Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

The Economy Next Week

25 พฤษภาคม 63
 That deflating feeling

We expect a major decline in US core PCE inflation, EA inflation to fall to close to zero and outright deflation in Italy, Spain, Japan and Singapore.
สัปดาห์ที่ผ่านมา  มีความตึงเครียดระหว่าง US-China เพิ่มขึ้น  เพราะเมื่อ 22 พ.ค.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทและสถาบันต่างๆ ของจีนอีก 33 แห่ง  เพื่อลงโทษที่เป็นสายลับสอดแนมเรื่องชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ให้กับรัฐบาลจีน หรือมีความเกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีการทำลายล้างสูงและรับใช้กองทัพจีน การสั่งขึ้นบัญชีดำดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s  Congress (NPC)) ของ China  ได้มีการเปิดเผยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ ที่ระบุให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว  ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์  Trump เตือนว่า สหรัฐจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวกับแผนการของจีนที่จะบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง และความตึงเครียดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่าง 2 ประเทศ

ด้านประเทศไทยรายงานตัวเลข Q1 GDP ที่ลดลง -1.8%y-o-y  ดีกว่าคาด  CNS (IRIS) เห็นว่าหลักๆ เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของการเติบโตของ GDP คิดเป็น 1.7  pp   ด้านรายงานการส่งออกเดือน เม.ย. ขยายตัว 2.1% y-o-y ดีกว่าคาดก็เป็นเพราะการส่งออกทองคำ และการส่งกลับอาวุธยุทธภัณฑ์ไป US  ด้านนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติ 4 ต่อ 3 ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25bp สู่ระดับ  0.50% พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจปี 2020 มีแนวโน้มหดตัวหนักกว่าคาด (ธปท. คาด GDP 2020 : -5.3%)    ด้าน  Nomura คาดว่ากนง.จะลดดอกเบี้ยอีก 25 bp ใน Q3
สัปดาห์นี้ ตัวเลข/เหตุการณ์ที่สำคัญ  ได้แก่ 

• สภาผู้แทนราษฎร มีกำหนดพิจารณาพระราชกำหนดทางการเงินที่สำคัญ 27-31 พ.ค.:   ประกอบด้วย 
   1) พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท
   2) พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท 
   3) พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท 

• ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของไทย :  Nomura คาดว่า  ดัชนีผลผลิตภาคหัตถอุตสาหกรรม เดือนเม.ย. คงลดลง -28.0%y-o-y (Consensus: n.a. ; มี.ค.:  -11.2%)  นำโดยการผลิตหมวดยานยนต์ที่ลดลง   ด้านรายงานเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (29 พ.ค.) คาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดคงเกินดุล USD1.7bn  (Consensus: n.a. ; มี.ค.: +USD0.7bn)  ตามดุลการค้าที่เกินดุลมากขึ้นเพราะมีการส่งออกทองคำในขณะที่การนำเข้าโดยรวมหดตัวลง  นอกจากนี้ตลาดการเงินจะสนใจดูตัวเลขด้านอุปสงค์ในประเทศและตลาดแรงงาน  ซึ่งไม่มีผลสำรวจ  ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค. ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนลดลง  -0.6% y-o-y  ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน  -7.8% การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ เพิ่มขึ้น 58.0%  และ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.0%

• รายงานเงินเฟ้อที่อ่อนลง หรือ ลดลงของ G3 (29 พ.ค.) :  Nomura คาดว่า US จะรายงานเงินเฟ้อ (29 ลพ.ค.)  ที่ลดลง โดยคาดว่า  PCE index คงลดลง  -0.686% m-o-m ในเดือน เม.ย. (Consensus: -0.7%; มี.ค. : -0.3%) Core PCE index คงลดลง  -0.542%  m-o-m ในเดือน เม.ย. (Consensus: -0.3%; มี.ค. : -0.1%)   ด้าน Euro area จะรายงานเงินเฟ้อ   HICP เดือน พ.ค. (เบื้องต้น) เพิ่มช้าลงเหลือ 0.2%y-o-y (Consensus: 0.4%; เม.ย. : 0.3%)   ด้าน core HICP จะทรงตัวที่ 0.9%y-o-y (Consensus: n.a; เม.ย. : 0.9%)   ด้าน Japan คาดว่ารายงานเงินเฟ้อของกรุงโตเกียว  -0.2% m-o-m ในเดือน พ.ค. (Consensus n.a.; เม.ย. : -0.1%)


