Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

The Economy Next Week

08 มิถุนายน 63
FOMC economic projections and China data


The FOMC will update its economic projections, and its long-run forecast will be of particular interest. In China, we expect credit growth to pick up as exports slump.

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดแรงงานของ US สะท้อนว่าตลาดแรงงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว  เพราะการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมกลับมาเพิ่มขึ้น 2.509 ล้านตำแหน่ง ในเดือน พ.ค. (เทียบกับที่ลดลงถึง         -20.687 ล้านตำแหน่งในเดือน เม.ย. และ -1.373 ล้านตำแหน่งในเดือนมี.ค.)  ดีกว่าคาด (Nomura: -5.5mn, Consensus: -7.5mn)  สอดคล้องกันนี้ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงลดลง  -1.0%    m-o-m (เม.ย.: +4.7%) ต่ำกว่าคาด (Nomura: +1.3%, Consensus:+1.0%)  สะท้อนว่ามีแรงงานที่ค่าจ้างต่ำกว่ากลับสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น  (Nomura: +1.3%, Consensus:+1.0%)   อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 13.3% ในเดือน พ.ค. จาก 14.7% ในเดือน เม.ย. และดีกว่าคาด  (Nomura: 18.5%, Consensus: 19.1%)   ตัวเลขตลาดแรงงานที่ดีขึ้นสะท้อนว่ายอดค้าปลีก (retail sales) ซึ่งลดลง -13.3% m-o-m ในเดือน เม.ย. น่าจะเป็นจุดต่ำสุดเช่นกัน  Nomura  ได้ปรับคาดการณ์ Q2 GDP ของ US  ว่าจะลดลง -39.6% q-o-q saar  (เดิมคาด  -49.3%q-o-q saar)
 ในยุโรป ECB (European Central Bank) ตัดสินใจขยายวงเงิน PEPP (Pandemic Emergency Purchase Progrom) อีก €600bn  เป็น  €1.35trn  โดยการซื้อจะเป็นไปถึงกลางปี 2021 (เดิมถึง สิ้นปี 2020) และจะนำเงินต้นที่ได้รับไปลงทุนซ้ำถึงสิ้นปี 2022 เป็นอย่างน้อย   สะท้อนว่า ECB ยังคงมีจุดยืนที่ผ่อนคลาย
 ในด้านพลังงาน ที่ประชุมประเทศสมาชิกองค์การประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออกและประเทศพันธมิตรที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ( OPEC+)  ตกลงกันเมื่อ 6 มิ.ย.  ว่าจะขยายเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันวันละ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวันไปจนถึงปลายเดือนก.ค. 63  (ทั้งนี้ แต่เดิมเมื่อเดือนเมษายน OPEC+  ตกลงลดกำลังการผลิตลงวันละ 9.7 ล้านบาร์เรล ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย. และหลังจากนั้นจะลดวันละ 7.7 ล้านบาร์เรลจนถึงเดือน ธ.ค.)
 
สัปดาห์นี้ ตัวเลข/เหตุการณ์ที่สำคัญ  ได้แก่ 

  • Euro area Sentix Index  เดือน มิ.ย. (8 มิ.ย.):   Nomura คาดว่า Sentix index (invester confidence)  ของ euro area  จะติดลบน้อยลงเหลือ  -25.0 เดือน มิ.ย. (Consensus : n.a.; พ.ค. : -41.8)  ตามการกลับมาทยอยเปิดเศรษฐกิจ  การเปิดธุรกิจ  ขณะที่ยังมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง   โดยล่าสุดเมื่อ  European Commission (EC) ได้เสนอเมื่อ 27 พ.ค. ให้มีการตั้งกองทุน  EU recovery fund วงเงิน  €750bn เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศสมาชิก  (ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อ 9 เม.ย.  EC ได้ออกมาตรการเพื่อพยุงเศรษฐกิจมูลค่า €540bn (4% ของ EU GDP) ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้หลังการผ่อนคลายการ lockdowns

  • FOMC meeting (10 มิ.ย.):  Nomura คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน ทำให้ตลาดการเงินจะสนใจการสื่อสารด้านนโยยาย (forward guidance) และการคาดการณ์เศรษฐกิจ ( Summary of Economic Projections (SEP)) ของ Fed ว่าจะลดลงจากการคาดการณ์ในเดือน ธ.ค. 2019 มากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์ของปี 2020  และการคาดการณ์เศรษฐกิจในระยะยาว     ด้านนาย Powell น่าจะส่งสัญญาณว่า Fed  พร้อมจะซื้อสินทรัพย์มากขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 

