บทวิเคราะห์

Research> Equity Play of the day: (27 /5/ 2022) "High Growth Play” Top picks: JMT,TIDLOR, BFIT


Daily Strategy : JMT, TIDLOR, BFIT

ระยะสั้น คงน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยที่ 55% ประเมินตลาด Rebound รอบสั้นไม่เกินบริเวณ 1638-1654 จุด ตลาดวันนี้คาด Sideways แม้หลังตอบรับรายงานประชุม Fed เป็นไปตามที่ตลาดคาด แต่ต้องติดตามตัวเลข Core PCE ชี้นำเงินเฟ้อวันนี้รวมถึงความชัดเจนการประชุม EU Summit สัปดาห์หน้า ขณะที่ภาพใหญ่ปกคลุมด้วยประเด็นสภาพคล่องระบบที่ลดลง 1-2 เดือนข้างหน้ายังเชื่อว่าตลาดต้องใช้เวลาซึมซึบ น้ำหนักลงทุนที่ลดลงไปให้รอพิจารณากลับมาเพิ่มน้ำหนักอีกทีบริเวณ 1550-1580 จุด หรือเมื่อมีปัจจัยบวกอื่นระลอกใหม่เข้ามาหนุน
กลุ่มที่เคลื่อนไหวดีกว่าตลาดยังมองหุ้นเทคฯ/ High Growth ที่มีพื้นฐานแกร่ง อาทิ JMT, JMART KCE, BE8, BBIK, INSET, CHAYO, BFIT, TIDLOR หลังจาก Bond Yield ชะลอการปรับเพิ่ม หุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อน ทางตรงและจำหน่ายอาหารที่เป็นสินค้าจำเป็น (GFPT, CPF) กับกลุ่มที่สินค้ายังเป็นที่ต้องการ (SAPPE, ASIAN, MEGA, KCE, SNC) ทางอ้อม (BDMS) และ หุ้นกลุ่ม China Play ที่คาดได้รับประโยชน์จากการกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจของจีน พลังงาน (TOP, BCP) ปิโตรเคมี (IVL, PTTGC), เดินเรือ (TTA, PSL), กลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์/อาหาร (KCE, CPF, HANA (เน้นตั้งรับ))

ระยะยาว แนะ 2Q22 Stock Picks : BCP, TOP, BDMS, BCH ADVANC, DTAC, MAKRO, GPSC, JMT, TIDLOR, KCE /SMID : PYLON BE8 JMART BCPG


Tactical & Investment Idea

(*) India sugar export ban : อินเดียประกาศห้ามส่งออกน้ำตาล คาดว่าจะส่งผลบวกหุ้นน้ำตาล (+KBS,KSL) แต่อาจสร้าง Sentiment ลบต่อหุ้นเครื่องดื่ม (OPS, ICHI, SAPPE, CBG)

(*) New BKK Governor Policy : นโยบายผู้ว่าการ กทม. ใหม่ คาดสร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อหุ้นบางกลุ่มได้ อาทิ การผลักดันระบบ กทม. เป็นดิจิตอลมากขึ้น (+BBIK,BE8) การนำสายไฟลงดิน(+INSET,GUNKUL,PROEN,DEMCO,CSS,CTW,ARROW) การเพิ่ม Ecosystem รถพลังงานไฟฟ้าใน กทม. (+EA,GPSC,JR), การดูแลความปลอดภัยในเมืองหนุนภาคบริการ (ERW,CENTEL)