Our view in a nutshell  

United States  

   • เศรษฐกิจจะถดถอยลึกแต่ไม่นานใน H1   ก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวใน H2 จากแรงหนุนของนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย
   • Fed จะแช่ดอกเบี้ยไว้ที่ขอบล่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังรักษาประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน  (effective lower bound (ELB)) ไว้ตลอดปี 2021 เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
   • Fed จะดำเนินการให้กู้ฉุกเฉินต่างๆ ตามที่ประกาศไว้ และจะทำให้มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะไม่เป็นอุปสรรคของการเติบโต
   • Nomura คาดว่าจะมีมาตรการการคลังเพิ่มเติมจาก Washington แต่อาจจะได้ผลน้อยเพราะมาตรการ social distancing 
   • อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยน่าจะสูงถึงราว 15-20% ใน Q2 เพราะ COVID-19 กระทบตลาดแรงงานอย่างมาก
   • เงินเฟ้อพื้นฐานอาจจะลดลงใน Q2 เพราะ COVID-19  ที่ดึงราคาในภาคบริการ และทำให้มีแรงงานส่วนเกินในตลาดแรงงาน
   • ความเสี่ยงคือ ถ้า social distancing ล้มเหลว  ถ้าตลาดสินเชื่อและภาคการเงินตึงเครียด  

Europe

   • การระบาดของ COVID-19  ทั่ว Europe จะทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างมากในปี 2020 
   • ราคาน้ำมันที่ลดลง  ค่าเงิน euro ที่แข็งค่า และอุปสงค์ที่ลดลงเพราะ COVID-19  จะทำให้เงินเฟ้อของ  euro area ลดลง
   • ECB  จะคงดอกเบี้ย และจะเพิ่มวงเงิน PEPP  ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินที่  €750bn  ในการประชุมเดือน มิ.ย. 
   • Nomura ปรับลดคาดการณ์ UK GDP ลงอีก  คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยใน H1  โดย GDP จะลดลงเกิน 15% จาก Q4 2019 
   • BOE  ได้ลดดอกเบี้ย15 bp สู่ระดับ 0.10%  และจะเพิ่ม QE วงเงิน ?200bn  Nomura ไม่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายอีกในกรณีฐาน
   • มีความเสี่ยงส่วนปลาย ( tail risks) มากขึ้น เรื่อง Brexit cliff edge  (คือ กรณี UK ออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง (withdrawal agreement) แต่ผลลัพธ์ยังมีความไม่แน่นอนเพราะผลของ  COVID-19

Japan

   • การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ GDP จะลดลงต่อเนื่อง 3 ไตรมาสจนถึง Q2 ก่อนที่ค่อยๆ ฟื้นตัว 
   • คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะอ่อนลงและลงไปต่ำกว่า 0%y-o-y ใน Q4 นำโดยราคาน้ำมันที่ลดลง
   • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า ?117trn จะช่วยให้เศรษฐกิจไม่เข้าสู่วงจรอุบาทก์ (vicious cycle) แต่คงมีผลจำกัดต่ออุปสงค์ 
   • ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างมากและการที่ตลาดการเงินยิ่งเลี่ยงความเสี่ยง

Asia 

   • GDP ของ Asia จะลดลง  -1.4% y-o-y ในปี 2020 เพราะ COVID-19  เทียบกับ +5.3% ในปี 2019  เศรษฐกิจ 9 จาก 10 แห่งจะถดถอย
   • เศรษฐกิจ China จะแย่ใน Q1   แต่ของประเทศอื่นๆ จะแย่มากใน Q2 จากผลกระทบของการปิดเมือง ( lockdowns) และอุปสงค์ภายนอกที่แย่ลง
   • เศรษฐกิจจะฟื้นใน H2  แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เพราะการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และกำไรของธุรกิจที่แย่ลง
   • แม้ห่วงโซ่อุปทานจะสะดุด  แต่ก็คาดว่าเงินเฟ้อจะไม่เฟ้อ เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงและอุปสงค์โดยรวมที่แย่ลง
   • นโยบายการเงินและการคลัง ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว แต่จะมีการผ่อนคลายมากขึ้นอีก 
   • China:  คาดว่าเศรษฐกิจจะยัง –0.5%ใน Q2 และทางการจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า 
   • Korea: เศรษฐกิจจะแย่สุดใน Q2  จากอุปสงค์ภายนอกที่แย่   ทำให้คาดว่า BOK จะลดดอกเบี้ยใน  Q2
   •  India: COVID-19 ท่ามกลางภาคการเงินที่อ่อนแอจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวในปี 2020  ขณะที่นโยบายทั้งการเงินและการคลังและสภาพคล่องผ่อนคลายมากขึ้น 
   •  Indonesia: การควบคุม COVID-19 ได้ช้า มีผลต่อการเติบโต  มีความเสี่ยงทางการคลังมากขึ้น และเจอแรงกดดันด้านดุลการชำระเงิน
   • Australia: คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยลึกใน  H1 ทำให้อัตราการว่างงานจะเพิ่มจาก 5.1% เป็น  9% ภายในสิ้นปี เงินเฟ้อจะลดลงมาก


