บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ > Equity Play of the day: (30 /7/ 2021) “Selective Play" Top picks: BCPG, SCC


Equity Daily Outlook : คาดตลาด “Sideways/Down” ต้าน 1547/1554 จุด รับ 1524/1518 จุด รายงานตัวเลข 2Q21 GDP ของสหรัฐฯ ขยายตัว 6.5%q-q ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 6.4%q-q แต่ต่ำกว่าที่ Consensus คาดการณ์เอาไว้ที่ 8.5%q-q ทำให้ระยะสั้นลดความกังวลที่ FED จะปรับเปลี่ยนหรือทยอยถอนนโยบายการเงินผ่อนคลายเร็วกว่าคาด ซึ่งที่ประชุม FOMC ก่อนหน้านี้ยังย้ำว่ายังไม่ถึงเวลาของการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนค่าหลุด 92.0 จุด สู่ 91.85 จุด อ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน คลายแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง และเป็นบวกต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent +1.7% สู่ระดับ 76.05 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากความต้องการน้ำมันดิบในสหรัฐฯที่ยังแข็งแรง แม้จะเริ่มมีการแพร่ระบาดของสายพันธ์เดลต้า เป็นแรงหนุนบวกต่อกลุ่มพลังงาน ส่วนทางฝั่งเอเชีย Fund Flows พลิกกลับมาเป็น Net Buy ที่ 565 ล้านเหรียญ โดยเป็นแรงซื้อสุทธิในไต้หวัน อินโดนีเซีย และไทย โดยซื้อสุทธิในไทย 16 ล้านเหรียญ หลังขาย 6 วันติดต่อกัน แต่อย่างไรก็ดี ภายในยังมีแรงกดดันจาก Third Wave ที่รุนแรง โดยยอดผู้ติดเชื้อวันนี้เพิ่มขึ้น 17,345 ราย แบ่งเป็น ทั่วไป 16,664 ราย เรือนจำ 681 ราย เสียชีวิตยังสูงที่ 117 ราย ซึ่งสถานการณ์ที่ยังเสี่ยง ทำให้ศบค.เตรียมพิจารณาขยายเวลา Lockdown ต่อไปอีก เบื้องต้นเป็นเวลา 14 วัน (เดิมครบกำหนด 2 ส.ค.) โดยอาจจะมีการประกาศผ่อนปรนมาตรการบางจุด หรือเพิ่มความเข้มข้นในบางมาตรการ ขณะที่การเดินทางข้ามจังหวัดยังสูงแม้จะมีการ Lockdown จึงต้องจับตาศบค.หารือกับนายกฯในวันนี้


Daily Strategy : จับตาที่ประชุมศบค.วันนี้ มีโอกาสออกมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติม กดดันกลุ่ม Domestic และ Re-Opening ต่อ กลยุทธ์แนะตั้งรับ Selective เน้นกลุ่ม Earnings ดี โดยวันนี้กลุ่มโรงพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์(BDMS, BCH, CHG, EKH, SMD, WINMED) และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากพลังงานน้ำ(GPSC, BCPG, CKP) เด่น ผสาน กลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า(ชิ้นส่วน-อาหาร KCE HANA TU PM ASIAN) กลุ่มสื่อสารฯ(ADVANC) และหุ้นที่มีปันผลระหว่างกาล(TVO) คงน้ำหนักหุ้นที่ 50%


Research Highlight :

?SCC (TRADING BUY, TP494) : เรามอง Positive ต่อกำไรปกติ 2Q21 ของ SCC ที่ 16,986 ลบ. (+77% y-y, +23% q-q) สูงกว่าเราและตลาดคาด โดยสูงกว่าเราคาดจากอัตรากำไรที่ดีกว่าคาดของธุรกิจซีเมนต์ และธุรกิจเคมี และส่วนแบ่งกำไรฯสูงกว่าคาด ซึ่งกำไรโต y-y มาจากธุรกิจปิโตรเคมีที่อัตรากำไร (supply ตึงตัว) เพิ่มขึ้นเป็นหลัก ส่วนการโต q-q มาจากทั้งธุรกิจเคมีที่ spread PVC หนุน และส่วนแบ่งกำไรฯ ที่อยู่ในระดับสูงจากทั้งธุรกิจเคมีและอื่นๆ ทั้งนี้เราคงคำแนะนำ Trading Buy ที่ TP22F = 494 บาท/หุ้น มองมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะยาว, การ spin off ธุรกิจเคมี และปันผลในระดับสูง (8.50 บาท/หุ้น XD 13/8/21) ช่วยชดเชยภาพกำไร 2H21F ที่ชะลอลงในระยะสั้น นอกจากนี้เรามองการใส่เงินเพิ่มทุน CAP จะเพิ่ม upside ให้ SCC ในอนาคต (เรายังไม่รวมในประมาณการ)

?PTTEP (Upgrade TP from 125 to 140) : มอง Neutral ต่อกำไรปกติ 2Q21 ที่ 11,242 ลบ. (+174% y-y, +31% q-q) ใกล้เคียงเราคาด กำไรโตสูง y-y เพราะ ปริมาณขายที่โตจากมีแหล่งใหม่เข้ามาหนุน และ ASP ที่เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำใน 2Q20 ที่มี COVID-19 มากระทบรุนแรง ส่วนโต q-q จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังแหล่งใหม่เข้ามาหนุนเต็มไตรมาสเป็นหลัก เราคาดกำไรปกติ 2H21F จะโตได้ y-y ตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งใหม่มาหนุน และ h-h ที่ทั้ง ASP และปริมาณขายยังโตต่อเนื่อง กลบ seasonal ค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เราปรับกำไรปกติ 2021-23F ขึ้น ตามการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ และปรับไปใช้ TP22F = 140.0 บาท/หุ้น