• ทีมกลยุทธ์ประเมินผลกระทบจากกรณีรัฐบาลอินเดียออกคำสั่งห้ามส่งออกข้าวสาลี คือ
กรณี กนง. ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าคาด ทีมกลยุทธ์ประเมินจะดีต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น อาทิ กลุ่มธนาคารและกลุ่มประกัน แต่ระยะสั้น ภายใต้ภาวะตลาดผันผวนและภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังต้องรอการกลับมานักท่องเที่ยว การพิจารณาลงทุนให้เน้นไปที่จังหวะหุ้นอ่อนตัว และเป็นการมองภาพลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยกลุ่มธนาคารทีมกลยุทธ์ประเมินตัวเลือกน่าสนใจในธีมอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ได้แก่ SCB(TP@155) ส่วนประกันมีตัวเลือก คือ BLA(TP@50), TIPH(TP@83)
กรณีข้าวสาลีปรับเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ประเมินมีแนวโน้มได้รับผลกระทบต้นทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากข้าวสาลีเป็นต้นทุนแป้งสาลีที่เป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์น้ำ (15% ของต้นทุน) ส่วนสัตว์บกจะต่ำกว่าราว 5% ของต้นทุน และบางครั้งต่ำกว่าเนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ใช้แทนข้าวโพดต้นทุนหลัก และหุ้นที่วัตถุดิบผลิตมาจากข้าวสาลี เช่น บะหมีสำเร็จรูป, ขนมปัง, ผลิตภัณฑ์ Coating อาหาร, ขนม หุ้นที่เข้าข่ายกระทบจากกรณีดังกล่าว อาทิ TFM, RBF, PB, RBF, TFMAMA,SNNP,NSL ระยะสั้นควรหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มดังกล่าว ส่วน GFPT, CPF, ASIAN และ TU คาดกระทบ Sentiment มองเป็นโอกาสลงทุน GFPT, ASIAN, CPF หากหุ้นปรับตัวลงรับความกังวล

(*) SET50/100 Rebalance : ใช้ข้อมูล 1 มิ.ย. – 11 พ.ค. ยังขาดข้อมูลอีกราว 3 สัปดาห์ โดยการ Rebalance นี้จะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมิ.ย. ซึ่งเราคาด
?หุ้นที่คาดเข้า SET50: JMT, JMART
?หุ้นที่คาดออก SET50: RATCH, STGT
?หุ้นที่คาดเข้า SET100: TIPH,FORTH,AAV,ONEE,PSL,BYD, ASK
?หุ้นที่คาดออก SET100:BPP,MAJOR,RS,SIRI,STEC,SYNEX, TTA

Remark: BLA มีโอกาสติด SET50 กรณี 1) ถ้าหุ้น IRPC หรือ KCE underperform กว่าในเดือนนี 2) AWC พลิกหลุด (ให้โอกาส 10%)


Research Highlight


?PYLON (BUY, TP5.6) : เรามีมุมมองบวกจากงาน Opportunity day คาดกำไรจะฟื้นแรงชัดเจนและเข้าช่วงพีค 2Q-3Q22F จากการใช้กำลังการผลิตไต่ระดับสูงขึ้น จาก Backlog ปัจจุบัน 1.4 พันลบ. ใกล้เคียงจุดสูงสุด และเป็นงานคุณภาพดี Margin ดี หนุนกำไรจะฟื้นตัวได้เร็วกว่ากลุ่มเสาเข็ม แม้ยังไม่รวมโครงการ 3 สนามบิน ขณะที่ ล็อตต้นทุนหลัก เหล็ก คอนกรีตไว้หมดแล้ว และไม่มีปัญหาแรงงานขาดแคลน แนะนำ “ซื้อ” จาก TP 22F อยู่ที่ 5.6 บาท อิง PER 20 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และยังต่ำกว่า Cycle ปีพีค 2018 ที่ซื้อขาย 22-24x