United States

Europe

Japan

Asia

รายงานของ  Nomura ที่ CNS (IRIS) มีการเผยแพร่บทสรุปเป็นภาษาไทยในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่เผยแพร่)

1. Asia Insights/ China: Review of the 2020 Government Work Report (22 May 2020)

    • สภาประชาชนจีน (National People’s Congress (NPC))  เริ่มประชุมแล้วในวันที่ 22 พ.ค.  นายกรัฐมนตรี Li Keqiang ได้ส่งรายงานการทำงาน  ( Work report)   โดยตั้งเป้าหมายด้านต่างๆ  ดังนี้ 
    • 2020 GDP growth target omitted (2019 target: 6.0-6.5%; 2019 actual: 6.1%) :  ทางการ Beijing ไม่กำหนดเป้าหมายการเติบโตของ GDP ในปีนี้ ( ซึ่ง Nomura ให้โอกาสไว้ 50% ว่าจะเกิดกรณีนี้ - CNS)  
    • Fiscal deficit target: more than 3.6% of GDP (2019: 2.8% of GDP):   ทางการกำหนดเป้าหมายการขาดดุลการคลังไว้ที่ระดับ  “ เกิน  3.6% ของ GDP”  ( 2019 : ขาดดุล 2.8% ของ GDP) และยังเปิดช่องการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น ถ้าจำเป็น     
    • CPI inflation target: ~3.5% (2019 target: ~3.0%; 2019 actual: 2.9%) : ทางการ Beijing มีการเพิ่มเป้าหมายเงินเฟ้อเป็น “ ราว 3.5%” เทียบกับ “ราว 3.0% ในปี 2019” ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดช่องสำหรับการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้น
    • Fiscal expenditure growth target: 3.8% (2019 target: 6.5%; 2019 actual: 8.1%) :  จุดที่ตลาดอาจจะผิดหวังคือการที่วางเป้าหมายรายจ่ายด้านการคลัง (fiscal spending) ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% (2019  ตั้งเป้าหมาย +6.5% ออกมาจริง +8.1%) อย่างไรก็ดี  Nomura เห็นว่าถ้าคำจำกัดความของ fiscal spending กินความกว้างขึ้น โดยรวมถึง  LGSB และ  CGSB  แล้ว  Nomura ประเมินว่าการเติบโตของรายจ่าย (รวมถึงการออก special bonds) จะสูงขึ้นเป็น 13.5% จาก 11.1% ในปี 2019  
    • Fiscal revenue growth target: -5.3% (2019 actual: 3.8%): ในด้านรายได้ ทางการคาดว่ารายได้จะลดลง  -5.3%  
    • Net CGSB issuance quota: RMB1.0trn (2019 target: none; 2019 actual: zero):  ทางการ Beijing ยอมทำตามแรงกดดันของสาธารณชน  โดยจำกัดโควตาการออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลกลาง (central government special bonds (CGSB) ไว้ที่ RMB1.0trn (ซึ่ง Nomura เชื่อว่าจะซื้อโดยธนาคารกลางของจีน (People’s Bank of China (PBoC) 
    • Net LGSB issuance quota: RMB3.75trn (2019 quota: RMB2.15trn):  ทางการได้เพิ่มโควตาการออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลท้องถิ่น (local government special bonds (LGSB) เป็น RMB3.75trn ( ตลาดคาดไว้ที่ RMB3.5trn)  เทียบกับ RMB2.15trn    Nomura คาดว่าจะเป็นการเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
    • Surveyed unemployment rate: ~6.0% (2019 target: ~5.5%)
    • Registered unemployment rate: ~5.5% (2019 target: <4.5%)
    • New urban employment: over 9mn persons (2019 target: over 11mn persons)
    • Credit growth to be significantly higher than in 2019; more monetary easing ahead: ทางการได้ขอให้ลด RRR  ลดดอกเบี้ย และต้องการเห็น M2  การปล่อยกู้รวม  (aggregate financing) ขยายตัวมากกว่าปี 2019 
    • More policy support for virus-hit SMEs and households:  ขยายเวลาการบรรเทาภาระทางการเงิน  ลดภาษี ลดด้นทุนการทำดำเนินงาน เช่นลดค่าไฟ  ค่าอินเตอร์เน็ด และค่าเช่า
    • Hawkish stance on the property sector remains intact:  ทางการย้ำว่าต้องการเห็นบ้านเพื่ออยู่อาศัย ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร และขอให้เมืองมีนโยบายเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์  



