บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ > Equity Play of the day: (26 /10/ 2021) “Selective Play" Top picks: ADVANC, JMT, KCE


Equity Daily Outlook : คาดตลาด “Sideways” ต้าน 1643/1646 จุด รับ 1627/1620 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดย S&P500 +0.47% NASDAQ +0.90% แรงหนุนจากผลประกอบการของบมจ.ที่สดใส โดย 117 บริษัทในดัชนี S&P500 ได้รายงานผลประกอบการ 3Q21 แล้ว และจำนวนกว่า 84% รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด ขณะที่ทางฝั่งกลุ่มเทคโนโลยี ได้แรงหนุนจากหุ้น Tesla ที่ปรับตัวขึ้นเด่น ขานรับบริษัทเช่ารถรายใหญ่ของโลกอย่าง Hertz สั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla จำนวนมากถึง 100,000 คัน ซึ่งจะทำรายได้ให้แก่ Tesla ถึง 4.2 พันล้านเหรียญฯ เป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี ส่วนทางฝั่งราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ 85.99 เหรียญฯ/บาร์เรล แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี รับ demand โลกฟื้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยังคงเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน ส่วนทิศทาง Fund Flows ในเอเชีย วานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิ 242 ล้านเหรียญฯ หลักๆเป็นแรงซื้ออย่างมีนัยสำคัญในอินโดนีเซีย ตามมาด้วยไต้หวัน ขณะที่ขายไทยสูงถึง -63 ล้านเหรียญฯ สูงสุดในเอเชีย ทำให้จิตวิทยาการลงทุนภายในสะดุด ทั้งนี้ ทางด้านตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ ลดระดับลงต่อเนื่องสู่ 7,706 ราย เสียชีวิต 66 ราย ขณะที่ยอดหายป่วยกลับบ้านสูงกว่ายอดติดเชื้อใหม่ที่ 9,532 ราย ขณะที่กทม.กำลังเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งปัจจุบัน กทม.ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไป 100% แล้ว ส่วนวัคซีนเข็ม 2 ฉีดสูงถึง 74.90% คาดจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา ส่วนปัจจัยสำคัญวันนี้ ติดตามรายงานตัวเลขส่งออกไทยเดือนก.ย. Consensus คาดที่ 11.75% เพิ่มขึ้นจาก 8.93% ในเดือนก่อนหน้า


Daily Strategy : ตลาดไม่มีปัจจัยใหม่ ขณะที่วันนี้ จับตาตัวเลขส่งออกไทยเดือนก.ย. กลยุทธ์แนะนำถือหุ้น 50% คงพอร์ตหลักกลุ่มที่จะ Outperform SET ได้แก่ โรงไฟฟ้า(GPSC, GULF, BCPG) โรงพยาบาล(BDMS, BH) กลุ่มสื่อสารฯ(ADVANC, TRUE) ส่งออก(KCE, HANA. TU) โรงกลั่น(TOP, PTTGC)


Research Highlight :

?MAJOR (BUY, TP24) : เรามอง Positive ต่อแนวโน้มผลประกอบการ 3Q21F ของ MAJOR คาดฟื้นเป็นกำไรสุทธิ 2,406 ลบ. ฟื้น y-y จาก -125 ลบ. และ q-q จาก -218 ลบ. จากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น SF 3,530 ลบ. (ก่อนหักภาษี) คาด MAJOR จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (จากกำไรจากการขายหุ้น SF) จำนวน 1.00 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 4.7% แนวโน้มผลการดำเนินงานปกติ 4Q21F ฟื้นตัวหลังกลับมาให้บริการโรงภาพยนตร์ทุกสาขาตั้งแต่ 1 ต.ค. เราคงคำแนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย (TP22F) 24 บาท และยังเลือก MAJOR เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม

