บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ > Equity Play of the day: (21 /4/ 2021) “Soft com Play" Top picks: TVO, KSL, SCGP



Equity Daily Outlook : คาดตลาด “ย่อ” ต้าน 1588/1592 จุด รับ 1568/1562 จุด

วานนี้ตลาดหุ้นยุโรปปรับฐานแรงกว่า 2% ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯยังถูกขายทำกำไรวันที่ 2 ติดต่อกันจาก Valuation ตลาดตึงตัว และรอผลประกอบการ 1Q21 โดย S&P500 -0.68% หลักๆจากหุ้น Energy -2.66% และ Finance -1.81% ขณะที่ Nasdaq -0.92% หลังจิตวิทยาการลงทุนถูกกดดันจาก Netflix รายงานยอดสมาชิกใน 1Q21 เพียง 3.98 ล้านราย ต่ำกว่าตลาดคาด 6.29 ล้านราย สะท้อน Sentiment ภายนอกวันนี้เป็นลบ ส่วนภาพการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังถูกดันจาก 1) การระบาด Covid-19 ทำให้เริ่มเห็น Consensus Downgrade GDP ปี 2021 ลง (Consensus คาด 3.3% Nomura คาด 2.1%) 2) การปรับขึ้นของ SET รอบนี้มาจากแรงซื้อในประเทศ แต่ยังขาด Momentum บวกของ Fund Flow ต่างชาติ โดยวานนี้แม้ต่างชาติซื้อ EM-Asia +193.41 ล้านเหรียญ แต่ซื้อ North Asia และขาย TIPs โดยขายไทยต่อที่ 308 ล้านบาท 3) วานนี้เริ่มเห็นแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรงบ้าง ขณะที่หุ้นกลุ่มที่ช่วยพยุง SET นั้นเป็นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทั้งนี้หากดูเป็นราย Sector และเทียบราคาปิดวานนี้กับราคาก่อนการระบาด Covid-19 รอบ 3 พบว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 นั้นราคากลับมาสูงกว่า Pre-3rd Wave แล้ว ได้แก่ ชิ้นส่วนฯ เหล็ก และบรรจุภัณฑ์ ขณะที่หุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 โดยตรงนั้น พบว่าราคายัง Laggard และต่ำกว่าระดับ Pre-3rd Wave ได้แก่ กลุ่มโรงแรม(-5.81%) Media(-5.79%) และ Trans&Logist(-5.21%) ซึ่งกลุ่มนี้ต้องรอสัญญาณจากพัฒนาการเชิงบวกในการควบคุมโรค จำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลง และการเร่งฉีดวัคซีน เพื่อจำกัด Downside risk ดังนั้นช่วง วันที่ 21-28 เมย นี้ ต้องจับตาผลของการกระจายเชื่อช่วงสงกรานต์ว่ายอดจะมีพัฒนาการอย่างไร ภาพรวมดังกล่าวจึงทำให้ Upside ของ SET ระยะสั้นจำกัด ส่วนปัจจัยอื่นๆ รัฐบาลส่งสัญญาณเดินหน้าออกแพ็คเกจโครงการช่วยเหลือประชาชนเพื่อกระตุ้นการนำเงินออมออกมาใช้จ่ายคาดว่าปลายเดือนพ.ค.จะดำเนินการเรียบร้อย และประกาศใช้ในเดือนมิ.ย.นี้


Daily Strategy : กลยุทธ์มอง SET ระดับ 1572-1585 จุดเป็นจังหวะขายทำกำไรเล่นรอบจาก Upside ตลาดที่จำกัด ขณะที่จังหวะย่อแนะเก็งกำไรรายกลุ่ม เน้นกลุ่มที่คาดว่าจะ Outperform ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนฯ(HANA, KCE) Consumer Finance(SAWAD) โรงไฟฟ้า(RATCH, GPSC) กลุ่มสื่อสาร(INTUCH) กลุ่มโรงพยาบาล(BDMS, BCH) กลุ่มเครื่องดื่ม(ICHI, SAPPE) กลุ่มซ่อมแซมบ้าน(HMPRO) และ High Yield(KKP, SPALI) โดยคงแนะนำน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ 45%

• ความคืบหน้าล่าสุดจากการที่รัฐบาลเปิดทางให้บริษัทเอกชนนำเข้าวัคซีนต้าน Covid-19 ได้นั้น มีบริษัทลงทะเบียนเข้าร่วมทั้งหมด 14 แห่ง และล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้อนุมัติแล้ว 3 บริษัท เป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาล แนะเก็งกำไร BDMS, BCH

• ภาครัฐฯเตรียมมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอีกระลอก เพื่อลด/เยียวยา ผลจากโควิด ในทุกระดับ (ต่ออายุ ม.33 + คนละครึ่ง + เราเที่ยวด้วยกัน และเพิ่มสิทธิ เราชนะ (แจกเงิน 7 พันบาท/คน) อีก 2.4 ล้านคน ส่วนใหญ่ มีผลมิ.ย. รวมถึง จะมีมาตรการใหม่ๆ เราผูกพัน (เน้นข้าราชการ) และมาตรการดึงเงินอ้อมมาใช้จ่าย (น่าจะเน้นกลุ่มกลาง-บน คล้ายกับช็อปช่วยชาติ) ประกาศพ.ค. เริ่มใช้มิ.ย. เน้น CRC CPN TNP ICHI SAPPE

• ค่าเงินบาทอ่อนค่าสู่ 31.29 บาทเหรียญฯ และอ่อนค่าเทียบทุกสกุลเอเชีย บวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก สะสม KCE HANA CPF

• Commodities : 1) BDI +1.64% สู่ 2472จุด บวกต่อ PSL, TTA 2) ราคาถั่วเหลือง ผ่านจุดสูงสุดของปีนี้ที่ 1450เซนต์ต่อบุชเชล สู่ 1477เซนต์ต่อบุชเชล ได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นบวกต่อบริษัท TVO โดยกากถั่วเหลืองต้นทุนต่ำที่มีอยู่ถึงไตรมาส 2 ทำให้ทิศทางผลประกอบการ 1H213) น้ำตาล +2.95% สู่ 16.77เซนต์ต่อปอนด์ บวกต่อ KSL

• Apr 2021 Portfolio : CPF, SCGP, KKP, BEC, ICHI, SAPPE
2Q21 Strategy : Cyclical, Hedging Inflation, Value, and Laggard Plays : BBL, BDMS, BJC, CPALL, CPF, TOP, TVO, HANA, SCC, SCGP, SPALI / Mid-Small cap picks : SPA, ICHI, SAPPE, BEC


2Q21F Strategy : What do rising US yields mean for Asian equities?

Theme: 2Q21 Cyclical, Hedging Inflation, Value, and Laggard Plays : BBL, BDMS, BJC, CPALL, CPF, TOP, TVO, HANA, SCC, SCGP, SPALI

Mid-Small cap picks : SPA, ICHI, SAPPE, BEC