Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Tentative bottoming

18 พฤษภาคม 63
 
Lagging US housing data, Japan GDP and UK retail sales are set to plunge, but timelier May business surveys could start turning up as economies reopen.

สัปดาห์ที่ผ่านมา  US รายงานผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่และผู้เสียชีวิตรายวันเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.7% และ1.9%  ต่ำลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่  2.3% และ 2.9% ตามลำดับ  และหลายประเทศรายงานความคืบหน้าด้านการทดลองวัคซีน  กล่าวคือ  ใน  China  คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Committee (NHC)) ของ China เปิดเผยการคาดการณ์ว่าการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ของวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะเสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นลำดับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ใน Russia ศูนย์วิจัยระบาดวิทยาและจุลชีววิทยาของรัสเซีย แถลงว่า รัสเซียสามารถเริ่มต้นการผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ แต่ชาวรัสเซียจะยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนในทันที

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ US รายงานตัวเลขต่างๆ ของเดือน เม.ย. ที่ลดลงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตัวเลขของ China เริ่มดีขึ้น  กล่าวคือ US รายงาน  ยอดค้าปลีก ( retail sales) ลดลง  -16.4% m-o-m  และ core (“control”) retail sales  หดตัว  -15.3% m-o-m   การผลิตภาคอุตสาหกรรม (industrial production) ลดลงมากสุดในรอบ 101 ปีที่   -11.2% m-o-m  Nomura คาดว่า  Q2 GDP คงลดลงถึง -49.2% q-o-q (saar) จาก  -4.8%    ด้าน China รายงาน  retail sales -7.5% y-o-y (มี.ค.: -15.8%)   industrial production เพิ่มขึ้น 3.9% y-o-y จาก -1.1%  การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรลดลง -10.3% ytd จาก -16.1%   สะท้อน GDP ที่ดีขึ้น  โดย Nomura คาดว่า Q2 GDP ของ China จะ -0.5%y-o-y จาก -6.8% ใน Q1   ส่วนประเทศไทยมีการผ่อนคลายระยะที่ 2  ตั้งแต่ 17 พ.ค. แต่ยังขยายเวลาห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไปถึงสิ้นเดือน มิ.ย.

ด้านความสัมพันธ์ระหว่าง US-China แย่ลง เพราะเมื่อ 15 พ.ค. กระทรวงพาณิชย์ US ออกกฎระเบียบใหม่ที่ห้ามผู้ประกอบการต่างชาติ ส่งออกอุปกรณ์ (inputs) ที่ใช้เทคโนโลยีของ US ให้แก่บริษัท Huawei เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ของ Huawei  นอกจากนี้ แม้กระทรวงพาณิชย์จะได้ขยายเวลาอนุญาตชั่วคราว (temporary general license (TGL)) ให้ธุรกิจของ US สามารถใช้เครื่องมือและซอฟแวร์จาก Huawei อีก 90 วัน  แต่ระบุว่าจะเป็น TGL ครั้งสุดท้าย   ด้านรัฐสภา  วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายนโยบายสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ปี 2563  (Uyghur Human Rights Policy Act of 2020)  เพื่อให้ประธานาธิบดี Trump  ดำเนินมาตรการลงโทษ (sanction) เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์