  • รายงานเงินเฟ้อที่ลดลงและภาคการเงินที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นของ China: สัปดาห์ที่ผ่านมา  China รายงาน Caixin PMI (services) เพิ่มขึ้นเป็น 55.0 จุด ในเดือน พ.ค.  จาก  44.4 ในเดือน ดีกว่าตลาดคาด (47.3 )  ด้านการส่งออกเดือน พ.ค. ลดลง  -3.3% y-o-y (เม.ย. :3.4%) ดีกว่าคาด (Nomura : -8.0%; Consensus: -5.7%) เช่นกัน ด้านการนำเข้าลดลง -16.7% y-o-y (เม.ย. : -14.2%) ต่ำกว่าคาด (Nomura : -15.0%; Consensus: -7.8%) ทำให้ดุลการค้าเกินดุลเพิ่มขึ้นเป็น USD 62.93 bn  (เม.ย. : USD 45.34bn) มากกว่าคาด  (Nomura : USD50bn; Consensus: USD40.7bn)    

วันที่ 10 มิ.ย. China จะมีรายงานเงินเฟ้อ Nomura คาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จะเพิ่มช้าลงเหลือ 2.7%y-o-y ในเดือน พ.ค. (Consensus: 2.6%;  เม.ย.: 3.3%)  ตามราคาอาหารที่อ่อนตัวลง  ด้านดัชนีราคาผู้ผลิตคงลดลง เหลือ -2.7%y-o-y ในเดือน พ.ค. (Consensus: -3.2%;  เม.ย.: -3.1%)   ตามราคาน้ำมันที่ลดลงและราคาสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญๆ ที่ลดลง 

ด้านภาคการเงิน  Nomura คาดว่า การปล่อยสินเชื่อใหม่ในรูปเงินหยวน คงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น RMB1800bn ในเดือน พ.ค. (Consensus: RMB1530bn ;  เม.ย.: RMB1698bn)  การระดมทุนรวมคงมีจำนวน RMB3400bn ในเดือน พ.ค. (Consensus: RMB3100bn ;  เม.ย.: RMB3094bn)  และปริมาณเงิน (M2) คงเพิ่มขึ้น  11.3%y-o-y (Consensus: 11.3%;  เม.ย.: 11.1%)  เป็นผลจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินและสินเชื่อของธนาคารกลาง (PBOC)


Our view in a nutshell  

United States  

  • เศรษฐกิจจะถดถอยลึกแต่ไม่นานใน H1   ก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวใน H2 จากแรงหนุนของนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย
  • Fed จะแช่ดอกเบี้ยไว้ที่ขอบล่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังรักษาประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน  (effective lower bound (ELB)) ไว้ตลอดปี 2021 เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • Fed จะดำเนินการให้กู้ฉุกเฉินต่างๆ ตามที่ประกาศไว้ และจะทำให้มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะไม่เป็นอุปสรรคของการเติบโต
  • Nomura คาดว่าจะมีมาตรการการคลังเพิ่มเติมจาก Washington แต่อาจจะได้ผลน้อยเพราะมาตรการ social distancing 
  • อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยน่าจะสูงถึงราว 15-20% ใน Q2 เพราะ COVID-19 กระทบตลาดแรงงานอย่างมาก
  • เงินเฟ้อพื้นฐานอาจจะลดลงใน Q2 เพราะ COVID-19  ที่ดึงราคาในภาคบริการ และทำให้มีแรงงานส่วนเกินในตลาดแรงงาน
  • ความเสี่ยงคือ ถ้า social distancing ล้มเหลว  ถ้าตลาดสินเชื่อและภาคการเงินตึงเครียด  

