บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ > Equity Play of the day: (18 /1/ 2021) “Earnings Play" Top picks: JMT, CHG


Equity Daily Outlook : คาดตลาดหุ้นไทย “Sideways/Down” ต้าน 1536/1544จุด รับ1503/1495จุด จิตวิทยาการลงทุนได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของวัคซีนต้าน Covid-19 ที่เริ่มเห็นผลข้างเคียงด้านลบจนทำให้ผู้ฉีดเสียชีวิต ผสานกับการส่งมองวัคซีนในยุโรปที่จะล่าช้าออกไป หลัง Pfizer จะปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ซึ่งจะกระทบต่อการส่งมอบวัคซีนเป็นการชั่วคราว ท่ามกลางการแพร่ระบาดที่ยังน่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ อังกฤษ สเปน ที่ยอดผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯไม่สดใส นำโดย ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.ที่ 0.7% ลดลง 3 เดือนติดต่อกัน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. อ่อนตัวลงสู่ 79.2 จาก 80.7 ในเดือนก่อน สะท้อนผลกระทบจาก Second Wave ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย หนุนค่าเงินดอลล่าร์แข็งค่าสู่ 90.78 จุด และ US Bond Yield 10 ปีอ่อนตัวลงสู่ 1.09% กดดัน Fund Flows ในเอเชียผันผวน โดยไทยยังคงมีแรงกดดันเพิ่มเติมจาก Second Wave โดยปัจจุบันแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในจะเริ่มชะลอลง แต่ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวยังอยู่ในระดับสูงจากการตรวจเชิงรุก ผสานกับความเสี่ยงที่การแพร่ระบาดจะลงไปในภาคใต้ หลังพบแรงงานต่างด้าวติดเชื้อที่ตรัง และสุราษฎร์ธานี จึงยังคงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ในมุมมองของธปท. ประเมินผลกระทบของ Second Wave ต่อเศรษฐกิจจะไม่รุนแรงเท่า First Wave โดยกลุ่มค้าปลีกและบริโภคยังพอฟื้นตัวได้ ส่วนกลุ่มท่องเทียวที่ซบเซา มีโอกาสที่จะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H21 โดยสำหรับผลกระทบ Second Wave นั้น ธปท.ทำการประเมินโดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี 

1) การใช้มาตรการระดับปานกลางในการควบคุมการระบาด ช่วง2เดือน (ม.ค.-ก.พ.) และสถานการณ์ควบคุมได้ จากนั้นเริ่มผ่อนคลายมาตรการลง คาดกระทบ GDP 1.0-1.5%

2) การใช้มาตรการระดับเข้มงวดทั่วประเทศ ในช่วง 1 เดือน (ม.ค.) จากนั้นค่อยเริ่มผ่อนคลายมาตรการลง คาดกระทบต่อ GDP ราว 2.0-2.5% 

3) การใช้มาตรการระดับปานกลางไม่ได้ผลใน 1 เดือนแรก (ม.ค.) ทำให้ต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นในช่วง ก.พ.-เม.ย. คาดกระทบต่อ GDP กว่า 3.0-4.0%

ซึ่งหากดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ประเมินว่าใกล้เคียงกับกรณีที่ 1 แต่อย่างไรก็ดี สมมติฐานดังกล่าวไม่ได้รวมปัจจัยบวกจากวัคซีนและมาตรการภาครัฐฯ ดังนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาจไม่ได้มากเท่าที่ประเมินไว้ ซึงปั้จจุบันธปท.มองเศรษฐกิจไทยปี 2021 จะโตราว 3.2% เทียบกับ Nomura ที่คาด 2.8% จึงมีโอกาสที่ธปท.จะปรับตัวเลขลงมาใกล้เคียงกับ Nomura

Daily Strategy : ค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งค่าขึ้น กดดันเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง คาดทำให้ตลาดพักตัวระยะสั้น เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ  ส่วนระยะกลาง-ยาวยังมองบวก คงคำแนะนำถือหุ้นไทยราว 50%
• 2H20F Dividend Play : หุ้นที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลสูงกว่า 3.7%  ในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.นี้ และพื้นฐานดี แนะ MC, AP, KKP, SC, SPCG, THANI, HTC, PTT, SNC, TISCO
• Commodity Play : 1) ราคาน้ำตาลอยู่วงจรขาขึ้นคล้ายปี 2016-2017 โดยยังทรงตัวสูงที่ 16.44 เซนต์ต่อปอนด์ ผสานแนวโน้มผลผลิตอาจจะ deficit ประมาน 5 ล้านตัน จากคาดการณ์ปัจจุบันที 1 ล้านตัน เป็นบวก KSL เด่น 2) ราคาถั่วเหลืองเช้านี้ปรับตัวขึ้นสู่ 1,423 เซนต์ต่อบุชเชล สูงสุดตั้งแต่กลางปี 2014 บวก TVO และ 3) PVC Integrated Spread ทรงตัวสูงใกล้ 900 เหรียญฯต่อตัน บวก VNT 4) ราคาหมูเวียดนาม +5-7%w-w บวกต่อ CPF
• สัญญาณ Dovish ของ กนง. ทำให้คาด 1Q21 จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลง 1-2ครั้ง เป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่ม Consumer Finance(SAWAD, MTC) และ PROP(AP, SPALI, LH), ICT ปันผลสูง(ADVANC, INTUCH)
• ตลท.กำลังหารือกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นของหุ้นที่ Free Float ต่ำ ซึ่งแนวโน้มมาตรการที่เข้มงวดอาจเป็นการ 1) ยกระดับ Cash Balance ที่เข้มวงดขึ้นทีละระดับ 2)       หากทางการเห็นว่ากลุ่มที่ Free Float ต่ำมีผลต่อการโน้มเอียงของดัชนี SET50-100 สูง อาจพิจารณาขยับเกณฑ์ Free Float ของการคำนวณ SET50-100 มากกว่า 25% ในอนาคต หรือปรับเข้มงวดในส่วนของ การพิจารณาสภาพคล่องการหมุนเวียนของหุ้นภายในรายเดือนที่เข้มขึ้นจากเดิม 5% ลดทีละ 0.5% ลงมาไม่ต่ำกว่า 1% อาจขยับฐานสูงขึ้น เพื่อได้ชุดหุ้นที่มีสภาพคล่องภายในสูง เราจึงคาดว่ากลุ่มหุ้นที่ตลาดจับตา น่าจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ใน SET 50-100 ที่มี เกณฑ์ Free Float เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ(20%) ไม่มาก คือ กรอบ 20-25%  เพราะเป็นกลุ่มที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี SET และ SET50-100 สูง ซึ่งในกลุ่มนี้เราไปสำรวจ Free Float ในกรอบ 20-25% ได้แก่  
          1) SET50 : DELTA, GPSC, AWC, VGI  
          2) SET100 : BPP, ACE, CKP
• หุ้น PER ต่ำ 13 เท่าและแนวโน้มผลประกอบการเด่น GFPT, SNC, HTC, XO, SPALI, AP
• JAN 2021 Portfolio : SPALI, PTT, SCGP, SAWAD, XO, VNT
• 2021 Best Picks : SCC, SCGP, PTT, TOP, GULF, SAWAD, KCE, CPALL, CENTEL  Mid-Small cap แนะนำ VNT, GFPT, SNC


2021F Strategy : Flash light of Thailand Economic
Theme: 2022 Upcycle Ahead : SCC, SCGP, PTT, TOP, GULF, SAWAD, KCE, CPALL, CENTEL
              Mid-Small cap picks : VNT, GFPT, SNC