?TOP (BUY, TP67) : ประกาศลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) รวมไม่เกิน 3.9 หมื่นลบ. คิดเป็นสัดส่วนราว 15.38% ของหุ้น CAP ทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายแล้ว ระยะสั้นนักลงทุนอาจกังวลต่อ dilution effect จากการเพิ่มทุน โดยในกรณีที่มีการเพิ่มทุน 1:10 จนถึง 1:8 จะก่อให้เกิด Price Dilution ราว 2-5% ส่วน EPS dilution (ใช้สมมติฐาน 10:1) ที่ 8% ทั้งนี้ ระยะยาว เรามอง Positive จากคาด 1) เป็นการเพิ่ม value added ทางอ้อมของ Naphtha และ LPG ของโครงการ CFP (ขายให้ CAP ไปผลิต downstream ต่อ) 2) เข้าสู่ตลาดอินโดฯที่มีการเติบโตสูงกว่าในประเทศไทย และมีโอกาสต่อยอดการลงทุนกับ partner อย่างกลุ่ม Barito และ SCC ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ CAP ในระยะยาว

• (-) FTSE Rebalance : Nomura คาด BBL-F จะถูกถอดออกจากการคำนวณ ในการประกาศ MSCI Rebalance 11 ส.ค.นี้ เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ ATVR(Average Trade Value Ratio) คิดเป็นเม็ดเงิน -275 ล้านเหรียญ มีผลราคาปิด 31 ส.ค.

• โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ - Hydroelectricity Update : ผลจากประเทศจีนมีปริมาณน้ำมากตั้งแต่ไตรมาส 2 และเกิดน้ำท่วมในไตรมาส 3 ทำให้การระบายน้ำจากประเทศจีนทยอยออกมาต่อเนื่อง(เห็นการระบายน้ำมากเป็นพิเศษตั้งแต่ 2Q21Fแล้ว สะท้อนจากปริมาณน้ำผ่านเขื่อนไซยะบุรี ที่มากเกือบเท่า 3Q20 ที่เป็นช่วง high season) เป็นบวกต่อ Utilities คงคำแนะนำ Bullish GPSC 91.5 , BCPG 17.0 และเก็งกำไร CKP

• (-) Covid-19 : ในพม่าเริ่มน่ากังวลมากขึ้น ล่าสุดทีมงาน UN ในประเทศพม่า ได้ตามติดสถานการณ์แสดงความกังวลต่อตัวเลขที่เร่งขึ้นไม่หยุด โดยตัวเลขวันที่ 21 มีผู้ติดเชื้อ 6093 ราย และผู้เสียชีวิตกว่า 280 ราย เสี่ยงที่สถานการณ์จะรุกลาม ทำให้หน่วยงานความมั่นคงไทยเริ่มคุมเข้มชายแดนสกัดการลักลอบเข้าออก ประเด็นนี้น่าจะสร้างความเสี่ยงต่อธุรกิจไทยในพม่าช่วงไตรมาส3 คาดเป็นลบต่อ CBG, MEGA และกลุ่มรับเหมาฯ ไทย

• น้ำท่วมรุนแรงในเมือง Zhengzhou ของประเทศจีน หลังฝนตกหนักตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีอุตสาหกรรมผลิตธัญพืชและเกษตร อลูมิเนียม ถ่านหิน และศูนย์กลางการผลิต IPhone 1 ใน 7 ของโลก ทำให้เกิดภาพ Supply Shortage
1) คาดราคาธัญพืชและเกษตร อลูมิเนียม ถ่านหิน บวกจาก Supply ที่ลดลง
2) กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วน Smart Phone ในไทยได้ประโยชน์ : HANA, SMT
3) และคาดน้ำท่วมในจีนทำให้ราคาสุกรฟื้นตัว บวกต่อ CPF

• (+) Cannabis/Hemps: ราชกิจจานุเบกษาประกาศ การใช้ CBD ไม่เกิน 1.14มิลลิกรัมต่อหน่วย THC ไม่เกิน 1.6มิลลิกรัมต่อหน่วย เป็นส่วนผสมของการใช้ภายในแล้ว เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มหุ้นที่เตรียมผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ นอกจากนี้ทางการยังใกล้ปลดล๊อคพืชเกษตรอย่างกระท่อม ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดเมื่อย และมีกำลัง คล้าย Energy Drink เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม กลยุทธ์ แนะนำเก็งกำไร กลุ่มต้นน้ำ RBF, GUNKUL, STPI กลุ่มการสกัด RBF, KWM และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม OSP, ICHI, SAPPE

• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ทุกๆ 1 บาท บวกต่อเกษตรอาหาร กำไรสุทธิเพิ่ม3-1% TU, CPF, ASIAN, NER, XO, SAPPE กลุ่มชื้นส่วนฯ กำไรสุทธิเพิ่ม3-2% SVI, HANA, KCE กลุ่มนิคม AMATA กลุ่มวัสดุ EPG +3% ลบต่อ Airline

• July Top Picks: KCE, TOA, TIDLOR, TVO, SAT, ICHI, PM

• 2H21 Stock Picks : ADVANC, KCE, SAT, AMATA, BDMS, GPSC, GULF, CRC, TIDLOR / Mid-small Cap : PM, ICHI, SAPPE


2H21 Equity Outlook :
At a crossroads : Policy normalization risks

• Stock Best Picks : ADVANC, KCE, SAT, AMATA, BDMS, GPSC, GULF, CRC, TIDLOR

• Mid-small Cap Picks : PM, ICHI, SAPPE