Europe
  • การระบาดของ COVID-19  ทั่ว Europe จะทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างมากในปี 2020 
  • ราคาน้ำมันที่ลดลง  ค่าเงิน euro ที่แข็งค่า และอุปสงค์ที่ลดลงเพราะ COVID-19  จะทำให้เงินเฟ้อของ  euro area ลดลง
  • ในการประชุม4 มิ.ย. ECB ประกาศเพิ่มวงเงิน PEPP  อีก €600bn  และจะลงทุนซ้ำใน PEPP จนถึงสิ้นปี 2022  เป็นอย่างน้อย
  • Nomura ปรับลดคาดการณ์ UK GDP ลงอีก  คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยใน H1  โดย GDP จะลดลงเกิน 15% จาก Q4 2019 
  • BOE  ได้ลดดอกเบี้ย15 bp สู่ระดับ 0.10%  และจะเพิ่ม QE วงเงิน ?200bn  Nomura ไม่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายอีกในกรณีฐาน
  • มีความเสี่ยงส่วนปลาย ( tail risks) มากขึ้น เรื่อง Brexit cliff edge  (คือ กรณี UK ออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง (withdrawal agreement) แต่ผลลัพธ์ยังมีความไม่แน่นอนเพราะผลของ  COVID-19

Japan
  • การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ GDP จะลดลงต่อเนื่อง 3 ไตรมาสจนถึง Q2 ก่อนที่ค่อยๆ ฟื้นตัว 
  • คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI) จะอ่อนลงและลงไปต่ำกว่า 0%y-o-y ใน Q4 นำโดยราคาน้ำมันที่ลดลง
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า ?117trn จะช่วยให้เศรษฐกิจไม่เข้าสู่วงจรอุบาทก์ (vicious cycle) แต่คงมีผลจำกัดต่ออุปสงค์ 
  • ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างมากและการที่ตลาดการเงินยิ่งเลี่ยงความเสี่ยง

Asia 
  • GDP ของ Asia จะลดลง  -1.3% y-o-y ในปี 2020 เพราะ COVID-19  เทียบกับ 5.2% ในปี 2019  เศรษฐกิจ 9 จาก 10 แห่งจะถดถอย
  • เศรษฐกิจ China จะแย่ใน Q1   แต่ของประเทศอื่นๆ จะแย่มากใน Q2 จากผลกระทบของการปิดเมือง ( lockdowns) และอุปสงค์ภายนอกที่แย่ลง
  • เศรษฐกิจจะฟื้นใน H2  แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เพราะการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และกำไรของธุรกิจที่แย่ลง
  • แม้ห่วงโซ่อุปทานจะสะดุด  แต่ก็คาดว่าเงินเฟ้อจะไม่เฟ้อ เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงและอุปสงค์โดยรวมที่แย่ลง
  • นโยบายการเงินและการคลัง ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว แต่จะมีการผ่อนคลายมากขึ้นอีก 
  • China:  Nomura เพิ่มคาดการณ์  Q2 GDP เป็น 1.2% แต่ลดคาดการณ์ช่วง H2 จากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น 
  • Korea: เศรษฐกิจจะแย่สุดใน Q2  จากอุปสงค์ภายนอกที่แย่   ทำให้คาดว่า BOK จะลดดอกเบี้ยใน  Q2
  • India: COVID-19 ท่ามกลางภาคการเงินที่อ่อนแอจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวในปี 2020  ขณะที่นโยบายทั้งการเงินและการคลังและสภาพคล่องผ่อนคลายมากขึ้น 
  • Indonesia: การควบคุม COVID-19 ได้ช้า มีผลต่อการเติบโต  มีความเสี่ยงทางการคลังมากขึ้น และเจอแรงกดดันด้านดุลการชำระเงิน
  •  Australia: คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยลึกใน  H1 ทำให้อัตราการว่างงานจะเพิ่มจาก 5.1% เป็น  9% ภายในสิ้นปี เงินเฟ้อจะลดลงมาก


United States


Europe


Japan


Asia


รายงานของ  Nomura ที่ CNS (IRIS) มีการเผยแพร่บทสรุปเป็นภาษาไทยในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่เผยแพร่)

1. Asia Insights/Thailand: BOT’s minutes highlight various concerns beyond growth outlook ( 5 June 2020)
Inflation fell deeper into negative territory in May on low energy prices and falling core inflation.