2. First Insights/ Thailand: The goods trade balance surprises with a sizable surplus in April (22 May 2020)

    • กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการส่งออกเดือน เม.ย. ที่เพิ่มขึ้น 2.1% y-o-y  ซึ่งผิดคาด (Consensus: -3.0%; Nomura: -4.1%)   นำโดยการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูปที่เพิ่มขึ้น 1103%  (มี.ค. : 215%)   ถ้าหักทองคำออก  การส่งออกจะหดตัว -10.3% y-o-y (มี.ค: 0.2%) นำการลงโดยหมวดน้ำมันที่ -47.6% (มี.ค. : -17.9%) ตามราคาน้ำมันที่ลดลง   และหมวดยานยนต์ที่  -27.3%  (มี.ค.: -5.6%)  ซึ่งลบล้างผลของการส่งออกหมวดเกษตรที่กลับมาเพิ่มขึ้น 4.0% ( มี.ค. : -1.1%)
    • การนำเข้าลดลง -17.1% y-o-y ( มี.ค. : +7.3%) ต่ำกว่าคาด (Consensus: -6.5% ; Nomura : -4.6%) จากผลของการนำเข้าหมวดเชื้อเพลิงที่กลับมาหดตัว -26.8% ( มี.ค.:  9.0%) ตามราคาน้ำมันที่ลดลง  ถ้าไม่รวมหมวดเชื้อเพลิง  การนำเข้าก็ยังลดลงทุกหมวด สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่แย่ลง  เห็นได้จากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่ลดลง -21.4%  ( มี.ค. :  -4.9%)   และหมวดสินค้าทุนที่ลดลง  -14.4% ( มี.ค.:  -5.5%)
    • ดุลการค้าเกินดุลเพิ่มขึ้นสู่ระดับ USD2.5bn ในเดือน เม.ย. (มี.ค.: USD1.6bn)  ซึ่งผิดคาด (Consensus: -USD0.3bn;  Nomura: -USD1.2bn)  จากผลของการส่งออกทองคำมูลค่า USD2.5bn (มี.ค. : USD1.3bn)   ถ้าไม่รวมทองคำ ดุลการค้าจะเกินดุลแค่ USD0.1bn ( มี.ค.: +USD1.4bn)
    • Nomura คงคาดการณ์ GDP 2020 ที่ -6.3% ซึ่งต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาด ( -6.3%) แต่เห็นว่าการคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ 0.3% ของ GDP (ธปท. คาด 3.8%)   มีความเสี่ยงขาขึ้น (upside risks)   ในด้านนโยบายการเงิน  Nomura ยังคงคาดว่า ธปท. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 25 bp สู่ระดับ 0.25%  ใน Q3 