สัปดาห์นี้ ตัวเลข/เหตุการณ์ที่สำคัญ  ได้แก่ 

  • รายงาน Q1 GDP (18 พ.ค.) การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (20 พ.ค.) และการค้าระหว่างประเทศเดือน เม.ย. (22 พ.ค.)ของไทย :   Nomura คาดว่า Q1 GDP คงลดลง -2.3% y-o-y (Consensus: -3.8%  ; Q4.: 1.6%) จากผลกระทบของ COVID-19   ภัยแล้ง และความล่าช้าของงบประมาณ ปี 2563   GDP ที่ลดลงใน Q1 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับแต่ Q1 2014  และแย่สุดนับแต่น้ำท่วมใหญ่ในปี 2011   เมื่อเทียบกับ Q4   คาดว่า GDP ลดลง            -3.0% q-o-q (s.a)  (Consensus: -4.2%  ; Q4.: 0.2%)    ในทำนองเดียวกับประเทศอื่นๆ  Nomura คาดว่า GDP จะแย่ลงอีกใน Q2 โดยอาจหดตัวราว -10% y-o-y  จากผลของการ lockdown  ทำให้อุปสงค์ในประเทศลดลง และจากผลของการส่งออกที่แย่ลงเพราะอุปสงค์ต่างประเทศอ่อนแอลง   
ด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (20 พ.ค.)   Nomura  คาดว่า   กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bp สู่ระดับ 0.50%  (consensus คาดลด 25 bp เช่นกัน ) ในการประชุม 20  พ.ค.  ด้วยความเป็นไปได้ 70% (มีโอกาส 20% ที่จะคงดอกเบี้ย และ 10% ที่จะลดดอกเบี้ย 50bp)   และจะมีแถลงการณ์ที่เอนเอียงมาทางผ่อนคลาย (dovish) เพื่อเปิดทางสำหรับการผ่อนคลายเพิ่มเติม     ทั้งนี้ Nomura คาดว่าหลังจากครั้งนี้   กนง. จะมีการลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bp สู่ระดับ 0.25% ในการประชุมเดือน  มิ.ย.  

ด้านการค้าระหว่างประเทศเดือน เม.ย.  Nomura คาดว่า การส่งออกคงหดตัว -4.1% y-o-y (Consensus: -0.5%; มี.ค.: 4.2%) การนำเข้าคงลดลง -4.6% y-o-y (Consensus: -5.8%; มี.ค.: 7.3%) ด้านดุลการค้าคงกลับมาขาดดุล -US$1.2bn ( Consensus: US$0.1bn; มี.ค.: US$1.6bn)

  • รายงานผลสำรวจภาคธุรกิจของประเทศสำคัญเดือน พ.ค. คาดปรับตัวดีขึ้นทั่วหน้า :  Nomura คาดว่าGermany จะรายงานผลสำรวจด้านรายงาน ZEW survey (19 พ.ค.)  ที่ดีขึ้น โดย ZEW survey (expectations) เดือน พ.ค. จะอยู่ที่  30 (Consensus: 30 ; เม.ย.: 28.2)  คาดว่า US จะรายงานผลสำรวจ Philadelphia Fed Manufacturing Index  (Philly Fed survey) เดือน พ.ค. (รายงาน 21 พ.ค.) ของ US คงปรับตัวดีขึ้น มาอยู่ที่ -35.0 (Consensus:    -40.0  ; เม.ย.: -56.6) เพราะธุรกิจเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการ    คาด Euro area จะรายงาน PMI (composite) เดือน พ.ค.เบื้องต้น ( 22 พ.ค.)  ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ  42.0 (Consensus: 21.7  ; เม.ย.: 13.6)  จาก PMI (Services) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ  45.0 (Consensus: 19.0  ; เม.ย.: 12.0)  จาก PMI (Manufacturing) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ  36.0 (Consensus: 38.0  ; เม.ย.: 33.4)  

  • รายงาน Q1 GDP ของ Japan (18 พ.ค.) คาดลดลง  ทำให้ Japan เข้าสู่ภาวะ technical recession : Nomura คาดว่า Q1 GDP (รายงานครั้งที่ 1)  คงหดตัวต่อเนื่องในอัตรา  -4.9%    q-o-q (saar) (Consensus: n.a.;  Q4: -7.1%)  หรือลดลง -1.3% q-o-q   โดยองค์ประกอบลดลงทุกรายการ   กล่าวคือ คาดว่าการบริโภคภาคเอกชน-1.3% q-o-q (Q4: -2.8%)  การลงทุนภาคเอกชน -1.5% q-o-q d การลงทุนภาครัฐ  -1.1%  การส่งออก -4.4% และการนำเข้า -3.9%  ทั้งนี้ Nomura  คาดว่า แนวโน้ม Q2 GDP ของ Japan จะแย่ลง -23.9% q-o-q (saar) 