• รายงานการประชุม 20 พ.ค. ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนว่า กนง. ไม่ได้กังวลแค่เรื่องเศรษฐกิจแย่ลง (กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจจะหดตัวหนักกว่าที่คาดไว้ที่  -5.3%)  และการว่างงานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น     (  กนง.เห็นว่าตลาดแรงงานอาจแย่ลงอย่างมากและกินเวลานานกว่าจะกลับมาปรกติ  ซึ่งจะมีผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและลดระดับศักยภาพของการเติบโตในระยะยาว)  แต่ยังกลเรื่องสภาพคล่องและความเสี่ยงที่ครัวเรือนและธุรกิจอาจล้มละลายด้วย 
• Nomura เห็นว่าความเสี่ยงเหล่านี้อาจจะแก้ไม่ได้ด้วยการลดดอกเบี้ยอย่างเดียว และอาจเป็นเหตุผลที่กรรมการ กนง. 3 คนที่ไม่เห็นด้วยเรื่องการลดดอกเบี้ย โดยเห็นว่าควรคงดอกเบี้ย และไปใช้มาตรการด้านตลาดการเงินและสินเชื่อแทน 
• ด้านกระทรวงพาณิชย์รายงานว่า เงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค. ลดลง ที่ -3.4% y-o-y จาก -3.0% ในเดือน เม.ย. จากผลของราคาพลังงานที่ลดลงมาก   ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานอ่อนลงเหลือ 0.0% จาก 0.4% จากผลของการที่รัฐบาลปรับลดราคาค่าสาธารณูปโภค
• Nomura คงคาดการณ์ว่า กนง. จะพักเรื่องดอกเบี้ยในการประชุม 24 มิ.ย. ก่อนที่จะหั่นดอกเบี้ยอีก 25 bp ใน Q3  และคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2020 ที่ -1.3% ต่ำกว่าที่ ธปท.คาดที่ -1.0%

2. European Perspectives - ECB Review: Over-delivery (5 June 2020)

• European Central Bank (ECB) ประชุม 4 มิ.ย. และตัดสินใจขยายวงเงินสำหรับโครงการซื้อสินทรัพย์  PEPP  (Pandemic Emergency Purchase Program) อีก € 600bn (มากกว่าที่ consensus และ Nomura คาดไว้ที่จำนวน €500bn)  สู่ระดับ   €1.35trn โดยจะซื้อสินทรัพย์จนถึงกลางปี 2021 (เดิมซื้อถึงสิ้นปี 2020)  
• นอกจากนี้ยังประกาศว่าจะนำเงินต้นที่ครบกำหนดไปลงทุนซ้ำ (reinvestments of maturing principal payments) ไปจนถึงสิ้นปี  2022   ซึ่งถือว่าไม่อยู่ในการคาดการณ์ของตลาดเช่นกัน 
• เมื่อประกอบกับการที่ EU เสนอตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นตัว ( recovery fund) และการที่ Germany มีนโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากกว่าคาด    เหล่านี้ถือเป็นกระแสการผ่อนคลายที่มีนัยสำคัญของ Europe

3. Nomura Investment Forum Asia: Connecting markets East and West Day 1 & 2   (4 June 2020)
Highlights and key takeaways from Nomura’s flagship forum in Asia 2020 

• การสัมมนา Nomura Investment Forum Asia (NIFA) ปี 2020  ระหว่าง 1-5 มิ.ย. ปีนี้เป็นการสัมมนาออนไลน์  โดยมีประเด็นที่น่าสนใจในวันที่ 1 และ 2 ของการสัมมนา ดังนี้
• The global economic outlook: ในด้านแนวโน้มเศรษฐกิจ คำถามหลักก็คือแต่ละประเทศจะฟื้นตัวอย่างไรและเร็วแค่ไหนจาก COVID-19  

o China เป็นประเทศแรกที่โดนกระทบจาก COVID-19 และจะเป็นประเทศแรกที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งใน Q2 อย่างไรก็ดี Nomura คิดว่าการเติบโตใน Q3 และ Q4 อาจต่ำกว่าตลาดคาดหมายไว้

   ? Q1 GDP หดตัวหนักถึง -6.8% y-o-y  Nomura เชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นใน Q2 ที่ +11% q-o-q
   ? การส่งออกเป็นประเด็นที่น่ากังวลในระยะต่อไป
   ? ทางการยังระมัดระวังในการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากกลัวเรื่องฟองสบู่   ทำให้เน้นแค่เรื่องการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจจะขยายตัว 10-20%
   ? ธนาคารกลางจีน (PBOC) จะปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กจำนวน RMB400bn เพื่อให้ไปปล่อยกู้ต่อแก่ธุรกิจขนาดเล็ก  แม้จะดีในระยะสั้น  แต่  Nomura เห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเห็น NPL เพิ่มขึ้นในระยะกลาง 

o เศรษฐกิจจะหดตัวแรงแต่ไม่นาน (a short and deep contraction) และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว (recovery phase)  