3. First Insights/ European Economics: The answer you get doesn’t always depend on the question you ask (22 May 2020)

    • เมื่อ 21 พ.ค. Euro area รายงาน PMI เบื้องต้นเดือน พ.ค.  ดีขึ้นจากเดือน เม.ย.  กล่าวคือ PMI  (manufacturing) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่  39.5 (เม.ย. : 33.4)  ดีกว่าคาด (Consensus : 38.0;  Nomura: 36.0)  และ PMI (Services) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 28.7  (เม.ย. : 12.0)  ดีกว่าตลาดคาด (Consensus : 19.0;  Nomura: 45.0)    อย่างไรก็ดี     PMI   ทั้งสองรายการออกมาต่ำกว่าที่ Nomura คาดที่ 36.0 และ  45.0  ตามลำดับ    สะท้อนว่าผลผลิต (output) ยังคงหดตัวในเดือน พ.ค. แม้ว่าการหดตัวจะน้อยกว่าของเดือน เม.ย.  ก็ตาม  (  สะท้อนว่าการคาดการณ์ GDP 2020 ของ Euro area ที่ Nomura คาดที่ -8.2% อาจจะมี downside risk- CNS) 
    • ด้าน PMI  ของ UK ฟื้นขึ้นในเดือน พ.ค. เช่นกันโดย PMI (manufacturing) อยู่ที่  40.6  (เม.ย. : 32.6)  ดีกว่าตลาดคาด (Consensus : 33.5;  Nomura: 42.0)   และ PMI (services)  อยู่ที่ 27.8 (เม.ย. : 13.4)  ดีกว่าตลาดคาด (Consensus : 15.5;  Nomura: 45.0)    PMI  ทั้งสองรายการออกมาต่ำกว่าที่ Nomura คาด  สะท้อนว่า GDP ปี 2020 ของ UK  น่าจะลดลง -12% ในปี 2020  (แย่กว่าการคาดการณ์ในกรณีฐานของ Nomura  (-10%) – CNS ) 
    • Nomura คิดว่า PMI ที่ออกมาแย่กว่าที่ Nomura คาด อาจเป็นผลจากการที่ธุรกิจถูกสำรวจยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการในเดือน พ.ค. และการที่ธุรกิจอาจจะตอบผลสำรวจโดยมีระดับของ output ก่อน COVID-19 อยู่ในใจ มากกว่าที่จะตอบโดยเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย.  อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่ออกมาสะท้อนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของ Euro area และ UK น่าจะเป็นไปอย่างช้า ๆ


4. Japan trade statistics: April 2020: Exports down sharply in April due to COVID-19 (22 May 2020)

Real exports to the West down 30% versus Jan-Mar average
    • กระทรวงการคลังของ Japan รายงานการส่งออกในรูปเงินเยน  ลดลง -21.9% y-o-y ในเดือน เม.ย. ใกล้เคียงคาด (Consensus: -22.2%)   ด้านการนำเข้าลดลง -7.2% สูงกว่าคาด  (Consensus: -13.2%)  และ ดุลการค้าขาดดุล ?930.4 bn  ในเดือน เม.ย. (Consensus: ขาดดุล ?503.1bn)
    • Nomura คำนวณการส่งออกที่แท้จริง (real exports ซึ่งหักปัจจัยเรื่องราคาออกไป) พบว่า real exports ลดลง  -15.4% m-o-m ในเดือน เม.ย. เป็นการลดลงในอัตราสองหลักเป็นครั้งแรกนับแต่ ม.ค.2009 ( -16.7%  เพราะ Lehman crisis)   real export  เดือน เม.ย. ลดลง  -16.2% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง ม.ค.-มี.ค. (Jan-Mar avg.)
    • เมื่อดู real exports เป็นรายภูมิภาคเทียบกับ Jan-Mar avg. พบว่าการส่งออกไป  US หดตัว  -31.8%   ไป EU -27.9% และไป Asia ex.China -10.5%  ขณะที่การส่งออกไป China +2.2%   เมื่อดูเป็นหมวดสินค้า พบว่าลดลงเป็นส่วนใหญ่  แต่หมวดที่เพิ่มได้แก่  chemical products  +8.7%   ด้านการส่งออกไป China ที่เพิ่มขึ้นนำโดยหมวด electrical machinery +5.1
    • ด้านการนำเข้าในรูปเงินเยน ที่ลดลงน้อยกว่าคาด  เป็นผลจากบางหมวดมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่  textile yarn/fabric (+124.5% y-o-y และเป็นที่มาของการเติบโต (contribution) ของการนำเข้าคิดเป็น 1.5ppt ) และหมวด  pharmaceuticals ( +27.3%, 1.0pp contribution)  ซึ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการรับมือ COVID-19
    • ดูเหมือนการส่งออกของ Japan ใกล้ต่ำสุด เพราะหลายประเทศเริ่มกลับมาเปิดเศรษฐกิจ      Nomura จะสนใจดูว่าการส่งออกไป China ซึ่งหลักๆเป็นสินค้าขั้นกลาที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ (electronics-related intermediate goods)  จะเพิ่มขึ้นและทดแทนอุปสงค์ในประเทศตะวันตกได้แค่ไหน  และการนำเข้าซึ่งสะท้อนอุปสงค์ในประเทส จะปรับเพิ่มหรือไม่


