) (ข้อมูลจาก Worldometers ณ 7 พ.ค. )  สะท้อนว่ามีความเสี่ยงที่การติดเชื้อรายใหม่จะยังอยู่ในระดับสูง หรือเร่งตัวขึ้น หลังการผ่อนคลายการ lockdowns




Divergent hit to domestic activity

การที่ Northeast Asia ควบคุมการระบาดได้ดีกว่าและมีการ lockdowns ที่เข้มงวดน้อยกว่า ASEAN-5 และ India   ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจถูกกระทบน้อยกว่า    ข้อมูลจาก Google Mobility ซึ่งบอกภาพกิจกรรมค้าปลีกและสันทนาการของเอเชีย ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบกับเส้นเวลาฐาน (baseline)  ซึ่งใช้ค่ากลางในช่วง 5 สัปดาห์ ( 3 ม.ค.-6 ก.พ.)    ข้อมูล Google Mobility สะท้อนว่ากิจกรรมดังกล่าวลดลงราว 80% ใน India, Philippines และ Malaysia    แต่ลดลงแค่ราว 13% ใน Korea  และ  Taiwan
Divergent policy space and response

COVID-19 ส่งผลให้กระแสเงินสดของธุรกิจและของบุคคลหยุดชะงัก  ความเร็วและขนาดของนโยบายเพื่อดูแลผลกระทบจึงสำคัญ ที่จะทำให้มั่นใจว่า  shock ครั้งนี้จะไม่ก่อให้ความเสียหายอย่างถาวร  ผ่านการล้มละลายและการว่างงานในระดับสูง    ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีแรงงานนอกระบบมากและมีระบบเครือข่ายดูแลระบบสังคม (social safety net) ไม่เพียงพอ ผลกระทบจึงรุนแรงกว่า ทั้งนี้สัดส่วนของแรงงานนอกระบบต่อการจ้างงานรวมสูงถึงราว 80% ใน  Indonesia และ India ขณะที่อยู่ที่ 28.8% ใน Korea  อย่างไรก็ดี การใช้นโยบายเพื่อรับมือกลับน้อยสุดในประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากสุด  ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดด้านเครื่องมือทางการคลังที่เหลืออยู่   กล่าวคือ ขณะที่  Korea,  Hong Kong และ  Taiwan มีมาตรการจำนวนมากเพื่อดูแลผลกระทบ  แต่ของ India  (0.8% ของ GDP)   Philippines (1.4%)  และ Indonesia (2.5%) ดูแล้วไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ  ทำให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจน่าจะมีไม่น้อยในประเทศเหล่านี้

But an export shock lies ahead for Northeast Asia

แม้ตอนนี้ประเทศแถบ    Northeast Asia  จะดูได้เปรียบและยืนหยัดได้ดีกว่า  แต่ในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า Northeast Asia  น่าจะถูกกระทบจากการส่งออกที่แย่ลง ซึ่งจะส่งผลกระทบกลับมายังอุปสงค์ในประเทศ  แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมกลับมาทำการผลิตแล้ว  แต่คำสั่งซื้อสินค้าออกน่าจะเหือดหาย  ทำให้ธุรกิจต้องเดินเครื่องการผลิตน้อยลง หรือไม่ก็เสี่ยงที่จะมีสินค้าคงคลังล้น   หลังผ่านไประยะเวลาหนึ่ง (lag) อุปสงค์ต่างประเทศที่แย่ลงจะส่งผลกระทบอุปสงค์ในประเทศ  ผ่านการที่ธุรกิจลดการลงทุนและลดการจ้างงาน  เริ่มมีหลักฐานเรื่องนี้ให้เห็น กล่าวคือ  ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของ Korea  และ Taiwan ลดลง    Leading composite index ของ Korea หดตัว -0.4% m-o-m ในเดือน มี.ค. เป็นการลดลงรายเดือนมากสุดนับแต่ ต.ค.2002    ขณะที่ของ  Taiwan ยังไม่หยุดลดลงและมีภาพคล้าย shock ครั้งก่อนๆ (1998, 2000, 2008)    สะท้อนว่า  Northeast Asia ยังไม่ผ่านจุดที่แย่สุด

Virus or no virus… there is no immunity for Asia

นับจาก Q2  นักลงทุนสนใจเรื่องการผ่อนคลายการ lockdown และเศรษฐกิจกำลังปรับตัวแสวงหา new normal    อย่างไรก็ดี  Nomura เห็นว่าความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยังโน้มไปด้านต่ำ เพราะผลกระทบที่ตามมา (knock-on effects) จาก COVID-19  จะมีให้เห็น       Northeast Asia ซึ่งคุมการระบาดได้ดี  จะเจอผลกระทบการส่งออกเนื่องเพราะมีเศรษฐกิจแบบเปิด  ตลาดอาจประเมินผลกระทบเรื่องนี้ไว้น้อยไป   สะท้อนได้จากการคาดการณ์ ของ   Nomura  ที่คาดการณ์ GDP ของ Korea (Nomura: -5.9% y-o-y; Consensus Economics (เดือน เม.ย.) : -0.5%)     China (1.5%;  2.0%)   Taiwan ( -3.1%:  0.1%)  Hong Kong (-8.7%; -3.3%) ไว้ต่ำกว่าที่  consensus    คาด    ส่วนประเทศที่เหลือที่ยังต่อสู้กับ COVID-19 และมีมาตรการไม่มากในการดูแลผลกระทบ   ตลอดจนยังมีปัจจัยลบภายนอกที่รออยู่  ทำให้ในเดือนนี้  Nomura ได้หั่นคาดการณ์ GDP ของ Indonesia (สู่ระดับ -3.2% จากที่เคยคาดไว้ที่  -0.6% ในเดือนก่อน)   Philippines (เหลือ -4.8% จาก 1.6% )   และ India (เป็น  -5.0% จาก -0.5%) ลงจากเดิม   โดยรวมแล้ว  Asia ยังไม่พ้นพงหนาม