   ? อย่างไรก็ดี การ lockdown ที่ผ่านมา คาดว่าจะส่งผลต่ออัตราการว่างงานให้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 18.2% ใน Q2 เป็นรองแค่สมัย Great Depression  และส่งผลให้ภาคธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินซึ่งมีหนี้สูง จะมีปัญหาผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น ในไม่ช้า  
   ? แม้ว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ COVID-19 ใน US จะลดลง แต่ยังถือเป็นตัวเลขที่สูง ทำให้น่ากังวลเมื่อเปิดประเทศ  
   ? มีการกระตุ้นทางการคลังวงเงิน USD3trn และ  Nomura คาดว่าจะมีอีก USD500bn  แปลว่า การขาดดุลทางการคลังไตรมาสเดียวอาจสูงถึง  28% ของ GDP ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นแม้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2  (WWI  และ WWII)
   ? Fed มีการขยายงบดุลด้วยความรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  และยังไม่มีเหตุผลที่จะเลิกทำ เพราะยังไม่มีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  Nomura คาดว่าสิ่งต่อไปที่ Fed จะทำอาจจะเป็นเรื่องควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve control)
   ? ด้านความสัมพันธ์กับ China เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  ประธานาธิบดี Trump ยังไม่ได้ประกาศมาตรการที่เกี่ยวกับ Hong Kong   เพราะอาจจะไม่ต้องการทำให้สถานการณ์แย่ลง ขณะที่คะแนนนิยมของพรรค  Democrat กำลังเพิ่มขึ้น 

o Europe  มีภาพการว่างงาน ค่าจ้างที่แย่ลงโดยไม่คาดคิด การฟื้นตัวของอุปสงค์ที่ช้า  จะทำให้เงินเฟ้ออ่อนลง  (disinflation)  

   ? Nomura คาดว่าผลกระทบของ COVID-19 จะเป็นไปถึงปี 2024  อัตราการว่างงานใน Europe ต่ำกว่าของ  US จากมาตรการรักษาการจ้างงาน   UK, Italy, Spain ถูกกระทบมากเพราะพึ่งการท่องเที่ยวและภาคบริการ
   ? ECB เสนอให้มีกองทุนเพื่อการฟื้นตัว (a recovery fund) เพิ่มเติมจาก QE ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีนัยสำคัญ แต่เรื่องนี้ต้องรอการอนุมัติ   ด้าน UK  นั้น Nomura ไม่คาดว่า UK จะใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ 
   ? เรื่อง Brexit ดูไม่อยู่ในหน้าหนึ่ง ในตอนนี้

o Japan ผ่านจุดแย่สุดแล้วและเริ่มฟื้นตัวใน Q3 แบบตัว L  

   ? มีความเสี่ยงเรื่องการระบาดรอบสอง และจุดยืนของรัฐบาลที่ดูระมัดระวัง
   ? ผลกระทบต่อเนื่อง (knock-on impact ) ต่อยอดขายและกำไรของภาคธุรกิจ (โดยเฉลี่ย ยอดขายธุรกิจลดลง 30%
   ? ว่างงานจะเพิ่มขึ้น เพราะตั้งแต่ปี 2013 มีสัดส่วนของการจ้างงานชั่วครางมากขึ้นในธุรกิจร้านอาหาร  ค้าปลีก และที่พักอาศัย ซึ่งอิงกับการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
   ? มาตรการฉุกเฉินวงเงิน  JPY117trn ประกาศเมื่อเดือน เม.ย. และเดือนที่ผ่านมา มาตรการเศรษบกิจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า  (การประกาศงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมครั้งที่ 2) อย่างไรก็ดี ราว 80% เป็นเงินกู้ชั่วคราว (bridge financing) ซึ่งช่วยเลี่ยงการล้มละลาย  แต่ไม่เพียงพอที่จะรับมือผลกระทบในวงกว้างของ COVID-19
   ? การตัดสินใจซื้อพันธบัตรรัฐบาล (JGB) โดยไม่จำกัดถือเป็นการตัดสินใจที่มีนัยสำคัญ