5. Asia Insights/China: Updates on our expectations of the upcoming NPC conference (21 May 2020)

    • สภาประชาชนจีน (National People’s Congress (NPC)) มีกำหนดประชุมวันที่ 22 พ.ค. หลังจากเลื่อนมาจากเดือนมี.ค. เพราะ COVID-19
    • Nomura ให้โอกาส 50% ว่าทางการ Beijing จะตั้งเป้าหมายการเติบโต (growth target) ของ GDP ปี 2020 ที่ 2-3% ขณะที่ให้โอกาสอีก 50% ว่า ทางการอาจจะไม่ตั้ง growth target ของปี 2020 แต่ทางการอาจจะบอกตลาดว่ามีเป้าหมายด้านการใช้จ่ายทางการคลัง (fiscal spending)   การระดมทุนรวม (aggregate financing) หรือด้านรายได้ครัวเรือน อย่างไร     ทั้งนี้สำนักข่าว China News Service  ของทางการจีน  รายงานว่า จังหวัด Sichuan ได้เผยแพร่เป้าหมาย GDP 2020  ว่า “จะมากกว่า การเติบโตของ nominal GDP อยู่ราว ~ 2 pp” ขณะที่จังหวัด  Yunnan ตั้งเป้าปี 2020 ว่าจะ “ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ”  
    • ด้านนโยบายการคลัง   Nomura คาดว่าจะเพิ่มเป้าหมายการขาดดุลการคลังเป็น  3.5% ของ GDP ในปี 2020  จากที่ขาดดุล 2.8% ใน 2019  Nomura เชื่อว่า Beijing จะตั้งเป้าหมายการใช้จ่ายทางการคลังที่ใกล้เคียงกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 8.1% ในปีก่อน   ถ้าทางการ Beijing ตั้งเป้าหมายว่าการใช้จ่ายด้านการคลังจะเพิ่มขึ้น 7%  ขณะที่รายได้ทางการคลังและรายได้จากการขายที่ดินจะลดลง   Nomura คาดว่าการขาดดุลการคลังในความหมายที่กว้างจะสูงถึง 13.1% ของ GDP  เทียบกับ 7.1% ในปี 2019   เมื่อเปรียบเทียบกับวัฏจักรการผ่อนคลายในครั้งก่อนๆ   Nomura คาดว่ามาตรการกระตุ้นในรอบนี้ จะมีส่วนหลักๆ คือเป็นไปเพื่อช่วยเหลือด้านการเงิน (financial relief)   บางส่วนจะเป็นมาตรการการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน  แต่ทางการ Beijing ลังเลมากขึ้นที่จะกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์
    • ทางการ Beijing น่าจะไม่ตั้งตัวเลขการขาดดุลทางการ (official fiscal deficit) ที่เกินระดับ 3.5%   แต่การขาดดุลทางการน่าจะต่ำกว่าการขาดดุลที่เกิดขึ้นจริง   Nomura จึงคาดว่า ทางการ  Bejing จะปิดส่วนต่างดังกล่าวด้วยการกู้ยืมแบบนอกงบประมาณ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลกลาง (central government special bonds (CGSBs)) ในวงเงิน RMB1trn  (ต่ำกว่าที่  Nomura เคยคาดว่าก่อนหน้านี้ว่าจะมีวงเงิน RMB2trn เนื่องจาก Nomura เชื่อว่าทางการ Beธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China (PBoC) ซื้อ CGSBs จะถือเป็นการพิมพ์เงิน ทำให้มีการคัดค้านโต้แย้งเรื่องนี้)  การออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลท้องถิ่น (local government special bonds (LGSBs) ในวงเงิน RMB4trn หรือไม่ต่ำกว่าRMB3.5trn และที่เหลือจะมาจากแหล่งอื่น เช่น กองทุนเพื่อการระดุมทุนของรัฐบาลท้องถิ่น (local government funding vehicles (LGFVs)) ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี LGFV มีการกู้ยืมสุทธิแล้ว RMB1.0trn  
    • ด้านธนาคารกลางจีน  (the People’s Bank of China (PBoC)) จะอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการลดอัตราการกันสำรอง (Reserve requirement ratio (RRR)) การลดอัตราดอกเบี้ยของโครงการปล่อยกู้ต่างๆ  เช่น โครงการ MLF  (medium-term lending facility) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า  และการเติมสภาพคล่อง  Nomura คาดว่า PBoC จะลด RRR ก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.  ขณะที่มีโอกาสน้อยลงที่จะมีการลด deposit rate 


