บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ > Equity Play of the day: (15 /8/ 2019) “Earnings Play” Top Pick: BJC, AMATA, AMANAH


Equity Play of the day: (16 /8/ 2019) “Big Cap Play”  Top Pick: CPALL, AOT, BH

Equity Daily Outlook : คาดตลาด ขึ้นต้าน 1612/1619จุด รับ 1598/1590จุด ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว หลังประเด็นสงครามการค้ามีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการที่จีนส่งสัญญาณจะพบกันครึ่งทางกับสหรัฐฯ และดำเนินการตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายตกลงไว้ในการประชุม G20 ขณะที่จะหารือบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน ซึ่งถือเป็นท่าทีที่เบาลงหลังก่อนหน้านี้เผยว่าจะตอบโต้ทุกวิธีกับสหรัฐฯ เพิ่มความคาดหวังบวกต่อคณะทำงานของทั้งสองฝ่ายที่จะเจรจากันในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ประกอบกับประเด็นการประท้วงในฮ่องกง ภายหลังจากที่สหรัฐฯกดดันจีนต่อการแทรกแซงฮ่องกง ล่าสุด ปธน. Trump เผยเตรียมหารือทางโทรศัพท์กับปธน. Xi Jinping เร็วๆนี้ ส่งผลให้แรงกดดันระหว่างทั้งสองประเทศมีสัญญาณที่ดีขึ้น คลายกังวลความเสี่ยงสงครามการค้า ผสานกับแรงกดดันจาก Inverted Yield Curve ของพันธบัตรสหรัฐฯระยะ 2 ปี กับ 10 ปี ผ่อนคลายลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเริ่มฟื้นตัว หนุนสินทรัพย์เสี่ยงโลกเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะไทย ที่ค่า Equity Risk Premium สูงกว่า 4.52% คือกรอบซื้อในเชิงพื้นฐานในบริเวณ 1640-1580 จุด จึงมองเป็นจุดสะสมในการลงทุน รับแรงหนุนภายในจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งครม.เศรษฐกิจเตรียมเปิดประชุมครั้งแรกในวันนี้ คาดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและ SME รวมถึงโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรองจะมีความชัดเจนขึ้น จะเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากภายในได้

 

Asset allocation : สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำลงทุนในหุ้น 82.5% ทองคำ 12.5% ตลาดบอนด์ 5% และเงินสด 0%

 

Daily Strategy :  ถือหุ้น 82.5% แนะนำ Big Cap Play”

  1. Property : ผ่อนปรน LTV หนุนกลุ่มตลาดกลาง-ล่าง ที่มีพอร์ท Townhome สูง  PSH, SPALI, AP เด่น
  2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. มาตรการบรรเทาช่วยเหลือเกษตรกรและชาวไร่ วงเงินรวม 2.10แสนล้านบาท และ 2.มาตรการดูแลปรับเพิ่มสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และ 3.มาตรการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองใช้เงิน 15,000 ล้านบาท และยังเตรียมต่ออายุวีซ่าด่านตรวจคนเข้าเมือง Visa On arrival (VOA) และยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวจีน อินเดีย บวกต่อกลุ่มการบริโภค(CPALL, BJC, GLOBAL, DOHOME, SABINA, KAMART) และกลุ่มท่องเที่ยว/โรงพยาบาล(AOT, MINT, ERW, BH)
  3. กลุ่มงบดีที่รายงานไปแล้ว และมี Outlook บวก GUNKUL, JMART, CPF, TOA, SABINA
  4. การลดดอกเบี้ย -0.25% ของไทย และมีโอกาสลดอีกครั้ง -0.25% ในเดือน กย 2019 ทำให้ ERP ของไทยเพิ่มขึ้นสู่ 4.38% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3.52%เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น และกลุ่มที่ได้อานิสงค์บวก ได้แก่
    1) Consumer Finance: SAWAD,  AMANAH, JMART
    2) High Yield: ADVANC, INTUCH, KKP
    3) Property: AP, SPALI
    4) ส่งออกอาหาร : CPF, TU(cover short)
    5) ท่องเที่ยว MINT, AOT, ERW
    6) นิคม AMATA, WHA
    7) โรงไฟฟ้า เน้นตัวที่ FTSE เพิ่มน้ำหนัก BGRIM
    8) การบริโภค CPALL, KAMART, ICHI, ZEN

 

2019F Strategy : Wind of Change       

  • 2H19 Best Picks :  ROBINS, CPF, CPALL, MINT, SCB, AMATA, WHA, STEC, PYLON, TASCO, KAMART