?BBL (BUY, TP165) : 4 สถาบันการเงิน BBL BAY TTB และ UOB ยื่นประมูลพอร์ต “ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย” แบงก์กรุงเทพ (BBL) ตัวเต็งให้ราคาดีสุด คาดสูงถึง 7 หมื่นล้านบาทหวังขยายฐานบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลดันกำไรเพิ่มในอนาคต ส่วน KBANK และ SCB ถอนตัว เรามีมุมมองเป็น Positive sentiment ต่อข่าวข้างต้น เพราะปัจจุบัน BBL เน้นปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate loan) ราว 40% ของสินเชื่อรวม ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อรายย่อยมีเพียง 13% ของสินเชื่อรวม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย ดังนั้นหาก BBL ซื้อพอร์ตสินเชื่อรายย่อยบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคลจาก CITI จริงตามข่าว ซึ่ง 3Q21 พอร์ตสินเชื่อของ CITI อยู่ที่ราว 9.3 หมื่นลบ. คิดเป็นสัดส่วนราว 4% ของพอร์ตสินเชื่อของ BBL จะทำให้ BBL ได้รับประโยชน์จากการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ตามข่าวระบุว่าราคาซื้อขายพอร์ตสินเชื่อรายย่อยของ CITI อยู่ที่ราว 7.0 หมื่นลบ. จะคิดเป็น PBV ที่ราว 1.9x (อิง book value ณ 3Q21) ถือเป็นระดับที่ไม่แพง เทียบกับ KTC และ AEONTS ปัจจุบันซื้อขายที่ PBV 6.1x และ 2.6x ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์ของ CITI ค่อนข้างแกร่ง เห็นได้จากระดับ NPL ratio ต่ำเพียง 1.9 เรายังคงต้องจับตาใกล้ชิดต่อความชัดเจนของผลการประมูล เพราะมีผู้เข้าร่วมประมูลหลายราย ประกอบกับยังไม่มีกรอบระยะเวลาชัดเจนว่าจะรู้ผลผู้ชนะเมื่อใด

• ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ถึงสิ้นปี 2022 จากปัจจุบันที่เพดาน LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ระดับ 70-90% กลุ่มที่มี backlog รอโอนมาก โดยเฉพาะช่วง 5 ไตรมาสข้างหน้า จะได้ประโยชน์ทันทีจากนโยบาย LTV ใหม่ เพราะลูกค้ามีโอกาสกู้ผ่านง่ายขึ้นทันที ซึ่งคือ SPALI (backlog 36.0 พันลบ.), ORI (backlog 34.5 พันลบ.) และ AP (backlog 30.9 พันลบ.) ตามลำดับ ดังนั้น คาด SPALI, AP และ ORI ได้ประโยชน์ช่วงสั้น-กลาง จากมาตรการผ่อนคลาย LTV มากสุด ในขณะที่ sector rating มีโอกาสปรับขึ้นเป็น Bullish (จาก Neutral) เพราะ fundamental เปลี่ยนในทางดีขึ้น

• Re-Opening Play : นายกฯ แถลงเตรียมเปิดประเทศ สั่ง ศบค. และกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 21 ประเด็นนี้เป็นบวกต่อ Theme Re-Opening Play นำโดย กลุ่มท่องเที่ยว ขนส่ง ร้านอาหาร ค้าปลีก-ห้างสรรพสินค้า นิคม และ บันเทิง คาดหุ้นกลุ่ม Re-Opening Play ตอบรับบวก แต่เชิงกลยุทธ์ แนะนำเลือกหุ้นที่ราคายังมีส่วนลด(Discount)จาก Pre Covid-19 หรือราคายังต่ำกว่าปลายปี 2019 จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
?TOURISM (SPA, ERW)
?TRANS (BTS, BEM, AOT)
?COMMERCE (BJC, CPALL, CPN)
?PROP (AWC, WHA, AMATA)
?MEDIA (VGI, MAJOR)
?FOOD (M, ZEN)

ดังนั้น ภายใต้ Theme Re-Opening Play เราเลือก BEM, ERW, BJC, CPN, WHA, MAJOR, M เด่นสุดและเป็น Top Picks

• OCT 2021 Portfolio : ADVANC, GUNKUL, JMT, TIDLOR, KCE, TU, TRUE
• 4Q21 Stock Picks : ADVANC, TRUE, BEM, KCE, BDMS, CPALL, GPSC, GULF, TIDLOR, MAJOR, JMT


4Q21 Equity Outlook :
QE Tapering risks vs Roadmap to Reopening
• Stock Best Picks : ADVANC, TRUE, BEM, KCE, BDMS, CPALL, GPSC, GULF, TIDLOR, MAJOR, JMT