Thailand | A very gradual re-opening

Despite a relaxation of containment measures, we still expect a deep growth contraction this year and an additional 25 bp policy rate cut in both May and June.

Forecast change: Nomura ปรับคาดการณ์การขาดดุลการคลังเป็น 8.9% ของ GDP (ปีงบประมาณสิ้นสุด  ก.ย.2020) จากเดิมคาดขาดดุล 6.9%

Activity: จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันลดลง ทำให้รัฐบาลประกาศแผนผ่อนคลายการปิดกั้น (lockdowns) 4 ระยะ แต่กว่าจะครบทั้ง 4 ระยะก็จะตกราวสิ้น Q2  และแปลว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะยังสะดุดไปอีกระยะ   ขณะที่การส่งออกและการท่องเที่ยวถูกกระทบจากการ lockdown ทั่วโลกและอุปสงค์ในตลาดโลกที่ทรุดลง  ในเดือน มี.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  -76.4%y-o-y  จาก -42.8% ในเดือน ก.พ.  ด้านการส่งออกที่ไม่รวมทองคำและอาวุธยุทธภัณฑ์ทางการทหาร  ลดลง -6.6% จาก -1.4%  ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ตลาดแรงงานแย่ลง   Nomura คาดว่าอัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.5% ภายใน Q4 จาก 1.1% ใน  Q1 ซึ่งจะเป็นอัตราสูงสุดนับแต่ Q2 2001   Nomura คงคาดการณ์ GDP 2020 ที่             -6.3%y-o-y ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดที่ -5.3%  และคงคาดการณ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 0.3% ของ GDP  ต่ำกว่าที่ ธปท. คาดที่ 3.8% เนื่องจากคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลงอย่างหนัก

Inflation and monetary policy:   Nomura คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดลงดอกเบี้ยลง 25 bp ในการประชุม 20 พ.ค. และอีก 25 bp  ในเดือน มิ.ย.  เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่หดตัวอย่างรุนแรง  ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่  0.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่ยังรักษาประสิทธิภาพนโยบายการเงินไว้ได้  ความเสี่ยงเรื่องเงินฝืดกำลังหนุนการคาดการณ์นี้    โดยเงินเฟ้อทั่วไปลดลงในอัตรา -3.0% y-o-y ในเดือน เม.ย. จาก -0.5% ในเดือน มี.ค. และเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มช้าลงเหลือ 0.4% จาก 0.5% เพราะทางการมีการอุดหนุนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และอุปสงค์ในประเทศเองก็แย่ลง   Nomura คงคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงในอัตรา  -1.3% ในปี 2020  ต่ำกว่าที่ ธปท. คาด (-1.0%)     โดยคาดว่าเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีจะลดลงหนักขึ้นในอัตรา  -1.7% โดยเฉลี่ย (4M20 :  -0.4%)

Fiscal policy:  Nomura ปรับคาดการณ์ดุลการคลังใน FY20 ว่าขาดดุลคิดเป็น 8.9% ของ GDP  (จาก 6.9%) ขณะที่ 60% ของการกู้เงินใหม่จำนวน 1 ล้านล้านบาทซึ่งจะสะท้อนอยู่ใน FY21  แต่จะถูกเร่งใช้จ่ายใน FY20    รายจ่ายของรัฐเพิ่มขึ้นถึง 125.7% y-o-y ให้เห็นแล้วในเดือน มี.ค. หลังจากที่ลดลง  -7.3% ในเดือน ก.พ.เนื่องจากกฎหมายงบประมาณที่ออกมาล่าช้าถึง  5 เดือน

Risks:  ความเสี่ยงด้านต่ำ (downside risks) หลักๆ คือ หาก  COVID-19 มีการระบาดรอบใหม่ ขณะที่การปลดการ lockdown ที่เร็วกว่าคาดทั้งทั่วโลกและในไทยเอง เพราะการควบคุมการระบาดได้ดี จะเป็นความเสี่ยงด้านสูง (upside risks)

















Investment Research and Investor Services

 

11 May 2020

 

 

 

 

Fundamental Investment Analyst on Securities

Nuchjarin Panarode

Analyst Registration No. 17871

Nuchjarin.panarode@th.nomura.com

02 638 5776, 02 081 2776