Our view in a nutshell  

United States  

  • เศรษฐกิจจะถดถอยลึกแต่ไม่นานใน H1   ก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวใน H2 จากแรงหนุนของนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย
  • Fed จะแช่ดอกเบี้ยไว้ที่ขอบล่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังรักษาประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน  (effective lower bound (ELB)) ไว้ตลอดปี 2021 เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • Fed จะดำเนินการให้กู้ฉุกเฉินต่างๆ ตามที่ประกาศไว้ และจะทำให้มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะไม่เป็นอุปสรรคของการเติบโต
  • Nomura คาดว่าจะมีมาตรการการคลังเพิ่มเติมจาก Washington แต่อาจจะได้ผลน้อยเพราะมาตรการ social distancing 
  • อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยน่าจะสูงถึงราว 15-20% ใน Q2 เพราะ COVID-19 กระทบตลาดแรงงานอย่างมาก
  • เงินเฟ้อพื้นฐานอาจจะลดลงใน Q2 เพราะ COVID-19  ที่ดึงราคาในภาคบริการ และทำให้มีแรงงานส่วนเกินในตลาดแรงงาน
  • ความเสี่ยงคือ ถ้า social distancing ล้มเหลว  ถ้าตลาดสินเชื่อและภาคการเงินตึงเครียด  

Europe
  • การระบาดของ COVID-19  ทั่ว Europe จะทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างมากในปี 2020 
  • ราคาน้ำมันที่ลดลง  ค่าเงิน euro ที่แข็งค่า และอุปสงค์ที่ลดลงเพราะ COVID-19  จะทำให้เงินเฟ้อของ  euro area ลดลง
  • ECB  จะคงดอกเบี้ย และจะเพิ่มวงเงิน PEPP  ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินที่  €750bn  ในการประชุมเดือน มิ.ย. 
  • Nomura ปรับลดคาดการณ์ UK GDP ลงอีก  คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยใน H1  โดย GDP จะลดลงเกิน 15% จาก Q4 2019 
  • BOE  ได้ลดดอกเบี้ย15 bp สู่ระดับ 0.10%  และจะเพิ่ม QE วงเงิน ?200bn  Nomura ไม่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายอีกในกรณีฐาน
  • มีความเสี่ยงส่วนปลาย ( tail risks) มากขึ้น เรื่อง Brexit cliff edge  (คือ กรณี UK ออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง (withdrawal agreement) แต่ผลลัพธ์ยังมีความไม่แน่นอนเพราะผลของ  COVID-19

Japan
  • การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ GDP จะลดลงต่อเนื่อง 3 ไตรมาสจนถึง Q2 ก่อนที่ค่อยๆ ฟื้นตัว 
  • คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะอ่อนลงและลงไปต่ำกว่า 0%y-o-y ใน Q4 นำโดยราคาน้ำมันที่ลดลง
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า ?117trn จะช่วยให้เศรษฐกิจไม่เข้าสู่วงจรอุบาทก์ (vicious cycle) แต่คงมีผลจำกัดต่ออุปสงค์ 
  • ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างมากและการที่ตลาดการเงินยิ่งเลี่ยงความเสี่ยง