6. Asia Insights/Thailand: BOT delivers a 25bp policy rate cut in a tight 4-3 vote (21 May 2020)

    • สภาประชาชนจีน (National People’s Congress (NPC)) มีกำหนดประชุมวันที่ 22 พ.ค. หลังจากเลื่อนมาจากเดือนมี.ค. เพราะ COVID-19
    • Nomura ให้โอกาส 50% ว่าทางการ Beijing จะตั้งเป้าหมายการเติบโต (growth target) ของ GDP ปี 2020 ที่ 2-3% ขณะที่ให้โอกาสอีก 50% ว่า ทางการอาจจะไม่ตั้ง growth target ของปี 2020 แต่ทางการอาจจะบอกตลาดว่ามีเป้าหมายด้านการใช้จ่ายทางการคลัง (fiscal spending)   การระดมทุนรวม (aggregate financing) หรือด้านรายได้ครัวเรือน อย่างไร     ทั้งนี้สำนักข่าว China News Service  ของทางการจีน  รายงานว่า จังหวัด Sichuan ได้เผยแพร่เป้าหมาย GDP 2020  ว่า “จะมากกว่า การเติบโตของ nominal GDP อยู่ราว ~ 2 pp” ขณะที่จังหวัด  Yunnan ตั้งเป้าปี 2020 ว่าจะ “ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ”  
    • ด้านนโยบายการคลัง   Nomura คาดว่าจะเพิ่มเป้าหมายการขาดดุลการคลังเป็น  3.5% ของ GDP ในปี 2020  จากที่ขาดดุล 2.8% ใน 2019  Nomura เชื่อว่า Beijing จะตั้งเป้าหมายการเติบโตด้านรายจ่ายทางการคลังที่ใกล้เคียงกับ 8.1% ในปีก่อน     ถ้าทางการ Beijing ตั้งเป้าหมายว่าการใช้จ่ายด้านการคลังจะเพิ่มขึ้น 7%  ขณะที่รายได้ทางการคลังและรายได้จากการขายที่ดินจะลดลง   Nomura คาดว่าการขาดดุลการคลังในความหมายที่กว้าง (broad fiscal deficit) จะสูงถึง 13.1% ของ GDP  เทียบกับ 7.1% ในปี 2019   เมื่อเปรียบเทียบกับวัฏจักรการผ่อนคลายในครั้งก่อนๆ   Nomura คาดว่ามาตรการกระตุ้นในรอบนี้ จะมีส่วนหลักๆ คือเป็นไปเพื่อช่วยเหลือด้านการเงิน (financial relief)   บางส่วนจะเป็นมาตรการการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน  แต่ทางการ Beijing ลังเลมากขึ้นที่จะกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์
    • การที่ทางการ Beijing ไม่น่าจะตั้งเป้าหมายตัวเลขการขาดดุลการคลังอย่างเป็นทางการ (official fiscal deficit) ที่เกินระดับ 3.5%  ขณะที่กว่าการขาดดุลที่เกิดขึ้นจริงจะสูงกว่าการขาดดุลทางการอย่างมาก  ทำให้   Nomura คาดว่า ทางการ  Beijing จะปิดส่วนต่างดังกล่าวด้วยการกู้ยืมแบบนอกงบประมาณ (off-budget borrowings) ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลกลาง (central government special bonds (CGSBs)) ในวงเงิน RMB1trn  (ต่ำกว่าที่  Nomura เคยคาดว่าก่อนหน้านี้ว่าจะมีวงเงิน RMB2trn เนื่องจาก Nomura เชื่อว่าทางการ Beijing  จะมีสมมติฐานว่าธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China (PBoC) จะซื้อ CGSBs ซึ่งจะถือเป็นการพิมพ์เงิน ทำให้มีการคัดค้านโต้แย้งเรื่องนี้  Nomura จึงปรับลดคาดการณ์วงเงิน CGSB ลง)  การออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลท้องถิ่น (local government special bonds (LGSBs) ในวงเงิน RMB4trn หรือไม่ต่ำกว่าRMB3.5trn และที่เหลือจะมาจากแหล่งอื่น เช่น กองทุนเพื่อการระดุมทุนของรัฐบาลท้องถิ่น (local government funding vehicles (LGFVs)) 
    • Nomura คาดว่า PBoC   จะอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการลดอัตราการกันสำรอง (Reserve requirement ratio (RRR)) การลดอัตราดอกเบี้ยของโครงการปล่อยกู้ต่าง ๆ  เช่น โครงการ MLF  (medium-term lending facility) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า  และการเติมสภาพคล่องเข้าระบบการเงิน   โดยน่าจะเห็นการลด RRR ก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.  อย่างไรก็ดี  Nomura เห็นว่ามีโอกาสน้อยลงที่จะมีการลด deposit rate