?BDMS (BUY, TP29.3) : เราลดความกังวลต่อการลงทุนโครงการใหม่ของ BDMS หลังร่วมประชุมกับผู้บริหารวานนี้ เนื่องจากมองว่าโครงการนี้จะเข้ามาเสริมศักยภาพให้บริการ Wellness และให้บริการด้านสุขภาพอย่างครบวงจร รวมทั้งคาดว่าจะไม่แย่งตลาดกับโครงการ Movenpick BDMS Wellness resort ที่ลงทุนไปก่อนหน้า ในเบื้องต้นโครงการที่อยู่อาศัย 2 อาคาร จะเริ่ม Pre sales ในปี 2026F คาดว่าจะโอนและรับรู้รายได้ในปี 2029F ส่วนโครงการ Wellness จะให้บริการหลากหลายกว่าโครงการเดิม คาดว่าจะเปิดบริการปี 2029F โดยต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการลงทุนโครงการนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มตัดจำหน่ายในปี 2029F เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับการลงทุนที่ผ่านมา มีระยะนานกว่าจะเริ่มสร้างรายได้ ทำให้ตลาดอาจยังกังวลต่อผลสำเร็จของโครงการ และผลกระทบจากการเริ่มตัดจำหน่ายต้นทุนและค่าใช้จ่ายโครงการ จะฉุดผลการดำเนินงานของ BDMS ในช่วงเริ่มของการสร้างรายได้ ทั้งนี้เรายังมองว่าราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงเป็นโอกาสลงทุน เนื่องจาก 1) คาดว่าช่วง 3-5 ปีข้างหน้าโครงการนี้จะมีผลกระทบจำกัดต่อประมาณการกำไรสุทธิของ BDMS 2) ยังมองว่าโครงการนี้เป็น S-curse ใหม่ที่มีความเกี่ยวเนื่องและเกื้อหนุนธุรกิจหลัก และ 3) กลุ่มลูกค้า Non COVID ที่มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาด เป็น upside ต่อประมาณการกำไรสุทธิปัจจุบัน คงคำแนะนำ Buy สำหรับ BDMS (TP 29.30 บาท)

?ICT-MOBILE (NEUTRAL) : เรามีมุมมอง เป็นลบเล็กน้อย ต่อการจัด focus group ของกสทช. รอบกลุ่มผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป เพราะมุมมองส่วนใหญ่เป็นทางลบต่อดีลการควบรวมกิจการ DTAC-TRUE โดยมีเหตุผลหลักๆจำนวนผู้เล่นหลักที่น้อยลง จะนำไปสู่อัตราค่าบริการที่จะเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ตามกระบวนการคาดความชัดเจนจากกสทช.จะเกิดขึ้นภายใน 3Q22F โดยหลังจัด focus group แล้ว คาดอนุกรรมการศึกษาดีลควบรวมจะรวบรวมความคิดเห็นสรุปให้กสทช.พิจารณาร่วมกับความเห็นของที่ปรึกษาต่อไป ซึ่งเบื้องต้น อิงตามคำประกาศพ.ศ. 2561 เรายังเชื่อว่าดีลควบบริษัทจะยังเกิดขึ้นได้แต่จะมีเงื่อนไขคล้ายกับดีลควบรวมกิจการกลุ่ม CP ซื้อโลตัสส์ อย่างไรก็ดี ในกรณีเลวร้ายที่สุดที่ไม่มีดัลควบรวม เราประเมินราคาเป้าหมาย(ก่อนรวมดีลควบกิจการ) อยู่ที่ 40 บ.สำหรับ DTAC ส่วน TRUE 3.9 บ. ตามด้วย ADVANC ที่ 220 บ. และ INTUCH ที่ 70 บ. ตามลำดับ
มุมมองต่อราคาหุ้นกลุ่มช่วงสั้นยังไม่มีสดใส เพราะคาดถูกกดดันจาก Noise ของการพิจารณาควบบริษัทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทบโดยตรงต่อ DTAC- TRUE ประกอบกับการแข่งขันราคาที่รุนแรงขึ้น จึงคาดกดดันราคาหุ้นกลุ่มมือถือระยะสั้นอาจมี overhang


2Q22F Equity Outlook : First wave of financial shock looks to have arrived
• Stock Best Picks : BCP, TOP, BDMS, BCH ADVANC, DTAC, MAKRO, GPSC, JMT, TIDLOR, KCE
• Mid-Small Cap Play : PYLON BE8 JMART BCPG