Asia 
  • GDP ของ Asia จะลดลง  -1.4% y-o-y ในปี 2020 เพราะ COVID-19  เทียบกับ +5.3% ในปี 2019  เศรษฐกิจ 9 จาก 10 แห่งจะถดถอย
  • เศรษฐกิจ China จะแย่ใน Q1   แต่ของประเทศอื่นๆ จะแย่มากใน Q2 จากผลกระทบของการปิดเมือง ( lockdowns) และอุปสงค์ภายนอกที่แย่ลง
  • เศรษฐกิจจะฟื้นใน H2  แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เพราะการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และกำไรของธุรกิจที่แย่ลง
  • แม้ห่วงโซ่อุปทานจะสะดุด  แต่ก็คาดว่าเงินเฟ้อจะไม่เฟ้อ เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงและอุปสงค์โดยรวมที่แย่ลง
  • นโยบายการเงินและการคลัง ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว แต่จะมีการผ่อนคลายมากขึ้นอีก 
  • China:  คาดว่าเศรษฐกิจจะยังคงหดตัว –0.5%ใน Q2 ทำให้ทางการจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่เร็วๆ นี้ 
  • Korea: เศรษฐกิจจะแย่สุดใน Q2  จากอุปสงค์ภายนอกที่แย่   ทำให้คาดว่า BOK จะลดดอกเบี้ยใน  Q2
  • India: COVID-19 ท่ามกลางภาคการเงินที่อ่อนแอจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวในปี 2020  ขณะที่นโยบายทั้งการเงินและการคลังและสภาพคล่องผ่อนคลายมากขึ้น 
  • Indonesia: การควบคุม COVID-19 ได้ช้า มีผลต่อการเติบโต  มีความเสี่ยงทางการคลังมากขึ้น และเจอแรงกดดันด้านดุลการชำระเงิน
  • Australia: คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยลึกใน  H1 ทำให้อัตราการว่างงานจะเพิ่มจาก 5.1% เป็น  9% ภายในสิ้นปี เงินเฟ้อจะลดลงมาก


United States



Europe



Japan



Asia



รายงานของ  Nomura ที่ CNS (IRIS) มีการเผยแพร่บทสรุปเป็นภาษาไทยในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่เผยแพร่)

1. Special report/US: Updating our Forecast as the COVID19 Outbreak Matures (15 May 2020)

Different ways to think about the contraction and the long road to recovery
  • ข้อมูลช่วงนี้สะท้อนว่า US อยู่ในจุดสำคัญของการระบาดของ COVID-19  เพราะการระบาดเริ่มหยุดเร่งตัว จึงเริ่มมีการผ่อนคลายด้านการเว้นระยะห่างจากสังคม (social distancing)   ด้านตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มสะท้อนการทรุดตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เต็มภาพ  Nomura จึง update การคาดการณ์เศรษฐกิจของ US   ผลการ update ทำให้ตอนนี้ Nomura เชื่อว่า real GDP  ใน Q2 จะต่ำกว่าระดับ Q4 2019 ราว 16.0%  แย่กว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านั้น (ว่าจะต่ำกว่าราว 12.5%)  แต่การที่มีการลดระดับ social distancing เร็วกว่าที่เคยคาด  ทำให้ Nomura คาดว่า Q3 GDP จะดีกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนเล็กน้อย
  • หลังจาก Q3  Nomura ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นได้เร็วแค่ไหน   เพราะแม้จะมีการใช้นโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจขนานใหญ่  ( Nomura ใช้ตัวเลขนโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ จำนวน US$3trn ในการคาดการณ์ ) แต่จะช่วยได้แค่บรรเทาผลกระทบ  Nomura คาดว่า COVID-19 จะยังอยู่  เพราะการที่รัฐต่าง ๆ กลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง ทำให้เป็นไปได้ที่จะมีการระบาดรอบสอง  นอกจากนี้ความเสียหายที่เกิดแล้วต่อตลาดแรงงานและภาคธุรกิจจะมีผลต่อการเติบโตไปอีกหลายไตรมาส     ทำให้ตอนนี้ Nomura คาดว่า GDP ตอนสิ้นปี 2021 จะต่ำกว่าระดับที่เคยคาดไว้ตอนเดือน ม.ค. อยู่ราว 5%   และจะยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าของ Q4 2019     Nomura คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 9 ไตรมาส หรือราวต้นปี 2022 ที่ GDP จะกลับไปที่ระดับที่เห็นใน Q4 2019    อย่างไรก็ดี   Nomura ยอมรับว่าการคาดการณ์ยังมีความไม่แน่นอนแวดล้อมอยู่มาก ทำให้เศรษฐกิจอาจจะดีหรือแย่กว่าคาดก็ได้
  • ในด้านแนวโน้มนโยบายการเงินการคลัง Nomura คาดว่าจะมีนโยบายการเงินการคลังออกมาเพิ่มเติมอีก แม้จะมีขนาดที่น้อยกว่าตอนที่ COVID-19 ระบาดในตอนแรก    Nomura คาดว่า Fed จะขยายโครงการปล่อยกู้ประเภทต่าง ๆ  (credit facilities) และดูแลไม่ให้ระดับดอกเบี้ยระยะยาวเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว  Nomura คาดว่า Fed จะซื้อพันธบัตรรัฐบาล (US treasury) อีก $500bn จากนี้จนถึงสิ้นเดือน ก.ย .2020 และคาดว่า Fed  จะถือสินทรัพย์อื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก $1tn. ในช่วงเวลาดังกล่าว    ในด้านการคลัง  หลังจากที่เคยมีนโยบายที่เห็นร่วมกัน  (bipartisan) ระหว่างสองพรรค  ตอนนี้ Nomura เห็นว่าจะกลับมาเป็นเห็นต่างกัน  (partisan)  เพราะเข้าใกล้การเลือกตั้ง (3 พ.ย.)  ทำให้  Nomura คาดว่าจะมีแต่การเติมเงินใส่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว อีกราว $500bn  แต่จะไม่มีโครงการใหม่ออกมา