7. Asia Insights/Thailand: Recession arrives in Q1 as tourism-led growth hit by the COVID-19 (19 May 2020)

But the full impact of pandemic will only likely be felt in Q2

    • Real GDP ลดลง -1.8%y-o-y ใน Q1 (Q4 : 1.5%)  ดีกว่าคาด (Consensus: -3.9%; Nomura: -2.3%)   GDP ที่ลดลงหลักๆ มาจากผลของ COVID-19 ที่กระทบภาคการท่องเที่ยว    กล่าวคือ  การส่งออกบริการ (export of services ซึ่งมีรายการหลักคือการท่องเที่ยว) ลดลง -29.8% y-o-y ใน Q1 ( Q4: 1.7%)    ส่งผลให้การส่งออกสินค้าและบริการสุทธิ (net exports of goods and services)  เป็นที่มา (contribution) ของ Q1 GDP ที่   -2.8 percentage points (pp)  (Q4: 2.2pp)    เมื่อเทียบ q-o-q และหักปัจจัยด้านฤดูกาล (seasonal adjusted (s.a.))   ปรากฏว่า Q1 GDP ลดลง -2.2% q-o-q (s.a.) เทียบกับ Q4 ที่ -0.2%   การที่ GDP ลดลง q-o-q เป็นเวลา 2 ไตรมาสติดต่อกัน  แปลว่า เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคแล้ว   (technical recession) และเป็นประเทศแรกใน ASEAN ที่ technical recession   ทั้งนี้  NESDC ได้ปรับคาดการณ์ GDP 2020 เป็น  -6% ถึง -5%  จากเดิมคาด 1.5-2.5%  หรือมีค่ากลางที่ -5.5% (ต่ำกว่าที่ ธปท. คาดที่ -5.3%)
    • Nomura เห็นว่าผลของ COVID-19 จะชัดเจนยิ่งขึ้นใน Q2  โดยกระทบทั้งการท่องเที่ยวและภาคบริการที่เกี่ยวข้อง   ตลอดจนกระทบต่ออุปสงค์ในประเทศจากผลการ lockdown ที่เริ่มปลาย Q1    Nomura คงคาดการณ์  GDP 2020 ว่าจะลดลงในอัตรา  -6.3%  (2019: 2.4%)  แต่ก็ยอมรับว่าการคาดการณ์ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก มีทั้งความเสี่ยงด้านสูงและด้านต่ำ   เนื่องจากสถานการณ์การระบาดมีน้อยลงมาก ทำให้มีการทยอยผ่อนคลายการ lockdowns  ขณะที่ก็มีความเสี่ยงเรื่องการระบาดรอบสอง และจากการที่บางประเทศมีการขยายเวลาการ lockdown ทำให้อุปสงค์จากต่างประเทศอาจแย่กว่าคาด  
    • Nomura  ให้โอกาส 70% ว่า  ธปท. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bp สู่ระดับ 0.50%  ในการประชุม 20 พ.ค. (ให้โอกาส 30% ว่าจะคงดอกเบี้ย)   และจะมีแถลงการณ์ที่เอนเอียงไปทางผ่อนคลาย (dovish stance) เพื่อเปิดทางสำหรับการผ่อนคลายเพิ่มเติม  ซึ่งจะหนุนมุมมองของ Nomura ที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 25 bp สู่ระดับ 0.25% ในการประชุม 24 มิ.ย.

8. Japan: 2020 Q1 first preliminary GDP estimates (18 May 2020)

Second quarter in a row of negative q-q growth owing to impact of pandemic
    • รายงาน  Real GDP ใน 2020 Q1 (Jan-Mar) ออกมา -3.4% q-o-q (annualized)  เทียบกับ -7.3% ใน Q4 2019  ดีกว่าคาด  (Bloomberg median consensus : -4.5%)   
    • GDP ลดลงเกือบทุกรายการ  การบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกถูก COVID-19 กระทบหนัก  โดยการบริโภค -0.7% q-q  (Q4:  -2.9%  เพราะมีการขึ้นภาษีการบริโภค)  และการส่งออกสินค้าและบริการ  -6.0% q-q   ด้านการลงทุน (CAPEX)  -0.5% q-o-q
    • Nomura คาดว่า GDP จะหดตัวหนักสุดใน Q2 จากผลของการ lockdowns ใน  US และ Europe และจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน Japan   อย่างไรก็ดีคาดเศรษฐกิจค่อยๆ  กลับมาฟื้นตัวในเดือน พ.ค. เพราะการผ่อนคลายการ lockdowns  ใน Europe และ US  และการยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายส่วนของ JapanDifferent ways to think about the contraction and the long road to recovery