• Asian equity market outlook: นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นของ  Nomura เชื่อว่าประเด็นความสนใจจะอยู่ที่ Big 4 (US, China, Japan และ EU)  การที่เส้นกราฟของโรคระบาดเริ่มแบน และเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเปิด การผ่อนคลายการ lockdown  ทำให้ตลาดหุ้นวิ่งเร็วเพราะแรงหนุนจากสภาพคล่อง (liquidity) จากทั้งมาตรการการเงิน การคลังและการอุดหนุนสินเชื่อ  และสภาพอารมณ์  (sentiment)  อย่างไรก็ดี  แนวโน้มของผลประกอบการณ์ยังไม่ชัดเจน (สมัยวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008   ใช้เวลา 2-3ปีที่ผลประกอบการจะกลับมาปรกติ )  และเป็นที่คาดว่าจะกลับมาปรกติภายในปลายปี 2021   ขณะที่ ตลาดเอเชียโดยเปรียบเทียบแล้วยังมีการลงทุนน้อยไป  (underinvested)  ตลาดหุ้นใหญ่ๆ ใน Asia เช่น  Japan และ China ซึ่งเสนอผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล ยังถูกมองข้ามเพราะความลำเอียงเข้าข้างประเทศตนเองของพอร์ตการลงทุนทั่วโลก  (`home country biasness by global portfolios)   

4. Asia Insights/ China: The PBoC’s new QE program for supporting small business (2 June 2020)

• เมื่อ 1 มิ.ย. People’s Bank of China (PBoC)  ธนาคารกลางของจีน พร้อมกับกระทรวง 4 แห่ง รวมทั้งกระทรวงการคลัง  ได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการปล่อยกู้แก่ธุรกิจขนาดเล็ก แบ่งเป็น RMB400bm เพื่อซื้อสินเชื่อที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์จากธนาคารขนาดเล็ก  และอีก RMB400bn เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle (SPV)) ไว้ช่วยในการขยายการปล่อยสินเชื่อให้ได้ถึง  RMB3.7trn แก่ธุรกิจขนาดเล็ก   
• มาตรการดังกล่าวถือเป็น การผ่อนคลายเชิงปริมาณ ( quantitative easing  (QE) อันใหม่ หลังจากมีมาตรการปล่อยกู้ต่าง เช่น  MLF (medium-term lending facility ซึ่งเป็นการที่ PBoC ปล่อยกู้แก่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่)   และ PSL (pledged supplementary lending ซึ่ง PBoC ปล่อยกู้แก่ธนาคารตามนโยบาย (policy banks))    ทั้งนี้ มาตรการนี้เกิดขึ้น ในขณะที่ PBoC ยังดูลังเลที่จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากตลาด เพราะถูกวิจารณ์ว่าเป็นการพิมพ์เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ (monetizing fiscal deficits)   
• QE อันใหม่นี้ทำให้ฐานเงิน  (monetary base) เพิ่มขึ้น ผ่านการเพิ่มเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ที่ฝากอยู่ที่ธนาคารกลาง (bank reserves)   และมาตรการนี้ถือว่าเป็นไปตามรายงานการทำงานของรัฐบาล (government work report) ที่เผยแพร่ในการประชุม NPC  (National People’s Congress)