2. Economics Insights: Google mobility data to gauge how fast economies restart – an update (14 May 2020)

  • Google  มีรายงานตัวเลขด้านการเคลื่อนไหว (mobility) ของประชากร ในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (ไม่มีของ China) ซึ่งช่วยบอกภาพของการปิดกั้น (lockdowns)      จากข้อมูลนี้  Nomura ได้จัดทำดัชนีการกระจาย (diffusion index) ของ 57 ประเทศ  โดยดูแนวโน้มการเคลื่อนไหวแถวที่ทำงาน (mobility trends for places of work)  ลบด้วยแนวโน้มการเคลื่อนไหวแถวที่พักอาศัย ( places of residence)   แล้วทำเป็นค่าเฉลี่ย 7 วัน  หากค่าที่ได้มีค่าเป็นลบ จะแปลว่าคนส่วนใหญ่ยังอยู่บ้านมากกว่าอยู่แถวที่ทำงาน ซึ่งสะท้อนการใช้นโยบายให้อยู่บ้าน (stay-at-home) ของทางการ
  • Nomura พบว่า Diffusion index มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับอัตราการหายป่วย (recovery rate  ซึ่งดูจากสัดส่วนยอดสะสมของคนที่หายป่วยเทียบกับยอดสะสมของคนที่ติดเชื้อ COVID-19)   แปลว่า มักเห็นการผ่อนคลายการ lockdowns เมื่อ recovery rate  เพิ่มสูงขึ้น  นอกจากนี้ เมื่อดู diffusion index ณ วันที่ 7 พ.ค. เทียบกับของวันที่  1 เม.ย.    Nomura พบว่า ของ Singapore มีตัวเลขที่ติดลบมากขึ้น ( -77 )  สอดคล้องกับการที่ Singapore มีการ lockdowns ที่เข้มงวดขี้น    ในขณะที่ New Zealand  มีค่าบวกมากสุด            (+39)  สอดล้องกับค่า recovery rate ที่สูง    
  • CNS (IRIS) เห็นว่า การที่ค่า diffusion index  วันที่ 7 พ.ค. เทียบกับ 1 เม.ย. ของประเทศไทย  ซึ่งมีค่าอยู่ที่ -11 และการมีค่า recovery rate  ที่สูง  จะหนุนให้ทางการมีการทยอยปลด lockdown ได้ตามแผนที่วางไว้  