5. Asia Insights/ China Monthly: The special stimulus and its impact on growth (1 June 2020)

• Nomura ปรับเพิ่มคาดการณ์ Q2 GDP ของ China เป็น +1.2% y-o-y จากเดิมคาด -0.5%  เพื่อสะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่งที่อั้นไว้ในช่วง ปิดเมือง (pent-up demand)  การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่กลับมาเพิ่มขึ้นมาก และอุปสงค์สินค้าทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดที่เพิ่มสูงขึ้น
• อย่างไรก็ดี  Nomura คาดว่า เมื่อเข้า Q3 ภาพของ pent-up demand คงลดระดับลง และการส่งออกอาจลดลงเพราะความต้องการสินค้าออกด้านการแพทย์ถึงจุดสูงสุด และคำสั่งซื้อใหม่ด้านสินค้าออกจะแย่ลง  ซึ่งในที่สุดจะกระทบการผลิต 
• ในขณะที่ช่วงดังกล่าว ทางการ Beijing ดูยังลังเลที่จะผ่อนคลายรอบใหม่ให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์  ขณะที่มาตรการเว้นระยะห่างจากสังคม (social distancing) น่าจะขยายไปถึง H2 เพราะ COVID-19 ยังระบาดทั่วโลก  นอกจากนี้ความตึงเครียดระหว่าง US-China อาจมีผลกระทบต่อการส่งออกของจีนและต่อการลงทุนของภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก    ดังนั้น Nomura จึงปรับลดคาดการณ์ Q3  และ Q4 GDP เหลือ 4.5% และ 5.0% y-o-y ตามลำดับ จากเดิมที่คาดไว้ที่ 5.8% และ 5.8% ส่งผลให้ Nomura ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2020 เหลือ 1.3% จากเดิมคาดที่ 1.5%   อย่างไรก็ดี  Nomura คงคาดการณ์ GDP ปี 2021 ที่ 8.8%
• หลัง COVID-19  ทางการ Beijing น่าจะหันมาพึ่งการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ  แต่การที่ลังเลที่จะมีการขาดดุลงบประมาณมากขึ้น  Nomura คิดว่า Beijing  ทำให้จะหันมาพึ่งรัฐบาลท้องถิ่น มากกว่ารัฐบาลกลาง  ในการก่อหนี้และใช้จ่าย  โดยน่าจะเน้นที่เรื่องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน  แทนที่จะทำทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านโครงสร้าพื้นฐาน ด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านยานยนต์พร้อมๆกันเหมือนในอดีต 

6. Asia Insights/ China’s official manufacturing PMI fell further in May ( 1 June 2020)

• China  รายงาน Purchasing Managers’ Index (PMI) เดือน พ.ค. โดยที่ official PMI (manufacturing) ลดลงเหลือ 50.6 (Consensus: 51.1; Nomura: 50.8 ) จาก 50.8 ในเดือน เม.ย. และ 52.0 ในเดือน มี.ค.  ขณะที่  PMI (non-manufacturing) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.6 จาก 53.2 สะท้อนการฟื้นตัวช้าๆ   
• Nomura  เห็นว่า รายงาน PMI กำลังสนับสนุนการคาดการณ์ของ Nomura  ที่เพิ่งปรับมุมมอง Q2 GDP ว่าจะขยายตัว 1.2% y-o-y (Q1 : -6.8%)  อย่างไรก็ดี Nomura ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ใน H2 ลง 
• Nomura คาดว่าธนาคารกลางของจีน (People’s Bank of China (PBoC))จะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบการเงิน ผ่านการลดอัตราการกันสำรอง (reserve requirement ratio  (RRR)) ตลอดจนปล่อยกู้ผ่านหน้าต่างปล่อยกู้ (facilities) อื่นๆ มากขึ้นในเร็วๆ นี้ 

7. Asia Insights/  Thailand:  A current account deficit in April despite a sharp drop in domestic demand (1 June 2020)

• ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงาน ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน ( private consumption index (PCI)) ลดลง -15.1% y-o-y ในเดือน เม.ย. จาก -2.7% ในเดือน มี.ค. และดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (private investment index (PII)) ลดลง -6.1% จาก -8.7%  ในด้านอุปทาน  ดัชนีผลผลิตภาคหัตถอุตสาหกรรมหดตัว -17.2% y-o-y  จาก -10.5% นำการลดลงโดยหมวดยานยนต์
• ในด้านต่างประเทศ  ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาขาดดุล -USD0.7bn ในเดือนเม.ย. จากที่เกินดุล USD0.7bn ในเดือน มี.ค.  เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว ขณะที่มีการส่งกลับเงินปันผลของนักลงทุนต่างประเทศ  
• Nomura คงคาดการณ์ GDP 2020 ที่ -6.3% ซึ่งแย่กว่าที่ ธปท. คาด (-5.3%)  และคงคาดการณ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ปี 2020 ไว้ที่  0.3% ของ GDP  ต่ำกว่าที่ ธปท.คาด (3.8% ของ GDP) อย่างไรก็ดี  Nomura เห็นว่ามีความเสี่ยงที่การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจะมากกว่าที่ Nomura คาด เพราะการส่งออกทองคำเพิ่มขึ้นมาก    ในด้านนโยบายการเงิน  Nomura คาดว่า ธปท. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bp ใน Q3