3. Asia Chart Alert: The coming crash in Asian exports (13 May 2020)

  • ดัชนีชี้นำด้านการส่งออกของเอเชียที่ Nomura จัดทำ  (Nomura ‘s leading index of Asian Exports  (NELI ) ส่งสัญญาณว่าการส่งออกของ Asia ex-Japan (AEJ) อาจจะหดตัว -20% y-o-y  ใน Q2    ซึ่งใกล้เคียงแต่จะยังดีกว่าสมัยวิกฤตการเงินโลก (global financial crisis (GFC) 
  • NELI สร้างจากข้อมูล 8 รายการและจับจุดเปลี่ยนของการส่งออกในช่วงปี 2008-2018 ได้ดี   Nomura พบว่าในช่วงที่ผ่านมา NELI มีความผันผวน  กล่าวคือ NELI   ทรุดลงเหลือ 30.1 ในเดือน เม.ย. จากผลของการ lockdown ของ China  ก่อนฟื้นขึ้นสู่ระดับ 59.5 ในเดือน พ.ค.  แต่กลับมาลดลงเหลือ 46.6 ในเดือน มิ.ย.  เมื่อเฉลี่ยเป็นไตรมาส  NELI ลดลงจาก 75.1 ใน Q1  เหลือ 45.4 ใน  Q2   ถือเป็นสัญญาณว่าการส่งออกของ Asia ex-Japan (AEJ) น่าจะหดตัวราว -20% y-o-y ใน  Q2  ตามอุปสงค์ที่แย่ลงนำโดย US และ  Europe
  • NELI สะท้อนว่า การส่งออกของ China ที่ขยายตัว 3.5% y-o-y ในเดือน เม.ย. อาจจะกลับมาหดตัวในหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ดี  NELI ที่ลดลงดังกล่าว ยังถือว่าดีกว่ช่วง GFC ซึ่ง NELI มีจุดต่ำสุดที่ 22.3 ใน  Q1 2009  ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก (global electronics cycle) ที่กำลังปรับตัวดีขึ้นได้ดีกว่าสมัย  GFC และเศรษฐกิจ  China กำลังกลับมาเปิดมากขึ้น    แต่ถ้า COVID-19 กลับมาระบาดรอบสองใน China  เราอาจเห็น NELI กลับมาทรุดลงอีกครั้ง


4. Global Economic Outlook Monthlynary: Desynchronizing economies (13 May 2020)

  • ภาพเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันไปในภูมิภาคต่าง ๆ     แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน  เศรษฐกิจ  China อยู่ในช่วงที่เริ่มฟื้นตัว     US และ  Eurozone อาจจะใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว  และประเทศใหญ่ๆ ในตลาดเกิดใหม่ (emerging market (EM)) ยังตามหลัง
  • รายงานฉบับเดือน พ.ค. เมื่อเทียบกับของเดือน เม.ย.  r[;jkNomura ยังหั่นคาดการณ์  Global GDP  เหลือ -4.5% ในปี 2020   (เดือน เม.ย.:  -3.6%)  หลักๆ เป็นผลจากการปรับลดคาดการณ์ Asia/Pacific  ลงสู่ระดับ -2.0% ( เดิม : -1.0%)   และ  Western Europe สู่ระดับ -8.5% (เดิม: -7.9%)   ในส่วนของ  Canada ,  Latin America และ   EEMEA  (Eastern Europe and Middle East Asia)  ซึ่ง Nomura ใช้การคาดการณ์ของ   Bloomberg Economic Forecasts     CNS (IRIS)  พบว่า  consensus มีการปรับลดคาดการณ์เช่นกัน   โดยการคาดการณ์ GDP 2020 ของ Latin America อยู่ที่ -3.4% (เดิม : -1.6%)  และของ  EEMEA  อยู่ที่ -3.3% (เดิม :               -0.6%)   
  • ถ้าดูรายประเทศ พบว่า  Nomura มีการปรับคาดการณ์ GDP US ขึ้นเป็น  -8.9% (เดิม : -9.2%) และ ของ China เป็น  1.5% (เดิม 1.0%) เพื่อสะท้อน  Q1 GDP ของทั้งสองประเทศที่ออกมาดีกว่าคาด       ทั้งนี้ China เป็นประเทศเดียวในการศึกษาของ Nomura ที่ยังคงมีการเติบโตในปี 2020  
  • ในส่วนของประเทศไทย    Nomura คงคาดการณ์ GDP 2020 ที่  -6.3%  และคงคาดการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินจะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bp ในการประชุม 20 พ.ค. และอีก 25 bp ในการประชุม 24 มิ.ย. ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.25% ใน Q2

5. Asia Insights/China: Both CPI and PPI inflation fell further in April (12 May 2020)

  • จีนรายงาน CPI เดือนเม.ย. เพิ่มแผ่วลงเหลือ 3.3%y-o-y ต่ำกว่าคาด (Consensus: 3.7%; Nomura: 3.8%)  จาก 4.3% ในเดือน มี.ค.  ในรายละเอียด  CPI หมวดอาหารเพิ่มช้าลงหลือ 14.8% จาก 18.3% ตามราคาหมูที่เพิ่มช้าลงเหลือ 96.9% จาก 116.4%    CPI หมวดที่ไม่ใช่อาหารเพิ่มช้าลงเช่นกันเหลือ 0.4% จาก 0.7%  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาค่าขนส่งที่ลดลง   ด้านเงินเฟ้อ PPI ลดลง -3.1%             y-o-y ในเดือน เม.ย. ต่ำกว่าคาด  (Consensus: -2.5%; Nomura: -2.6%) จาก -1.5% ในเดือนมี.ค. หลักๆ มาจากราคาน้ำมันและราคาวัตถุดิบที่ลดลง  
  • Nomura คาดว่า CPI จะเพิ่มช้าลงอีกเหลือ 3.0% ในเดือน พ.ค  แต่ PPI อาจจะหดตัวน้อยลงเหลือ -2.7% เพราะราคาน้ำมันและราคาสินค้าอุตสาหกรรมหลักๆ เริ่มฟื้นขึ้น
  • CPI ที่แผ่วลง จะช่วยให้ทางการ Beijing มีเครื่องมือในการดำเนินนโยบาย (policy space) มากขึ้นในการออกมาตรการเพื่อดูแลผลกระทบจาก COVID-19  


6. Asia Insights/China: Credit growth continued to rise in April on the PBoC’s  policy easing (12 May 2020)

  • ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  ทางการ Beijing  ได้ออกมาตรการเพื่อหนุนการปล่อยสินเชื่อ เพื่อรับมือเศรษฐกิจที่ชะลอลงรุนแรงสุดนับแต่ทศวรรษ 1970     ในเดือน เม.ย. ตัวเลขสินเชื่อออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย   โดยการปล่อยสินเชื่อใหม่ในสกุลเงิน RMB   และการระดมทุนรวม  (aggregate financing (AF)) มีจำนวน  RMB1,700bn และ RMB3,090bn ตามลำดับ  :ซึ่งมากกว่าคาด (Consensus: RMB1,300bn/RMB2,775bn; Nomura: RMB1,500bn/RMB2,900bn) จาก RMB2,850bn และRMB5,149bn ในเดือน มี.ค. 
  • เมื่อดูยอดคงค้างของสินเชื่อในรูปเงินหยวน ( RMB loans) และ AF เดือน เม.ย. เร่งตัวขึ้น 13.1% y-o-y และ  12.0% y-o-y ตามลำดับ  จาก  12.7% และ 11.5% ในเดือน มี.ค.      Nomura ประเมินว่า AAF ( คือ AF  ที่รวมการระดมทุนอื่นที่ธนาคารกลาง (People’s Bank of China (PBoC)) ยังไม่ได้นับ  ซึ่ง Nomura เรียกว่าการระดมทุนรวมนี้ว่า   augmented AF (AAF))    มียอดคงค้างที่เร่งตัวขึ้น 11.6% y-o-y ในเดือน เม.ย. จาก 11.2%  ในเดือน มี.ค.  ด้านปริมาณเงิน (M2) เร่งตัวขึ้น 11.1%y-o-y ในเดือน เม.ย. จาก  10.1% ในเดือน มี.ค. 
  • แม้บางภาคเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว  เศรษฐกิจจีนยังเผชิญปัจจัยกดดัน เช่น การส่งออกที่จะแย่ลง และความเสี่ยงของการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ ทำให้ Beijing จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีก ทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อจะมีแนวโน้มที่เติบโตเร่งขึ้น  y-o-y  นอกจากนี้ Nomura ยังคงคาดว่า PBoC จะมีการลด RRR และลดดอกเบี้ยลงอีก รวมถีงการลดดอกเบี้ย  1yr deposit rate  ลง  25 bp  เพื่อดึงต้นทุนการกู้ยืมลงมา